โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ดาว TikTok ชักหลังวางยาสลบทำศัลยกรรม แต่ จนท.คิดว่าผีเข้า

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 10.06 น.

เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจในอินโดนีเซีย หลัง “เมเม่ โฟลม” (Meme Flome) ดาว TikTok ชื่อดัง ต้องเผชิญฝันร้ายจากการทำศัลยกรรมที่คลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งในกรุงจาการ์ตา โดยการรักษาที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง ส่งผลให้เธอไม่สามารถเดินหรือพูดได้ตามปกติอีกต่อไป

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ขณะโฟลมเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมที่คลินิกดังกล่าว ระหว่างผ่าตัดเธอมีอาการชักอย่างรุนแรง แพทย์จึงให้ยาสลบเพิ่มเติม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความผิดปกติที่เกิดขึ้น

สถานการณ์กลับเลวร้ายลง เมื่อเธอเกิดอาการชักซ้ำอีกครั้ง แต่แทนที่เจ้าหน้าที่คลินิกจะเร่งส่งโรงพยาบาล พวกเขากลับเข้าใจผิด คิดว่าเธอ “ผีเข้า” และพยายามพูดคุยปลอบประโลม แทนการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างถูกต้อง

โฟลมถูกปล่อยให้ชักต่อเนื่องอยู่นานถึง 12 ชั่วโมง โดยไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม จนในที่สุดอาการทรุดหนักถึงขั้นโคม่า และต้องนอนรักษาตัวในสภาพหมดสติอยู่นานเกือบ 1 เดือน

เมื่อเธอฟื้นกลับมา ก็พบว่าร่างกายได้รับความเสียหายทางระบบประสาทอย่างรุนแรง ส่งผลให้ ไม่สามารถเดินหรือพูดได้ตามปกติ และยังมีอาการชักกระตุกเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ รวมถึงสภาพจิตใจที่บอบช้ำจากสิ่งที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์นี้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในอินโดนีเซีย โดยหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงมาตรฐานการดูแล ความปลอดภัย และความรับผิดชอบของคลินิกเสริมความงามดังกล่าว ว่าได้ดำเนินการตามหลักวิชาชีพหรือไม่

ล่าสุดในเดือนเมษายน 2568 โฟลมตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเธอไม่เพียงแค่เปิดชื่อคลินิก แต่ยังเปิดเผยชื่อพยาบาลที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่าเธอต้องการให้สังคมรับรู้ความจริง เพื่อไม่ให้ใครต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับเธออีก

ภาพจาก Instagram mflme_
ข้อมูลจาก Brilio

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...