โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตแข้งทีมชาติเดือด! ลีซอฟาดแรงกัมพูชา จะสู้กับไทย ไหวเหรอ

มุมข่าว

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 07.54 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 07.51 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
อดีตแข้งทีมชาติเดือด! ลีซอฟาดแรงกัมพูชา จะสู้กับไทย ไหวเหรอ

24 กรกฎาคม 2568 สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคุกรุ่น หลังเกิดเหตุทหารกัมพูชาใช้อาวุธหนักโจมตีพื้นที่ฝั่งไทย บริเวณชายแดน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ จนส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและบ้านเรือนประชาชนเสียหาย

กองทัพบกยืนยันจากหลักฐานและพยานว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มเปิดฉาก โดยส่งโดรนบินเข้ามาในฝั่งไทย ก่อนใช้ปืนใหญ่ยิงใส่ฐานปฏิบัติการทหารไทย รวมถึงชุมชนในพื้นที่ ทำให้ต้องมีการตอบโต้

กองทัพอากาศไทยจึงส่งเครื่องบิน F-16 จำนวน 6 ลำ ขึ้นปฏิบัติภารกิจสนับสนุนภาคพื้นดิน โดยใช้อาวุธปล่อยนำวิถีแม่นยำสูง โจมตีเป้าหมายที่ตั้งอาวุธหนักของทหารกัมพูชา ที่ บก.พล.น้อยส่วนสนับสนุนที่ 8 และ 9 ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงถล่มพื้นที่ไทย และวางกับระเบิดใส่กำลังพลไทยก่อนหน้านี้

หลังปฏิบัติการทางอากาศนาน 20 นาที F-16 ทั้ง 6 ลำกลับฐานได้อย่างปลอดภัยทุกลำ ไม่มีความเสียหายใด ๆ

ล่าสุด ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย อดีตกองหน้าทีมชาติไทย ได้ออกมาแสดงจุดยืนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวทันที หลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยระบุข้อความถึงการเคลื่อนไหวของกัมพูชาว่า:

ทำไมถึงคิดจะสู้กับประเทศไทยอะ ประเมินดีแล้วหรือยัง กำลังทางการทหารสู้กันได้เหรอ

โพสต์ดังกล่าวได้รับการแชร์และแสดงความเห็นจากประชาชนจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเห็นสอดคล้องกันว่า การปกป้องอธิปไตยของไทยเป็นสิ่งที่ไม่อาจประนีประนอมได้

สถานการณ์ขณะนี้ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการรองรับหากเกิดการยกระดับความรุนแรงอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...