พี่หาว 2how เปิดเลนส์ความคิดชีวิตอินฟลูฯ เล่าเรื่องถ่ายภาพยังไงให้คนอิน
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ ผู้เขียน : สุวัฑ แซงลาด
ในโลกยุคดิจิทัลที่ใครก็เป็นครีเอเตอร์ได้ แต่จะมีสักกี่คนที่ครองใจผู้ชมด้วย “ความรู้” มากกว่าแค่ไวรัล โดยเฉพาะในวงการที่เฉพาะทางอย่างกล้องถ่ายภาพ ชื่อของ “ต่อวงศ์ ซาลวาลา” หรือที่คนในวงการเรียกกันคุ้นหูว่า “พี่หาว 2how” ผู้เชี่ยวชาญการถ่ายภาพและเทคโนโลยีดิจิทัล ยังคงเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกยกย่องว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายกล้องที่สร้างคอนเทนต์ได้ทั้งลึก ชัด และจริงใจตลอดเกือบ 2 ทศวรรษ
แม้ตลาดกล้องจะไม่หวือหวาเหมือนเดิมอย่างในอดีต แต่พี่หาวก็ยังสามารถรักษาสมดุลระหว่างความเชี่ยวชาญ บวกกับความเข้าใจคนดูได้อย่างไม่เสื่อมคลาย พร้อมต่อยอดบทบาทไปสู่ผู้ถ่ายทอดความรู้ทั้งเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล และการใช้ชีวิตในโลกยุค AI ได้อย่างลุ่มลึก
ในบทสัมภาษณ์พิเศษนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” พาคุณไปรู้จักกับ “โลกเบื้องหลังเลนส์” ที่ไม่ได้มีแค่ความงามของภาพถ่าย แต่ยังเต็มไปด้วยความพยายาม แพสชั่น และแรงบันดาลใจของคนที่เลือกทางเดินที่ “แคบแต่ลึก” เพื่อส่งต่อแสงสว่างของความรู้ ในแบบที่ไม่เคยลดไฟเลยแม้แต่นิดเดียว…และต่อไปนี้คือแนวคิดและมุมมองจาก “พี่หาว 2how”
จุดเริ่มต้นในวงการเล่าเรื่องการถ่ายภาพของพี่หาว
พี่หาวเล่าว่า ในตอนแรกเขาไม่ได้อยากถ่ายรูปเป็นอาชีพ แต่แค่อยากเอารูปมาประกอบในเรื่องเล่าของเขาเท่านั้นเอง แต่เนื่องจากสมัยก่อนมันเป็นการถ่ายรูปด้วยฟิล์ม จะถ่ายแต่ละทีต้องเสียตังค์ในการซื้อฟิล์มและมีค่าใช้จ่ายในการล้าง เมื่อเข้าสู่ยุคที่เป็นกล้องดิจิทัล เลยทําให้เขาสามารถถ่ายอะไรก็ได้
โดยพี่หาวเริ่มถ่ายภาพตามงานมอเตอร์โชว์ งานแฟร์ และงานอื่น ๆ แล้วนำเอาภาพมาประกอบการเล่าเรื่อง ซึ่งกล้องดิจิทัลในยุคที่เขาเริ่มถ่ายภาพ อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างยุคกล้องฟิล์มแอนะล็อกกับยุคกล้องดิจิทัลพอดี พอเป็นช่วงรอยต่อจึงมีอะไรให้เขาศึกษาเยอะ แล้วก็ทำให้เขาดําดิ่งอยู่กับการค้นคว้าข้อมูลของกล้องถ่ายภาพรุ่นต่าง ๆ
