โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทำความรู้จัก ks-1c จรวดต่อต้านอากาศยาน "กัมพูชา" หวังสอย F-16

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 13.05 น.

ทำความรู้จัก ks-1c จรวดต่อต้านอากาศยาน "กัมพูชา" หวังสอย F-16

วันที่ 26 กรกฎาคม 2025 สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาเริ่มตึงเครียด เมื่อทางการกัมพูชา โดยกรมการบินพลเรือน ออกประกาศด่วน “ปิดน่านฟ้าฝั่งตะวันตกของประเทศ” ห้ามเครื่องบินทุกชนิดบินผ่าน ขณะที่มีรายงานว่ากองทัพกัมพูชาเตรียมประจำการระบบอาวุธจรวดพิสัยกลาง PHL-03 และระบบป้องกันภัยทางอากาศ KS‑1C เพื่อป้องกันการรุกรานทางอากาศ โดยมีเป้าหมายอาจรวมถึงเครื่องบินขับไล่ F‑16 ของไทย

ระบบ KS‑1C หรือ Kaishan‑1C (ชื่อส่งออกของจีนจาก HQ‑12/KS‑1A) เป็นอาวุธป้องกันภัยทางอากาศชั้นกลาง-สูง ที่พัฒนาโดยบริษัท CPMIEC ของจีน มีขีดความสามารถในการต่อต้านเครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ UAV และขีปนาวุธความเร็วสูงในระดับ Mach 3 ขึ้นไป โดยมีระยะยิงไกลสูงสุด 70 กิโลเมตร และเพดานยิงถึง 27 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมระดับบินของเครื่องบินรบอย่าง F‑16 และ Jas-39 Gripen ที่มีความเร็วประมาณ Mach 2

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า สมเด็จฮุนเซน ผู้นำรัฐบาลกัมพูชา ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวว่า “พร้อมใช้ KS‑1C สอย F‑16 ของไทย หากมีการละเมิดน่านฟ้า” ส่งสัญญาณเตือนรุนแรงในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังตึงเครียด

อย่างไรก็ตาม แม้ KS‑1C จะมีศักยภาพสูง แต่ยังมีข้อจำกัดเมื่อต้องรับมือกับเครื่องบินรบสมัยใหม่ เช่น F‑16 ที่มีระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (ECM) และสามารถโจมตีจากระยะไกลด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล ซึ่งอาจหลบหลีกหรือทำลายเรดาร์ควบคุมของ KS‑1C ได้

ปัจจุบัน กองทัพกัมพูชามีระบบ KS‑1C ประจำการแล้วอย่างน้อย 4 กองร้อย ตั้งแต่กลางปี 2024 ซึ่งคาดว่าถูกจัดวางตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การปิดน่านฟ้าครั้งนี้เป็นสัญญาณชัดเจนของการซ้อมรบหรือเตรียมพร้อมทางการทหารที่ไม่อาจมองข้ามได้ โดยความเคลื่อนไหวของกัมพูชาอาจจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งในภูมิภาค หากไม่มีการเจรจาและลดความตึงเครียดอย่างเร่งด่วน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...