โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาน้ำมันโลกพุ่งวันเดียว 14% หลังอิสราเอลถล่มแหล่งพลังงานอิหร่าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 22.55 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 05.55 น.

ในห้วงเวลาที่โลกกำลังหาทางฟื้นตัวจากผลกระทบของสงคราม รัสเซีย-ยูเครน และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่ทะยานขึ้นถึง 14% ภายในวันเดียว ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอีกครั้งต่อระบบเศรษฐกิจโลก

หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกสำคัญของโอเปก และมีบทบาทสำคัญในตลาดพลังงานของโลก

เหตุการณ์เริ่มต้นจากปฏิบัติการ “สิงโตผงาด” ของอิสราเอล เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายนที่ยิงจรวดโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติ South Pars ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่นอกชายฝั่งจังหวัดบุชเชห์ของอิหร่าน

การโจมตีครั้งนี้ทำให้เกิดเพลิงไหม้และส่งผลให้การผลิตบางส่วนต้องหยุดชะงัก แม้ว่าทางการอิหร่านจะยืนยันว่าสิ่งอำนวยความสะดวกในการกลั่นและคลังเก็บน้ำมันยังคงทำงานได้ตามปกติ แต่ความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของภูมิภาคก็ได้สั่นคลอนแล้ว

ตลาดน้ำมันตอบสนองในทันที ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ ปิดที่ 72.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.94 ดอลลาร์ หรือ 7.62% โดยระหว่างวันราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 14% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 21 มกราคม ที่ 77.62 ดอลลาร์ ซึ่งสูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าถึง 13%

ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนต์ทะยานขึ้นเช่นเดียวกัน ทำให้ภาพของสงครามที่อาจลุกลามกลายเป็นแรงกดดันใหม่ต่อเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง

การที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง ไม่ใช่เพียงเพราะความเสียหายทางกายภาพเท่านั้น หากแต่เป็นผลมาจาก “ความไม่แน่นอน” ซึ่งตลาดการเงินโลกมักไม่อาจรับมือได้ดี ความกังวลว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลอาจลุกลามกลายเป็นสงครามภูมิภาคที่กินวงกว้าง กำลังส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนด้านพลังงานโดยตรง

ที่น่าจับตาอย่างยิ่งคือคำขู่ของอิหร่านที่จะปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยในแต่ละวันมีน้ำมันไหลผ่านเส้นทางนี้มากถึง 18–19 ล้านบาร์เรล หรือราว 20% ของอุปสงค์น้ำมันโลก

หากช่องแคบนี้ถูกปิด ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานเกินควบคุมเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศต่างๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ของอิหร่านอย่างจีน อินเดีย และญี่ปุ่น

แม้ผู้ผลิตรายใหญ่อย่างซาอุดีอาระเบียและรัสเซียจะมีปริมาณสำรองที่อาจช่วยบรรเทาผลกระทบชั่วคราวได้บ้าง แต่การหดตัวของซัพพลายจากอิหร่านในระดับมากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ในมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ การโจมตีโครงสร้างพลังงานครั้งนี้ ตอกย้ำความจริงที่ว่า “พลังงาน” ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สามารถพลิกเกมได้ในทันที การที่ประเทศใดสามารถควบคุมการส่งออกหรือปิดกั้นเส้นทางเดินเรือ ก็อาจมีอิทธิพลพอที่จะเปลี่ยนดุลอำนาจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทั้งสองประเภทนี้ ถือเป็นการเคลื่อนไหวรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2022

อย่างไรก็ดี เพียงไม่นานหลังการซื้อขายน้ำมันจบลงในวันศุกร์ อิหร่านก็เริ่มการโจมตีตอบโต้กลับด้วยขีปนาวุธจำนวนมาก ขณะที่อิสราเอลก็เริ่มหันมาโจมตีแหล่งพลังงานในอิหร่านเช่นกัน

บริษัทน้ำมันแห่งชาติของอิหร่าน (National Iranian Oil Refining and Distribution Company) แถลงว่าสิ่งอำนวยความสะดวกในการกลั่นและเก็บน้ำมันไม่ได้รับความเสียหาย และยังคงดำเนินการได้ตามปกติ

อิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิกขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ผลิตน้ำมันประมาณ 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน (bpd) และส่งออกมากกว่า 2 ล้าน bpd ของน้ำมันและเชื้อเพลิง นักวิเคราะห์ระบุว่า โอเปกและพันธมิตร เช่น รัสเซีย มีปริมาณสำรองเพียงพอที่จะชดเชยการหยุดชะงักในปริมาณดังกล่าว

การปะทะกันยังทำให้เกิดความกังวลว่า “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือน้ำมันที่สำคัญ อาจได้รับผลกระทบ เพราะราว 1 ใน 5 ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก หรือราว 18–19 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถูกส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ พลเอกเอสมาอิล โคซารี ของอิหร่าน กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า เตหะรานกำลังพิจารณาปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญในการส่งน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซีย

ทั้งนี้ ธนาคาร Rabobank ระบุว่า ซาอุดีอาระเบีย คูเวต อิรัก และอิหร่าน ต่างก็ต้องพึ่งพาช่องทางแคบฮอร์มุซในการส่งออกน้ำมัน ด้านนักวิเคราะห์จาก JP Morgan มองว่า อิหร่านพึ่งพาการขนส่งทางเรืออย่างมาก การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของอิหร่านเอง ตลอดจนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับจีนซึ่งเป็นลูกค้าน้ำมันหลักของอิหร่านด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...