โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์ รอลุ้นไทยยื่นข้อเสนอวันนี้

สยามรัฐ

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 03.09 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 03.09 น.

Pi Daily สหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ จากนี้รอลุ้นของประเทศไทย ล่าสุดทีม Thailand เตรียมยื่นข้อตกลงในวันนี้ ตลาดหุ้นไทยเริ่มชะลอตัวจากการ Price In ไปมาก ยังประเมิน Upside จำกัดเช่นเดิม

วันที่ 23 ก.ค.68 บ,.พายเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 179 จุด (+0.4%) ส่วน S&P500 ขยับขึ้นเล็กน้อยทั้งนี้นักลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับผลประกอบการที่ทยอยประกาศ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.9% ท่ามกลางความคาดหวังที่ลดน้อยลงเกี่ยวกับการบรรลุการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับ EU ซึ่งอาจกดดันอุปสงค์

เมื่อคืนที่ผ่านมาฝั่งสหรัฐฯ มิได้มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญประกาศออกมา ทำให้การเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ต่างๆค่อนข้างทรงตัวไม่ว่าจะเป็น Bond Yield , ตลาดหุ้น แต่อย่างไรก็ตามราคาทองคำยังคงปรับขึ้น ปัจจัยหนุนหลักจากการอ่อนค่าของ Dollar Index ส่วนความคืบหน้าเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับนานาประเทศพบข้อมูลล่าสุดคือ Trump ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงการค้ากับทางฟิลิปปินส์โดยฟิลิปปินส์จะยอมให้สินค้านำเข้าจากสหรัฐ ปลอดภาษี แลกกับการที่สหรัฐฯ จะคิดภาษีนำเข้าจากฟิลิปปินส์ในอัตรา 19% นอกจากนี้ยังพร้อมจะร่วมมือกันทางทหาร

ล่าสุดเช้านี้ได้ประกาศข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่กับญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นจะลงทุนในสหรัฐฯ เป็นมูลค่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ญี่ปุ่นจะเปิดประเทศให้ค้าขายรวมถึงรถยนต์และรถบรรทุก โดยญี่ปุ่นจะยอมจ่ายภาษีอัตรา 15% ให้กับสหรัฐฯ ส่วนประเทศไทยยังคงรอความคืบหน้า ข้อมูลล่าสุดระบุว่าในวันนี้จะทำการยื่นข้อเสนอสุดท้ายให้สหรัฐฯพิจารณา ทางรัฐมนตรีคลังเชื่อว่าไทยจะได้ปรับลดภาษีจากระดับ 36% มาอยู่ในอัตราใกล้เคียงกับภูมิภาค

สำหรับผลประชุมครม.วานนี้ พบว่าได้แต่งตั้งคุณวิทัยขึ้นดำรงค์ตำแหน่งผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจะเริ่มทำงานในช่วง 1 ต.ค. จากการให้ข้อมูลช่วงที่ผ่านมาของคุณวิทัย มักเสนอแนวคิดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยควรทำงานควบคู่กับหลายๆหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงพาณิชย์ พร้อมกับนโยบายเน้นแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนึ่งในนั้นคือการลดดอกเบี้ยเงินกู้เน้นการตัดเงินต้นมากขึ้น แม้การลดดอกเบี้ยที่คุณวิทัยมักหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในมาตรการ ซึ่งอาจเป็นบวกกับกลุ่มการเงิน แต่อย่างไรก็ตามในอีกนัยยะหนึ่งอาจเห็นการเข้าไปควบคุมมากขึ้นเกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินกู้ของกลุ่ม Non Bank

อนึ่งราคาหุ้นในกลุ่ม Non Bank ก็ปรับขึ้นมา 11% จากจุดต่ำสุดนับว่า Price In ไปบ้าง จึงอาจไม่ถึงกับบวกกับหุ้น Non Bank มากเท่าใดนัก แต่หากหนี้ครัวเรือนแก้ปัญหาได้สำเร็จมองกลุ่มอิงการบริโภครับประโยชน์ CPALL BJC CRC HMPRO รวมไปถึงอสังหา AP SPALI นอกจากนี้ด้วยนโยบายการเงินอาจผ่อนคลายมากขึ้นจะหนุนให้บาทอ่อนค่า ซึ่งบวกกับกลุ่มส่งออก (ITC TU)

ปัจจัยติดตามคืนนี้ได้แก่ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ Bloomberg Consensus คาดหมายไว้ที่ 4 ล้านหลังคาเรือน วันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1180 – 1200 อาจเห็นการฟื้นตัวระยะสั้นบ้างจากวานนี้ปรับฐานลงมาแต่ก็ยังเชื่อว่า Upside จำกัด ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นเป็นเพียงการ Trading ระยะสั้นและยังไม่แนะนักลงทุนระยะกลางสะสม หุ้นแนะนำระยะสั้นได้แก่กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS) ธนาคารที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะ (SCB) กลุ่มค้าปลีก (BJC CRC CPALL HMPRO) อสังหาฯ (AP SPALI)

SCB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 137.00 บาท)
กำไรสุทธิใน 2Q25 ออกมาแข็งแกร่งที่ 12.8 พันลบ. (+27.7% YoY, +2.3% QoQ) ด้านงบดุลแข็งแกร่ง NPL ratio ลดลงที่ 3.3% และ Coverage ratio เพิ่มเป็น 158.7% กลยุทธ์ใน 2H25 เน้นดูแลคุณภาพสินเชื่อ และควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อลด Cost to income ratio (CIR) ชดเชยผลกระทบจากสินเชื่อที่ชะลอตัว

CRC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 22.00 บาท)
Valuationน่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายเพียง 12xPE’25E แม้ว่าระยะสั้น เราคาดกำไรปกติงวด 2Q25 ที่ 1.59 พันล้านบาท (-2%YoY, -36%QoQ) ผลจากการลดลงของยอดขายสาขาเดิมราว 5% YoY ขณะที่แนวโน้ม SSSG ช่วง 3Q25ยังคงมีความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขัน อย่างไรก็ตามเราคาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการเราเที่ยวด้วยกัน ทำให้ SSSG ช่วง 3Q25 มีแนวโน้มดีขึ้นบ้างจาก 2Q25

#หุ้นวันนี้ #SETIndex #เจรจาการค้า #SCB #CRC #ข่าวเศรษฐกิจ #ภาษีนำเข้า #ตลาดหุ้นไทย #ธปท #เงินบาท #หุ้นแนะนำ #กลยุทธ์การลงทุน #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์ #ข่าววันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...