“เวลาที่เราคิดที่จะทําอะไร ก็จะชอบตั้งคำถามแบบว่า ทําไมมันเป็นแบบนี้ ต้องรู้ว่าเหตุผลอะไรอย่างนี้ มันก็เลยทำให้พี่ได้เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ สั่งสมมาเรื่อย ๆ แล้วเราก็ได้แลกเปลี่ยนจากสิ่งที่เราได้คุย คนดูในโลกออนไลน์เขาก็แลกเปลี่ยนแบ่งปันกับเรา แล้วสิ่งที่พี่อยากทําคือ พี่เยียวยาจิตใจพี่เอง เพราะว่าพี่สนุกกับตรงนี้ เวลาทําอะไรแล้วสนุกพี่ก็จะไม่คิดอะไรมาก จนมาคิดได้ว่าเมื่อเราทำในสิ่งนี้เราก็ทําได้ตลอดนี่ อีก 20 ปีเราก็ยังทําได้”
อินฟลูฯต้องไม่หลอกคนดู
พี่หาวให้มุมมองเรื่องนี้อย่างน่าสนใจว่า เขาไม่มีความจำเป็นต้องหลอกใคร การพูดคุยก็คุยเหมือนเพื่อนธรรมดา เปรียบเหมือนเวลาเอาน้ำให้เพื่อนกิน เราก็ต้องเอาแก้วที่ล้างสะอาด เอาน้ำสะอาดให้เพื่อนดื่ม เราจะไม่เอาแก้วสกปรกให้เพื่อน ก็เท่านั้นเอง และแม้ว่าคนดูเขาจะไม่ใช่เพื่อนเรา แต่เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง เขาก็ต้องการสิ่งที่ดีก็เหมือนเราเหมือนกัน ในทางกลับกันถ้าเป็นเราดูคนอื่นเราก็ต้องการสิ่งที่ดีจากคนอื่นเช่นเดียวกัน
“พี่มองว่า ทุกคนก็ไม่อยากจะหลอกคนดูหรอก เพียงแต่ว่าคุณจะอยู่ตรงจุดนั้นได้ไหม อย่างพี่ทําพี่จะไม่สนใจนะ ต้องบอกว่าอันนี้พูดตรง ๆ เลย ถ้าเขา (ลูกค้า) ให้พูด เราก็จะคิดว่าแบบ…อ๋อเหรอ ต้องพูดแบบนี้เหรอ เราก็จะไม่พูด เขาก็เอาของกลับไป ก็จะเป็นแบบนี้ซะส่วนใหญ่ เพียงแต่ว่าลูกค้าพี่เขาดี พอทํามานาน ๆ เขาจะรู้แล้วว่า มันเป็นผลดีกับเขาในระยะยาวด้วย”
วงการถ่ายภาพเปลี่ยนไปมากจากในอดีต
พี่หาวเล่าต่อว่า ปัจจุบันวงการถ่ายภาพเปลี่ยนไปมาก จากแต่ก่อนนี้ที่เป็นสมัยกล้องฟิล์ม คนที่ใช้กล้องทำงานเป็นอาชีพก็จะเป็นโปรเฟสชั่นนอลเลย ขณะเดียวกันยังมีอีกกลุ่มคนที่ไม่ใช่โปรเฟสชั่นนอลที่ซื้อกล้องมาถ่ายเล่น ๆ ก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกัน แต่พอเป็นยุคของกล้องดิจิทัล คนก็เข้ามาสู่อุตสาหกรรมการถ่ายภาพเยอะขึ้น ยกตัวอย่าง การถ่ายเวดดิ้งที่แต่ก่อนช่างภาพงานแต่งงานมีจำนวนไม่มากนัก แต่เดี๋ยวนี้จะเห็นช่างภาพเวดดิ้งเยอะแยะไปหมด ภาพรวมคนในอุตสาหกรรมถ่ายภาพก็มีจำนวนมากขึ้น กล้องถ่ายภาพเองก็สามารถถ่ายวิดีโอได้ด้วย แม้ว่าจะมีสมาร์ทโฟนที่สามารถถ่ายภาพได้สวย คนยังใช้กล้องถ่ายภาพอยู่
