โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทยวันนี้ พักฐานในกรอบ 1,180-1,200 จุด กังวล ภาษีทรัมป์ หลังปิดดีลญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 02.32 น.

หุ้นไทยวันนี้ 23 ก.ค. นักวิเคราะห์คาด พักฐานในกรอบ 1,180-1,200 จุด หลัง ญี่ปุ่น - ฟิลิปปินส์ สามารถปิดดีลเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นได้รับการปรับลดภาษีจาก 25% เหลือ 15% และฟิลิปปินส์จาก 20% เป็น 19% ส่งผลให้เป็นอัตราภาษีที่ต่ำกว่าคาด ขณะเดียวกัน การเจรจาการค้าของไทยกับสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้า

23 กรกฎาคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดอยู่ในช่วงพักฐาน/ไซด์เวย์ มีแนวรับที่ 1,185-1,180/1,160 ซึ่งหากพักสั้นเพื่อขึ้นไม่ควรหลุดต่ำกว่าอีก ส่วนแนวต้านประเมินไว้ที่ 1,200/1,210 ทั้งนี้วันนี้ไทยจะยื่นข้อเสนอเจรจากับสหรัฐฯ ครั้งสุดท้าย โดยล่าสุดสหรัฐฯ ประกาศเก็บญี่ปุ่นที่ 15% และฟิลิปปินส์ที่ 19% ทำให้ไทยยังคงต้องติดตามว่าจะได้ภาษีใกล้เคียงภูมิภาคหรือไม่

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน แม้มองบรรยากาศการลงทุนยังมีโมเมนตัมบวกจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าใน EM และ ครม. แต่งตั้งผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่ซึ่งคาดจะมีนโยบายการเงินผ่อนคลายขึ้น แต่ติดตามการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หลังไทยเสนอลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ 0% หลายหมื่นรายการ ประเมิน SET ที่ระดับ 1,230-1,250 สะท้อนความคาดหวังไทยจะบรรลุข้อตกลงและทำให้อัตราภาษีใหม่ต่อไทยลดลงจาก 36% เป็น 20% หรือต่ำกว่า ทำให้ SET มีโอกาสชะลอปรับขึ้นหรือเริ่มมี Upside จำกัด ขณะที่กรณีไทยโดนภาษีศุลกากรที่สูงกว่า 20% จะเป็นความเสี่ยงต่อตลาด

อย่างไรก็ดี เราประเมิน SET ที่บริเวณต่ำกว่า 1,100 จุด คิดเป็น PER ปี 2568 ต่ำกว่า 12 เท่า ยังเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว กลยุทธ์ลงทุนคงแนะนำให้ “Selective Buy”

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดแกว่งพักฐานไซด์เวย์ ถึงแม้ sentiment ตลาดภูมิภาควันนี้จะออกมาดี หลังญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ ต่างบรรลุข้อตกลงการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ แล้ว โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นในอัตรา 15% ลดลงจาก 25% และฟิลิปปินส์ที่ 19% จากเดิม 20% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างต่ำทั้งคู่ ในขณะที่การเจรจาการค้าของไทยกับสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ทำให้หุ้นไทยวันนี้ถูกกดดัน รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับลงต่อเนื่องมาติดต่อกันหลายวัน จะเข้ามาถ่วงหุ้นกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี

แนวโน้มในวันนี้ แนะนำให้ติดตามการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/68 โดยกลุ่มธนาคารที่เปิดเผยไปแล้ว สามารถทำได้ดีกว่าคาด หลังจากนี้ให้รอผลประกอบการของกลุ่ม real sector ต่อไป รวมถึงติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. ในภูมิภาคยุโรป และยอดขายบ้านมือสองเดือนมิ.ย. ของสหรัฐฯ โดยให้กรอบแนวรับ 1,180 จุด และแนวต้าน 1,200 - 1,205 จุด

บล.พาย ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,180 – 1,200 อาจเห็นการฟื้นตัวระยะสั้นบ้างจากวานนี้ปรับฐานลงมาแต่ก็ยังเชื่อว่า Upside จำกัด ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นเป็นเพียงการ Trading ระยะสั้นและยังไม่แนะนักลงทุนระยะกลางสะสม หุ้นแนะนำระยะสั้นได้แก่กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS) ธนาคารที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะ (SCB) กลุ่มค้าปลีก (BJC CRC CPALL HMPRO) อสังหาฯ (AP SPALI)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...