โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ปลัดคลัง’ หวังขัดแย้งไทย-กัมพูชาไม่ยืดเยื้อ เร่งอัดเยียวยามั่นใจเศรษฐกิจQ2ยังโตฉลุย

ไทยโพสต์

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 14.45 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 07.45 น.

'ปลัดคลัง' แจงอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบไทย-กัมพูชา หวังไม่ยืดเยื้อ เร่งอัดมาตรการเยียวยาต่อเนื่อง 'บัญชีกลาง' ปลดล็อกขยายเบิกจ่ายวงเงินทดรองราชการเพิ่มจังหวัดละ 100 ล้านบาท มั่นใจเจรจาภาษีสหรัฐฯ มองเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ยังฉลุย อานิสงส์ส่งออกหนุนต่อเนื่อง เผยถกภาษีสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปไม่เกิน 1 ส.ค. ฟุ้งไทยยื่นข้อเสนอดีที่ดีที่สุด แต่ไม่เปิดภาษีนำเข้า 0% ให้ทั้งหมด

25 ก.ค. 2568 - นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จะมีต่อเศรษฐกิจไทย แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีผลกระทบมากนัก และหวังว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ยืดเยื้อยาวนาน โดยจะต้องรอผลการหารือของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (UNSC) ที่ได้เตรียมจัดประชุมฉุกเฉินในประเด็นดังกล่าว ซึ่งคาดว่าหากทุกฝ่ายถอยออกมา สถานการณ์จะคลี่คลายดีขึ้น และจะช่วยลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับทั้ง 2 ฝ่าย

สำหรับแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในครั้งนี้นั้น กระทรวงการคลังได้สั่งการไปยังหน่วยงานทั้งหมดให้เริ่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐก็ได้เร่งออกมาตรการในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ก่อนหน้านี้ทราบว่ากรมบัญชีกลางได้มีการอนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ความขัดแย้งเพิ่มเติมจังหวัดละ 100 ล้านบาทตามขอของกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมองว่าเรื่องนี้เป็นการให้ความช่วยเหลือที่เร็วและตอบโจทย์มากที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้

“การเยียวยา และให้ความช่วยเหลือก็ต้องเร่งดำเนินการไปตามความเหมาะสม ต้องดูว่าความเสียหายอยู่ตรงไหน และกระทรวงการคลังและหน่วยงานในสังกัดช่วยอะไรได้บ้าง แล้วหลังจากนั้นจึงค่อยมาประเมินผลกระทบกับเศรษฐกิจว่าเป็นอย่างไร จบช้า หรือจบเร็ว มีผลกระทบเท่าไหร่” ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ

ทั้งนี้ มองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2568 จะยังขยายตัวได้ดี โดยยังได้รับแรงส่งจากไตรมาส 1/2568 ที่ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ขยายตัวได้ถึง 3.1% อีกทั้งยังมีผลดีจากแนวโน้มการส่งออกที่เติบโตได้ดี จากการเร่งส่งออก ส่วนทิศทางเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2568 อาจจะมีความเสี่ยงจากปัจจัยลยเรื่องชายแดนบ้าง แต่เชื่อว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดนน่าจะไม่นาน

นายลวรณ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการเจรจาภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯ ว่า มั่นใจว่าไทยจะได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 1 ส.ค. 2568 แน่นอน โดยขณะนี้ไทยได้มีการยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมไปแล้ว และเชื่อว่าข้อเสนอที่ไทยยืนไปทั้งหมดนั้น เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ไทยจะให้ได้ แต่ยืนยันว่าไทยไม่ได้ยื่นขอเสนอในการเปิดตลาดนำเข้า 0% ให้กับสหรัฐฯ ทั้งหมด

“คงต้องรอดู ตอนนี้คงไปตอบอะไรแทนสหรัฐฯ ไม่ได้ เขาก็ดูข้อเสนอของเราอยู่ ซึ่งเดตไลน์คือวันที่ 1 ส.ค. ซึ่งไทยไม่ได้เปิดตลาดให้เขาทั้งหมด มีหลายตัวที่เราสงวนเอาไว้ ส่วนระหว่างนี้ก็เป็นการเจรจา มีการยื่นข้อเสนอกันไปมา ทางสหรัฐฯ ก็มีข้อเสนอเพิ่มเติม เราก็มาพิจารณาอะไรให้ได้ ให้ไม่ได้ก็ว่ากันไป เพราะมันเป็นการเจรจาต่อรอง ไม่ใช่ว่าเราส่งการบ้านแล้วจะจบเลย ก็ต้องมารอฟังเขาตอบกลับมาว่าเขาอยากได้อะไรเพิ่ม หรืออยากให้เพิ่มอะไร ส่วนฟีดแบ็คที่สหรัฐฯ ตอบกลับมาก็ค่อนข้างดี” นายลวรณ กล่าว

อย่างไรก็ดี ส่วนตัวมองว่าแม้สหรัฐฯ จะประกาศผลในวันที่ 1 ส.ค. ออกมาแล้ว ก็เชื่อว่าการเจรจายังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อให้ได้อัตราภาษีนำเข้าที่ต่ำลงไปอีก เพราะตรงนี้เป็นแค่รอบแรกของการเจรจาทางการค้าที่ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น ขณะเดียวกันไม่อยากให้ไปเปรียบเทียบกับฟิลิปปินส์ที่ได้อัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ที่ 19% พร้อมทั้งเปิดตลาดให้ทั้งหมด เพราะตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯ มองว่าตลาด และความอ่อนไหวของสินค้าของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่อยากให้เอาเงื่อนไขตรงนั้นมาเป็นตัววัดเพื่อเปรียบเทียบว่าทุกประเทศจะต้องเปิดตลาด 0% ทั้งหมด คงเป็นไปไม่ได้ เพราะแต่ละประเทศ เช่น ไทย ก็ต้องมาดูในสิ่งที่จะสามารถให้ได้ ส่วนเรื่องไหนให้ไม่ได้จริง ๆ ก็คือให้ไม่ได้

ส่วนถามว่าหากประเทศคู่ค้าอื่นของไทยเรียกร้องเงื่อนไขทางการค้าเดียวกับที่ให้สหรัฐฯ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ก็ต้องมาคุยกันว่าจะแลกอะไรกับอะไรได้บ้าง เพราะเป็นเรื่องของการเจรจาทางการค้า ดังนั้นก็ต้องมาคุยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...