“คือตราบใดที่เรายังมองเห็นนะ เราก็ต้องดูภาพ เพราะฉะนั้นมันก็จะอยู่กับเราไปตลอด พี่ว่าอุตสาหกรรมนี้มันอาจจะวนเวียนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพียงแต่ว่ารูปแบบของอุปกรณ์มันถูกพัฒนาขึ้น อย่างกล้องแต่ก่อนถ่ายวิดีโอไม่ได้ ตอนนี้ก็ถ่ายได้ ถ้ากล้องไหนถ่ายวิดีโอไม่ได้ มันก็จะขายไม่ดี เมื่อผู้ผลิตรู้แบบนี้เขาก็กลับไปทำกล้องที่ถ่ายวิดีโอได้มา
หรือในยุคปัจจุบันนี้ มันมีเทรนด์ที่ว่าไม่ชอบใช้กล้องใหญ่ คนอาจชอบใช้กล้องแนว Retro หรือ Compact ผู้ผลิตกล้องก็กลับมาทำเพื่อตอบสนองผู้บริโภค หรือเดี๋ยวนี้เขาไปถ่ายภาพกันบนฟ้าโดยใช้โดรนขึ้นไปถ่ายแล้ว แสดงว่าภาพหรือวิดีโอมันยังเป็นที่ต้องการอยู่ เพียงแต่ว่าผู้ผลิตกล้องจะตอบสนองผู้บริโภคได้ตรงกับความต้องการหรือไม่ ก็เห็นว่าบริษัทกล้องพยายามอยู่ แม้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งมันดาวน์ลงไป เพราะเทรนด์กล้องถ่ายภาพจากโทรศัพท์มือถือเป็นกระแสขึ้นมา แต่สุดท้ายเราก็จะรู้สึกว่า เวลาเราไปเที่ยวเราก็ยังอยากได้กล้องอีกซักตัวหนึ่งเพื่อบันทึกภาพ หรือคนทํางานถ่ายภาพจริงจังจะมาใช้โทรศัพท์มือถือมันก็ไม่ได้”
เราจําเป็นมั้ยที่ต้องวิ่งตามเทรนด์กล้องใหม่ในทุกปี ?
เมื่อถามถึงประเด็นนี้ พี่หาวให้ความเห็นว่า “ไม่จําเป็นหรอก ไม่เสียอย่าซ่อม คําพูดนี้ยังใช้ได้เสมอ ถ้าใช้ แล้วใช่ ไม่ต้องไปดิ้นรนอะไร” นอกเสียจากว่าถ้ามันช่วยงานให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น เช่น จากสิ่งที่เราต้องทํา 5 อย่าง กลายมาเป็นเหลือแค่ 2 อย่าง อันนี้โอเค แต่ถ้าได้ของใหม่มาแล้วแต่มันไม่ได้ช่วยอะไร หรือต้องมานั่งเรียนรู้ใหม่เยอะเกินความจำเป็นก็ไม่ต้องเปลี่ยน
“ไม่เสียอย่าซ่อม อันเนี้ยใช้ได้เสมอ เหมือนกับรถที่สตาร์ตติด ไปส่งลูกได้ทุกวันก็โอเคแล้ว มันไม่เสียกลางทาง แต่ถ้าซื้อรถใหม่ เราต้องมานั่งลุ้นว่า ตัวแทนจําหน่ายมันจะโอเคไหม หรือมันจะเสียอะไรไหม อันนั้นเราไม่สบายใจใช่ไหม ก็ไม่ต้องใช้ของใหม่ก็ได้ เพราะใช้ของเก่ามันก็ยังใช้ได้อยู่ เมื่อถึงเวลาที่เทคโนโลยีมันล้าหลังเกินไปแล้วอันนั้นก็อยากจะเปลี่ยนก็ค่อยเปลี่ยน”
อยากบอกอะไรกับเด็กรุ่นใหม่ที่อยากเข้ามาในวงการนี้ ?
