โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ภูมิธรรม” ประณามเขมรยิงมั่ว ยั่วยุตลอด ให้อำนาจกองทัพใช้มาตรการตามจำเป็น

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 11.43 น.

“ภูมิธรรม” ประณามเขมรยิงมั่ว ยั่วยุตลอด ให้อำนาจกองทัพใช้มาตรการตามจำเป็น บอก รมว.กต.แจงยูเอ็นเล่าเหตุการณ์ปกป้องอธิปไตย ยันกองทัพพร้อมดูแลประเทศได้

เมื่อเวลา 15.00น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.มหาดไทย รักษาราชการนายกฯ เป็นประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ต.อ.ทวี สองส่อง รมว.ยุติธรรม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขา สมช. พล.อ.ธงชัย รอดย้อย เสนาธิการทหารบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นเวลา 16.30น. นายภูมิธรรม แถลงว่า เป็นการประชุม สมช.นัดพิเศษ เนื่องจากเหตุปะทะกันเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ ที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา และเนื่องจากมีเรื่องสำคัญหลายเรื่อง จึงได้มีการเสนอให้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษด้วย ประเด็นที่พูดคุยกัน คือมีสถานการณ์ปะทะกัน ทางกัมพูชายิงมาก่อน และได้เกิดเหตุประปราย สิ่งสำคัญคือกัมพูชาใช้อาวุธหนัก ยิงเข้ามาในเขตแดนไทย โดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ทำให้มีคนไทยเสียชีวิตตัวเลขล่าสุด 11 ราย เป็นพลเรือน 10 ราย ทหาร 1 รายมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 28 คน เป็นพลเรือน 24 คน เป็นทหาร 4 นาย จึงขอประณามว่ากัมพูชามีการใช้อาวุธหนักที่รุนแรง และไม่มีเป้าหมาย ไม่จำกัดการต่อสู้ บางส่วนยิงลงมาที่กลางโรงพยาบาล เรื่องนี้เราขอประณาม เพราะเป็นการใช้กำลัง ที่ไม่ได้ยึดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งต้องคำนึงและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การประกาศสงคราม เป็นเพียงการปะทะกัน เรายังยืนยันในหลักการว่า ต้องใช้สันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง ต้องพยายามพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะของการยั่วยุจากทางฝ่ายกัมพูชาตลอด และเราป้องกันตัวเอง รวมถึงป้องกันอธิปไตยของประเทศ ถือเป็นหัวใจสำคัญ และเรายอมไม่ได้ที่จะมีลักษณะการเข้ามาบุกรุก และละเมิดอธิปไตยของเรา วันนี้เราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในการปกป้องตัวเอง และดูแลอธิปไตยของประเทศ

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้งติดต่อกัน ในเขตพื้นที่ที่มีการเดินลาดตระเวน ทำให้ทหารของเราขาขาดถึง 2 นาย เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ขณะนี้เราได้เตรียมการป้องกัน และแก้ไขปัญหาต่างๆ ทางกองทัพได้ดำเนินการที่จะปกป้องอธิปไตยในพื้นที่อย่างเต็มที่ มีกองทัพภาคที่สองเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเราได้ให้อำนาจทหารในการใช้มาตรการต่างๆ ตามความจำเป็น โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะเมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงอาจจะไม่มีเวลามารอขออนุญาตในการตัดสินใจ ก็ขอให้ดำเนินการไปตามขอบเขต และแจ้งให้รัฐบาลทราบโดยเร็ว อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ เราระมัดระวังป้องกันชายแดนอย่างเต็มที่ โดยให้กระทรวงมหาดไทยอพยพคนออกจากพื้นที่ให้ไกลกว่า 50 กิโลเมตร ซึ่งมีแผนดำเนินการรออยู่แล้ว และที่ประชุมได้มีมติซึ่งถือเป็นมติครม. ให้ดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งปิดโรงเรียนตามแนวชายแดน กระทรวงสาธารณสุขได้เปลี่ยนแปลงโรงพยาบาลอำเภอ บริเวณชายแดนให้เป็นโรงพยาบาลสนามโดยอพยพคนไข้ที่บาดเจ็บทั้งหมดกลับไปสู่แนวหลังอยู่ในจุดที่ปลอดภัย สำหรับมาตรการต่างประเทศได้ดำเนินการตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค. ด้วยการลดระดับความสัมพันธ์ เรียกทูตไทยประจำกัมพูชากลับ และส่งทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยกลับกัมพูชา ซึ่งถือว่าเป็นระดับรุนแรงที่สุดทางการทูต

