TANK 300 ดีเซล ออฟโรดในอุดมคติ ขับเท่ ทรงพลัง
TANK 300 ดีเซล ออฟโรดในอุดมคติ ขับเท่ ทรงพลัง
คอลัมน์ : เทสต์คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
ขับไปทางไหน ทำไมมีแต่คนมองตาม ด้วยรูปร่าง ขนาด และหน้าตาของ GWM TANK 300 ดีเซลนั้น ถือเป็นรถยนต์อีก 1 คันที่มาครบ โดยเฉพาะความ “ลงตัว” ภายนอก
และถือเป็นรถอีกรุ่นที่พรูฟว่า GWM พัฒนามาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ด้วยยอดจองหลังเปิดตัวเพียง 2 เดือน ทำไปแล้วกว่า 4,000 คัน และภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ จะส่งมอบได้ 2,000 คัน
ดีไซน์หน้าตาภายนอกไม่ได้แตกต่างจากรุ่นไฮบริด (HEV) โดดเด่น ดุดัน ด้วยกระจังหน้าแบบ Rectangle วางทรงแนวนอน มีช่องระบายอากาศสีดำลายรังผึ้งเข้ามา วางซ้อนด้านใน เพื่อกันเศษหินกระเด็นเข้าไปในห้องเครื่อง ช่วยขับให้ไฟหน้า LED ทรงกลม ยิ่งสะดุดตา มีไฟตัดหมอกและฟังก์ชั่นหน่วงเวลาหลังดับเครื่องยนต์
ตราสัญลักษณ์โลโก้สีเงิน เงาวาว ชวนมอง GWM เสริมความเท่ ด้วยชุดกันชนหน้า-หลังรอบคัน บังโคลนสีดำ
เพิ่มความสะดวกในจังหวะก้าวขึ้น-ลงรถด้วยชายบันไดข้าง เพราะตัวรถมีขนาดความสูงจากพื้นถึงตัวรถ 22.4 ซม.
เสริมความหล่อด้วยแร็กหลังคาสีดำเช่นเดียวกัน
ล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว สีดำเปียโนแบล็ก ส่วนไฟฟ้า แอลอีดีแนวตั้ง ที่บานประตูฝาท้ายแบบ Horizontal มีการติดตั้งล้ออะไหล่ที่ประตูท้าย เรียกว่ารถ GWM TANK 300 ดีเซล ถูกตกแต่งมาให้เป็นรถในแบบฉบับ หรือรถในอุดมคติของสายออฟโรดตัวจริง
เข้าภายในห้องโดยสารทุกอย่างดูใหญ่โต เหมือนขนาดของตัวรถภายในห้องโดยสาร ออกแบบมาในโทนสีดำ มีการใช้แถบสีเงินเข้ามาช่วยเบรก ทั้งในส่วนของคอนโซลหน้า กรอบช่องแอร์ทรงกลม กรอบคอนโซลกลาง คันเกียร์ ปุ่มมือหมุนสำหรับเลือกปรับโหมดการขับขี่ที่พวงมาลัย และหลุมมือจับบานประตู ถูกตัดด้วยสีเงินโครเมียม
เบาะนั่งขนาดใหญ่หุ้มด้วยหนัง Nappa และหนังสังเคราะห์นั่งสบายและโอบกระชับ
เบาะของผู้ขับปรับได้ 8 ทิศทาง มีระบบดันหลังพร้อมระบบนวดและระบบระบายอากาศ สามารถบันทึกตำแหน่งที่นั่งได้ 3 ตำแหน่ง ส่วนเบาะผู้โดยสารคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง มีระบบระบายอากาศ
หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ และหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัส ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางยาว 26.6 นิ้ว แบ่งออกเป็น 2 จอขนาดเท่า ๆ กันคือ 23.3 นิ้ว หลังคาซันรูฟ ชุดเครื่องเสียง AMOR ลําโพง 8 ตําแหน่ง พร้อม Subwoofer
หลังจากรับรถคันนี้มาอยู่ในความดูแล ด้วยจังหวะและโอกาสยังไม่เหมาะที่จะพา GWM 300 ดีเซลคันนี้ออกนอกเมือง ตัดสินใจเบนหัวรถวิ่งฝ่าเมือง เข้าเขตพระนคร
วัดกันไปให้รู้เรื่อง ว่ารถทรงนี้ ขนาดบึกบึนแบบนี้ วิ่งเข้าเขตพระนครจะทำได้ดีแค่ไหน
ด้วยขุมกำลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ 184 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตรที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด
มี 3 โหมดการขับขี่ให้เลือกใช้งาน คือ ปกติ,สปอร์ต และประหยัด แต่หลัง ๆ เราเลือกใช้ในโหมดปกติ
และยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ทั้งแบบขับ 2H/4H/4L และสภาพพื้นผิวต่าง ๆ ทั้งหิมะ ทราย ภูเขา พื้นหิน หลุมบ่อ ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า มีมาครบ เอาใจสายลุยตัวจริง เสริมความมั่นใจด้วยกล้องแสดงภาพใต้ท้องรถ
ส่วนช่วงล่างนั้น ใช้ระบบกันสะเทือนแบบปีกนกด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นมัลติลิงก์ รุ่นนี้เป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีระบบช่วงล่าง+ระบบ AWD Dual Speed และระบบล็อกเฟืองขับ (Electric Differential Lock) ด้านหลัง
เราเลือกใช้โหมดปกติในการขับ รวมทั้งเซตตั้งค่าพวงมาลัย เป็นโหมดปกติ เพราะขยับได้เองเป็นหลัก ส่วนทัศนวิสัยหายห่วง มองผ่านกระจกหน้า กระจกหลัง ไปได้ไกล ๆ เพราะรถมีความสูงเห็นได้ชัด ด้วยความใหญ่โตทำให้เพื่อนร่วมเส้นทาง ไม่ค่อยอยากเข้ามาใกล้ TANK 300 ดีเซลมากนัก
มีจังหวะมุมเปลี่ยนเลนในช่วงการจราจรอันวุ่นวาย กดแป้นคันเร่ง เครื่องยนต์ตอบสนองได้เนียนเท้า ตั้งแต่จังหวะออกตัว ไม่รู้สึกอืดอาด พวกมาลัย แม้จะคมไม่เท่าใจสั่ง แต่ก็ช่วยเพิ่มความปราดเปรียวได้ในจังหวะเปลี่ยนเลนได้แบบไม่เคอะเขิน จังหวะเปลี่ยนของเกียร์ทั้ง 9 สปีดค่อนข้างเนียน จะมีบางช่วงเล็ก ๆ ที่กดกระแทกความเร็ว มีรอยสะดุดให้จับได้เล็กน้อย
แต่โดยรวมต้องชมว่า GWM พัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลมาใส่ใน TANK 300 คันนี้ได้ลงตัว
ที่สำคัญ ความมั่นใจดังกล่าว GWM ยังส่งผ่านถึงลูกค้า TANK 300 ดีเซล ด้วยการรับประกันคุณภาพเครื่องยนต์ให้อุ่นใจยาว ๆ 1 ล้านกิโลเมตร หรือ 8 ปี
สำหรับ GWM TANK 300 ดีเซล มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 2.4T รุ่น PRO ราคา 1,029,000 บาท, รุ่น ULTRA ราคา 1,179,000 บาท และคันนี้ 2.4T ULTRA 4WD ราคา 1,279,000 บาท
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : TANK 300 ดีเซล ออฟโรดในอุดมคติ ขับเท่ ทรงพลัง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net