พี่หาวบอกว่า ถ้าจะเข้ามาวงการนี้…ไปวงการอื่นดีกว่า เพราะวงการนี้มันเล็กมาก มันต้องใจรัก มันไม่ได้เฟื่องฟูเหมือนเมื่อก่อน หรือก่อนที่โทรศัพท์มือถือจะมา แต่พี่เองก็ไม่ได้อยู่ในยุคเฟื่องฟูนะ อย่างตอนนี้คือถ้าคุณจะไปเป็นอินฟลูฯสายท่องเที่ยว แม้คนจะทําเยอะก็จริง แต่ตลาดมันก็กว้างกว่านี้เยอะ
ในการถ่ายภาพ หากคุณอยากจะทําตรงนี้มันต้องใจรัก ต้องแบบรู้สึกอยากเรียนรู้แล้วก็ต้องยอมเสียเวลา เพราะ learning curve ค่อนข้างสูงสําหรับการถ่ายภาพกับวิดีโอ เพราะปัจจุบันกล้องมันซับซ้อนมาก หากต้องเริ่มทำความเข้าใจใหม่ตั้งแต่ต้นก็เป็นเรื่องที่อาจเหนื่อยมาก ๆ ถ้าเป็นมือใหม่แล้วอยากจะมาเป็นอินฟลูฯทางด้านนี้ด้วยถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่ก็ยังสามารถทําได้หากมีใจรัก เพราะยุคนี้ยังดีตรงที่มันมีข้อมูลเยอะ แต่เราจะปะติดปะต่อข้อมูลได้ไหมในระยะเวลาอันสั้น
“ที่จริงเราทําอะไรก็ได้นะที่เรารัก เช่น ทําอาหารหรือทําอะไรก็ได้ ถ้าเรามีความรู้พอเราทำได้ทุกอย่างเลย ยกตัวอย่าง ถ้าพี่สงสัยเรื่องเทคโนโลยีกันสั่นว่ามันทํางานยังไง พี่ก็จะแตกประเด็นเลยว่ากันสั่นมีกี่ประเภท หากมีกล้องบางรุ่นใส่กันสั่นแปลก ๆ มา พี่ก็จะไปค้นคว้าว่าทําไมต้องเป็นแบบนั้น จะค้นคว้าลงลึกไปเรื่อย ๆ มันเหมือนเราสะสมมาเยอะ เราก็พอที่จะต่อยอดจากมันได้ เพราะฉะนั้นพี่จะค้นข้อมูลอยู่ตลอดเวลา มีทั้งหาข้อมูลโดยใช้ AI แล้วถ้ามีเอกสารที่เราเคยอ่านมา ก็จะนำมาวิเคราะห์กับตัวเอง จนมันเหมือนเป็นชีวิตประจําวันของเราไปแล้ว เพราะมันหายใจเข้าออกเป็นเรื่องเหล่านี้ เราก็ได้ความรู้ไปเรื่อย ๆ”
เกือบ 20 ปีแล้ว อะไรที่ยังทำให้เดินหน้าในวงการนี้ต่อ ?
พี่หาวบอกว่า ที่ยังทำในสิ่งนี้เพราะรู้สึกสนุก ชอบที่จะคุย มันความชอบล้วน ๆ เหมือนเราชอบกินอาหารบางอย่าง เราก็จะกินเหมือนเดิม แล้วเขาเป็นคนชอบที่จะเล่าเรื่อง ชอบที่จะเห็นสิ่งใหม่แล้วเล่าให้เพื่อนฟัง แล้วก็ได้เห็นเพื่อนเอาไปทําให้เกิดประโยชน์ต่อ และมองว่าอันนั้นมันเป็นผลพลอยได้ แต่ว่าส่วนใหญ่คือตื่นเช้ามาแล้วอยากคุย เหมือนไปนั่งสภากาแฟ แล้วก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกันกับเพื่อน
“ตอนนี้พี่ตื่นมา พี่ก็จะหาข้อมูลที่เคยรวบรวมไว้บ้าง หรือตื่นแล้วเช็กดูว่าพอเช้ามามันมีเทรนด์อะไรเกิดขึ้นมาใหม่ แล้วเราก็เอามาใส่ข้อมูลที่จะเล่าให้เพื่อนเราแค่นั้นเอง ไม่มีอะไรซับซ้อน พี่ใช้ Passion อย่างเดียวเลย”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พี่หาว 2how เปิดเลนส์ความคิดชีวิตอินฟลูฯ เล่าเรื่องถ่ายภาพยังไงให้คนอิน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net