โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SET มีลุ้นแตะ 1,200 จุด รับข่าวดีสหรัฐฯ ลดภาษี - ส่วนการเมืองยังต้องจับตา

Manager Online

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 08.05 น. • MGR Online

โบรกเกอร์ฯ ระบุ หุ้นไทยมีลุ้นพุ่งแตะ 1,200 จุด รับข่าวดี หลังไทย-สหรัฐฯ เจรจารอบใหม่ "ทีมไทยแลนด์" ยื่นข้อเสนอลดภาษีให้สหรัฐ 0% หลายรายการ มีหวังสหรัฐฯ ลดเก็บภาษีเหลือ 18-25% หวังหุ้นส่งออก - Laggard ฟื้น รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้า ขณะที่ ASPS แนะจับตา 3 คดีการเมืองเดือน ส.ค.นี้ ชี้ชะตาหุ้นไทย คาดดัชนีผันผวนก่อนคำตัดสิน แต่หากไม่มียุบสภาฯ เบิกจ่ายได้ โอกาสเกิด Technical Recession น้อย แนะสะสมหุ้นใหญ่- High Dividend Yield หรือ Profit Growth 68 เติบโต

กสิกรฯ-กรุงศรี คาดสหรัฐฯเก็บภาษี 18-25%

บทวิเคราะห์จาก บล.กสิกรไทย ระบุว่า SET Index ของไทยมีแนวโน้มแกว่งตัว sideway อยู่ในกรอบ 1,145-1,165 จุด จากที่ตลาดรอลุ้นผลการเจรจารอบที่ 2 ของไทยกับสหรัฐ รวมไปถึงรายละเอียดของข้อตกลงการค้า หลังมีการเสนอการลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ลงเป็น 0% หลายหมื่นรายการ

ทั้งนี้มีรายงานว่า "ทีมไทยแลนด์" นำโดย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง หารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อคืนนี้ (ตามเวลาประเทศไทย) โดยฝ่ายไทยยื่นข้อเสนอใหม่ในการลดภาษีนำเข้าสินค้าให้สหรัฐฯ 0% ในหลายรายการ รวมทั้งข้อเสนออื่น ๆ นับเป็นอีกความคืบหน้าการเจรจาซึ่งนักลงทุนจับตาหวังมีข่าวดี

บล. กสิกรฯ ระบุว่า หากผลการเจรจาภาษีออกมามากกว่า 20% ซึ่งมากกว่าเพื่อนบ้าน ตลาดอาจจะตอบรับในเชิงลบบนความคาดหวังการเจรจาภาษีที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 18% ตามคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ด้าน บล.กรุงศรี ระบุว่า ให้ติดตามพัฒนาการการค้า หลังไทยยื่นข้อเสนอใหม่กับหน่วยงานการค้าสหรัฐ (USTR) แล้วคืนวานนี้ โดยคงคาดกรณีฐานไทยจะได้ดีล 19-25%

ฟินันเซีย ลุ้นลดภาษี หนุนหุ้นไทยแตะ 1,200 จุด

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า Upside ของดัชนีอยู่ที่ผลการเจรจาการค้าว่าจะปรับลดลงอัตราภาษีลงจาก 36% และใกล้เคียงคู่แข่งที่ราว 20% ได้หรือไม่ หากเจรจาสำเร็จยังมอง SET Index มีโอกาสทยอยไต่ระดับเข้าหาเป้าดัชนีที่ 1,180 จุด หรือแนวจิตวิทยาที่ 1,200+- จุดได้ หุ้นกลุ่มส่งออกมีโอกาสกลับมา Outperform รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่ที่ยัง Laggard มีโอกาสเห็นกระแสเงินทุนไหลเข้า

บล. ฟินันเซีย ระบุว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways สร้างฐานระยะสั้นในกรอบ 1,145-1,167 จุด โดยปัจจัยสำคัญที่ตลาดยังจับตาคือพัฒนาการเจรจาการค้า ล่าสุดมีรายงานว่าไทยมีการประชุม Video Conference กับสหรัฐฯเพื่อยื่นข้อเสนอภาษี 0% สินค้าหลายหมื่นรายการเพื่อแลกกับการลดภาษีสินค้าไทย แต่ยังไม่มีข้อสรุป

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเมื่อคืนที่ผ่านมาอยู่ที่ประเด็นทรัมป์ที่ต้องการปลดพาวเวลออกจากตำแหน่ง แต่ท้ายที่สุด ทรัมป์ได้มีการออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว ส่วนตัวเลขเงินเฟ้อ PPI เดือน มิ.ย. สหรัฐฯออกมาต่ำกว่าคาดโดยทรงตัว m-m จากที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯและ Dollar Index เริ่มชะลอตัวลงจากที่ปรับตัวขึ้นช่วงก่อนหน้า หนุนสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวอ่อนๆ

ASPS จับตา 3 คดีการเมือง เดือน ส.ค. ชี้ชะตาหุ้นไทย

ด้านบริษัทหลักทรัยพ์ เอเชีย พลัส เปิดเผยว่า เดือน ส.ค. นี้ ยังต้องจับตา 3 คดีทางการเมืองที่อาจชี้ชะตาทิศทาง SET Index ประกอบด้วย

1.คดีชั้น 14- นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยประเด็น ไม่ได้ติดคุกจริง แต่ใช้เวลา 181 วันที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นไต่สวนพยานนัดสุดท้าย 30 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยคาดหมายคำวินิจฉันในเดือน ส.ค. นี้

2.คดี ม.112 นายทักษิณ ในกรณีที่สัมภาษณ์ต่อสื่อเกาหลีใต้ พาดพิงสถาบันฯ ในอดีต โดยนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 22 ส.ค. นี้

3.คลิปเสียง ฮุนเซน – นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีข้อกล่าวหา เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง ทำความเสื่อมเสียต่อชาติ โดยมีเส้นตาย เมื่อสิ้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ที่ครบกำหนดยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าจะศาลอาจมีคำวินิจฉัย ไม่พ้นตำแหน่งในเดือน ส.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความไม่แน่นอนทั้ง 3 คดี น่าจะกดดันให้ SET Index ผันผวนช่วงก่อนคำตัดสิน ทั้งนี้ หากกระบวนการของสภายังอยู่ และไม่มีการยุบสภาในช่วงเดือน ส.ค. นี้ น่าจะทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 69 ยังคงกรอบเวลาเดิมและมีมาตรการกระตุ้นออกมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ประกอบกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยไทยในช่วงครึ่งปีหลัง มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้ง ราว 0.25-0.5% สะท้อนผ่านตราสารหนี้ไทยอายุน้อยกว่า 7 ปีที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.75%

บล.เอเซียพลัส จึงคาดว่า เศรษฐกิจไทยไม่น่าจะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวมากนัก และมีโอกาสเกิด Technical Recession น้อย ดังนั้น จังหวะดังกล่าวถือเป็นโอกาสสะสมหุ้นใหญ่ที่มี High Dividend Yield หรือ Profit Growth 68 เติบโต เช่น PTT , SCC , CPALL , BDMS , TRUE และ PLANB

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...