อุตฯอิเล็กทรอนิกส์ทิ้งสหรัฐ รู้แกว ‘ทรัมป์’ เบนเข็มหาตลาดส่งออกใหม่
อุตฯอิเล็กทรอนิกส์ (กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์) ส.อ.ท. ประเมินผลเจรจาทรัมป์ 2.0 ไม่โดน 36% แต่ก็ไม่น่ารอด คาดไทยเจอภาษีช่วงระหว่าง 20-25% เตือนผู้ส่งออกเผื่อใจไว้ แนะให้รีบปรับตัว ชี้กลุ่มอุตฯอิเล็กทรอนิกส์เห็นแวว มูฟออนไปหาตลาดใหม่ ๆ นานแล้ว เลยทำให้รอบนี้เจ็บตัวน้อย เร่งโฟกัสสร้างจุดแข็ง ดึงการลงทุนยกระดับไทยศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในภูมิภาค
นายวิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และเลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส.อ.ท. เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการเจรจาต่อรองอัตราภาษีตอบโต้ทางการค้า (Reciprocal Tariffs) ของทีมไทยแลนด์กับทางสหรัฐ รอบที่ 2 เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่าทีมีความเป็นไปได้ในทางบวก แต่ก็ยังคงเชื่อว่าต่อให้ถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ตามที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กำหนดในการเก็บภาษีตอบโต้ที่ 36% กับไทย
ทั้งนี้ผลการสรุปอัตราที่ไทยจะได้รับและเงื่อนไขการต่อรองต่าง ๆ ก็ยังไม่อาจสรุปแบบเป็นทางการได้ และภาคเอกชนก็ยังประเมินว่า อัตราที่สหรัฐจะเก็บกับไทยนั้นน่าจะคงอยู่ในช่วงอัตรา 20-25% ซึ่งโอกาสก็ค่อนข้างที่จะเป็นไปได้น้อย แต่ก็ยังถือว่ามีโอกาส เพราะทีมไทยแลนด์พยายามใช้เงื่อนไขการต่อรองที่ว่า สินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐบางรายการจะเป็นภาษี 0%
จากการประเมินความเห็นของภาคเอกชน มีความคิดเห็นค่อนข้างที่จะตรงกันว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ น่าจะคงเก็บภาษีของไทยในอัตราที่ค่อนข้างสูง แต่จะต่ำกว่า 36% เป็นไปได้ยาก เนื่องจากไทยยังไม่สามารถทำในสิ่งที่สหรัฐต้องการได้ เพราะเชื่อว่าสหรัฐต้องการที่จะส่งสินค้าเข้ามาขายในไทย โดยได้อัตราภาษีนำเข้าที่ 0% เช่นเดียวกับที่ประเทศเวียดนามเสนอให้ เป็นการบ่งบอกว่า เวียดนามยอมทุกอย่างในการที่จะค้าขายกันต่อในอนาคต แม้จะต้องเททุกอย่างให้ก็ตาม
“สินค้าเกษตรเป็นสิ่งที่สหรัฐต้องการให้ไทยเปิดนำเข้าแล้วให้ภาษี 0% เขาต้องการตรงนี้มาก แต่มันเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยไม่อยากให้ แต่สหรัฐอยากได้ เลยติดอยู่ตรงนี้ เราไปโฟกัสและพยายามเสนอขอซื้อของจากสหรัฐ ซึ่งทรัมป์เองเขาโอเคอยู่แล้ว อยากซื้ออะไรก็ซื้อไป ปัญหาของเราตอนนี้มันอยู่ที่ความไม่แน่นอนของนโยบาย เราเดินตามเกมและวิ่งตามทรัมป์ เราก็ยิ่งเหนื่อย เราไม่ควรไปโฟกัสว่าผลการเจรจาจะได้เท่าไร เราควรมองว่าถ้ามันจะสูงหรือต่ำ เราจะทำธุรกิจส่งออกได้ต่อไปในระยะยาว โดยไม่ไปโฟกัสแค่เรื่องภาษี”
นายวิบูลย์กล่าวว่า กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยอมรับว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยจากอัตราภาษีที่สหรัฐจะตอบโต้ไทยในครั้งนี้ เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองเกมและประเมินทิศทางที่จะเกิดขึ้นมานานแล้ว พร้อมทั้งปรับการทำธุรกิจที่จะไม่พึ่งพิงตลาดใหญ่ ๆ เพียงตลาดเดียว การขยายไปตลาดประเทศอื่นได้เริ่มทำกันมานานแล้วก่อนหน้านี้ เพราะต้องบาลานซ์พอร์ตการส่งออก ให้ไม่เน้นไปที่ตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป แม้จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่จำเป็นต้องทำให้เร็วที่สุด ซึ่งบางรายยอมทิ้งตลาดสหรัฐ เพราะกังวลนโยบายในอนาคตที่มีแต่ความไม่แน่นอนสูง
“ความยากของการเจรจาภาษีกับสหรัฐในครั้งนี้ คือ ทรัมป์เปลี่ยนใจได้ทุกวัน ซึ่งคู่ค้าทั่วโลกที่ค้าขายกับสหรัฐ จะไม่มีทางรู้และคาดเดาได้ว่าทรัมป์จะประกาศและมีนโยบายด้านการค้ากับคู่ค้าอย่างไรบ้าง แต่หน้าที่ของรัฐบาลไทยยังคงจำเป็นต้องเดินหน้าเจรจาเป็นเรื่องที่ต้องทำระยะสั้น แต่ระยะยาว แผนเปลี่ยนหัวเรือต้องมี นั่นหมายถึงผู้ประกอบการไทยจะต้องอยู่บนความเป็นจริง และตลาดส่งออกอื่นก็ต้องไป ส่วนมาตรการช่วยเหลือ รัฐจำเป็นต้องมีแน่นอน เพราะบางกลุ่มอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบหนักมาก โดยเฉพาะอาหารแปรรูป อาหารแช่แข็ง กุ้ง ปลาทูน่า เป็นต้น การเยียวยาจะต้องพิจารณาตามระดับความเสียหายมากน้อย”
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และการที่ไทยจะก้าวไปสู่ High Tech Electronic นั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องดูเรื่องของการดึงการลงทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ควบคู่ไปด้วย ส่วนเป้าหมายหลัก คือ เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งหลังการตั้ง คณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์) ขึ้นมา โดยตั้งเป้าหมายดึงเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท ในระยะ 5 ปีข้างหน้า (2568-2572) เพื่อยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในภูมิภาค จากนั้นในระยะถัดไปจะต้องขยับจากการเป็นประเทศฐานการผลิตเป็นประเทศคู่ค้า
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุตฯอิเล็กทรอนิกส์ทิ้งสหรัฐ รู้แกว ‘ทรัมป์’ เบนเข็มหาตลาดส่งออกใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net