เมื่อถามว่า จะพูดคุยระหว่างสองประเทศหรือไม่ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย นายภูมิธรรม กล่าวว่าตอนนี้ต้องให้เรื่องยุติก่อนเราไม่ได้เป็นผู้เริ่ม ถ้าแสดงความจริงใจต่อกันก็สามารถคุยกันได้ แต่ขณะนี้เรายังรู้สึกว่าทางฝ่ายเขายั่วยุและริเริ่ม เราต้องดำเนินการตามครรลองที่มันเกิดขึ้น เมื่อถามถึงความเสียหายของกัมพูชา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขออนุญาตไม่พูดเรื่องยุทธการ ส่วนกระแสข่าวที่สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา บินออกนอกประเทศนั้นตนไม่ทราบ ไม่ได้ติดตามเราสนใจเรื่องคนในประเทศเราและสนใจเหตุการณ์ปะทะกันที่จะเกิดขึ้นและบานปลาย เพื่อคำนึงถึงชีวิตทหารหาญและชีวิตประชาชนของเรา ส่วนที่กัมพูชายื่นหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) แล้ว ทางประเทศไทยจะมีการดำเนินการอย่างไรนั้น ตอนนี้นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ อยู่นครนิวยอร์ก ได้พูดคุยประสานกับเลขาธิการยูเอ็นเอสซีแล้ว เราได้พบและพูดคุยกับตัวจริง เล่าสถานการณ์ต่างๆให้ฟัง ได้ชี้แจงเรียบร้อยแล้ว เรายืนยันว่าโดยหลักการ ที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยของประเทศ และการบุกเข้ามาในประเทศไทย เราปกป้องตัวเราเอง เรายืนยันอย่างหนักแน่น และยืนบนหลักของกระทรวงต่างประเทศที่พูดมาและรัฐบาลได้แสดงออกไปชัดเจน แต่หลายเรื่องเราขอว่า บางอย่างเราพูดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านยุทธการ หากพูดไปจะยิ่งทำให้เขารู้ และมันจะเพลี่ยงพล้ำในยุทธการต่างๆ เมื่อถามว่า ทางกองทัพได้มีการขีดเส้นว่า การปฏิบัติการจะยุติเมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ให้เหตุการณ์เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และมีข้อยุติที่เพียงพอ

เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้มีการติดต่อจากทางกัมพูชา หรือคาดการณ์เหตุปะทะจะยืดเยื้อขนาดไหน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ได้ยินทางโซเชียลมีเดีย ยังไม่ได้มีการคุยกับ ฟังแต่โซเชียลมีเดีย จริงไม่จริงไม่รู้ เมื่อถามว่ากัมพูชา ยังคงยั่วยุ หากอยากให้สถานการณ์สงบโดยเร็ว มีวิธีการอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า วิธีการพูดไม่ได้แต่เขาต้องยุติความรุนแรงสิ่งที่สำคัญ ตนคิดว่าต้องระมัดระวังเรื่องข่าวลือ ข่าวไม่ชัดเจนอย่าเผยแพร่ ยืนยันกองทัพสามารถดูแลประเทศได้ มีความพร้อมทุกอย่าง เมื่อถามว่า หากทางกัมพูชายังรุนแรงมา ไทยก็จะแรงกลับใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราจะดูแลตามสถานการณ์โดยไม่ให้อธิปไตยเราเสียหาย เมื่อถามว่า จำเป็นต้องดึงองค์กรระหว่างประเทศมาเป็นตัวกลางเจรจาหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังครับ ตอนนี้เราอยู่ระหว่างที่ดำเนินการ และแจ้งให้องค์การระหว่างประเทศได้ทราบ เมื่อถามว่า การปกป้องอธิปไตยของไทย ถือเป็นการประกาศสงครามแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ใช่เรื่องประกาศสงคราม เป็นเรื่องของการปะทะกันที่กำลังพยายามหาข้อยุติ สิ่งสำคัญคือเรายืนบนหลักปกป้องอธิปไตยของประเทศ และป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกรุกราน และไม่ให้ประชาชนประสบปัญหา เมื่อถามว่า อยากบอกอะไรกับประชาชนบริเวณพื้นที่ชายแดน นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยประชาชน เราปกป้องตัวเราเองเต็มที่ แต่อยากให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลจะรับผิดชอบดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และจะทำทุกอย่างเท่าที่เงื่อนไขเราทำได้ อย่างสุดความสามารถ เมื่อถามว่า แรงงานกัมพูชา ทางการไทยจะยังผ่อนผัน ให้ทำงานในประเทศไทยเหมือนเดิมหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “เอาเรื่องไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น เอาเรื่องนี้ ก่อน“

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...