โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดอกเบี้ยพุ่ง “กทม.” อ่วม เร่งเคาะแนวทางจ่ายหนี้ “รถไฟฟ้าสายสีเขียว” 2.7 หมื่นล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 09.30 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 07.15 น.

ปัญหาหนี้ค้างชำระค่าเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ซึ่งมีมูลค่ารวม 27,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ หนี้ที่อยู่ระหว่างการฟ้องร้องในชั้นศาลปกครองและหนี้ที่เกิดขึ้นจากการเดินรถจริง หลังจากการฟ้องร้องยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความหนักใจให้กับ กทม.

นายวิษณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ความคืบหน้าการจ่ายหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงอ่อนนุช - แบริ่งและช่วงกรุงธนบุรี - บางหว้า และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง - เคหะสมุทรปราการ และช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ – คูคต ให้กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี นั้น

ทั้งนี้ในปัจจุบันกทม.ได้มีการหารือภายในและปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานอัยการสูงสุดและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อหาแนวทางจ่ายหนี้ โดยอัยการสูงสุดยังไม่กล้าให้ความเห็นถึงประเด็นดังกล่าว เนื่องจากคดีที่เอกชนฟ้องร้องนั้นยังอยู่ในชั้นศาลปกครองพิจารณา

ส่วนประเด็นที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดเกี่ยวข้องกับสัญญาในอดีต ซึ่งยังไม่ได้รับการตอบกลับอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่สามารถดำเนินการจ่ายเงินได้

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการเดินรถให้กับ กทม. ได้ทำหนังสือถึงกทม.ให้พิจารณาการชำระจ่ายหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวบางส่วน เพื่อลดภาระดอกเบี้ย โดยมุ่งเน้นการชำระหนี้ในส่วนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการเดินรถจริงและมีต้นทุนที่เหมาะสม ไม่ใช่การจ่ายหนี้ตามที่ BTS เรียกเก็บทั้งหมด ซึ่งแนวทางนี้สอดคล้องกับความเห็นข้างน้อยของคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ระบุให้จ่ายตามต้นทุนที่แท้จริง

"จากหนังสือที่บริษัทเคทีเสนอมายังกทม.นั้น มองว่าหากเราไม่ชำระหนี้สักบาท ดอกเบี้ยก็จะเดินอยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันมีดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 5.4 ล้านบาทต่อวัน” นายวิษณุ กล่าว

อย่างไรก็ดีจากข้อเสนอของบริษัทเคที จะถูกนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการวิสามัญของสภากรุงเทพมหานคร ก่อนจะนำเสนอต่อสภา กทม. เพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพื่อชำระหนี้ในส่วนที่ประเมินแล้วว่าเหมาะสม แม้จะยังไม่มีการระบุตัวเลขที่ชัดเจน แต่คาดว่าจะสามารถสรุปแนวทางและมีมติจ่ายหนี้บางส่วนได้ภายในสิ้นปีนี้

สำหรับภาระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่กทม.ค้างชำระในปัจจุบัน ดังนี้ 1.หนี้ที่เกิดจาก BTS ฟ้องร้องครั้งที่ 2 ส่วนต่อขยาย 1 และ 2 ( เดินรถช่วง มิ.ย. 2564‐ต.ค. 2565) ซึ่งกทม.ค้างชำระจำนวนเงิน 12,245 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลปกครอง

2.หนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 หลังจากฟ้องร้องครั้งที่ 2 ประมาณ 15,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางการชำระเงิน เนื่องจากมีประเด็นของ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ด้านความคืบหน้าสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะหมดสัญญาในปี 2572 นั้น เมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมากทม.ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาแนวทางบริหารจัดการสัมปทาน รวมถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายด้วย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี

อย่างไรก็ดีการศึกษาในครั้งนี้จะครอบคลุมถึงรูปแบบสัญญาการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในอนาคตว่าจะเป็น PPP Net Cost หรือ PPP Gross Cost หรือรูปแบบใด ซึ่งตามแผนหากศึกษาแล้วเสร็จจะเสนอเข้าคณะกรรมการ (PPP) ,สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป

นอกจากนี้ในประเด็นที่สัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวยังติดเรื่องคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการยกเลิกมาตรา 44 นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกมาตรา 44 เพื่อให้การดำเนินการบริหารจัดการเป็นไปตามกฎหมายปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...