โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดบ้านต้อนรับ ‘น้องเรย์’ สมาชิกใหม่แห่งครอบครัวจิราธิวัฒน์-พรประภา

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 15.40 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 08.40 น. • HELLO! Magazine Thailand

ภายในห้องรับแขกของวีคเอนด์โฮมขนาดสองชั้นในคอมพาวด์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่คุณสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมของบรรดาลูกหลาน วันนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นและสดใสของคนสามวัยในครอบครัวเล็กๆ ที่ประกอบไปด้วยคุณแพร์ -พิมพิศา จิราธิวัฒน์ พรประภา และคุณเอณิ-อัณณิกา จิราธิวัฒน์ กับคุณส้ม-ชวัลญา พิทยศิริ จะขาดก็แต่คุณพีช-พชร จิราธิวัฒน์ และคุณประภู พรประภา สามีของคุณแพร์ คุณพ่อป้ายแดงของน้องเรย์-ภารัณ พรประภา

น้องเรย์เบบี๋วัยหกเดือนที่ตัวโตเกินกว่าเด็กอื่นในวัยเดียวกัน กลายเป็นขวัญใจของทีมงาน HELLO! ที่ไปบันทึกภาพในทันที เพราะนอกจากน้องเรย์จะมีรูปร่างจ้ำม่ำและหน้าตาน่ารักน่าชังแล้ว ยังให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ อาจมีบ้างที่ต้องเติมพลังด้วยน้ำนมแม่ แต่เมื่อไรที่เห็นทีมงานสิบกว่าชีวิต น้องเรย์ก็สู้ไม่ถอย สมกับที่คุณแพร์บอกว่าลูกชายคนนี้ชอบอยู่ท่ามกลางผู้คนจริงๆ และแน่นอนไม่ว่าใครที่เจอน้องเรย์จะต้องตกหลุมรักเด็กคนนี้กันทุกคน

ถึงได้ไม่แปลกใจเมื่อคุณแพร์บอกว่า ลูกชายตัวแค่นี้มีคนทาบทามให้ถ่ายโฆษณาแล้ว และน้องเรย์คงจะต้องเป็นที่รู้จักในหมู่พี่น้องชาวไทยจำนวนมาก ถ้าคุณพ่อภูไม่เบรกเสียก่อน

“น้องเรย์ยิ้มหน่อยค่า” เสียงทีมงานช่วยกันบิลท์อารมณ์เด็กชายที่บัดนี้มีน้ำหนักตัว 9 กก.ในวัยเพียง 6 เดือนแย้มยิ้มพลางส่งเสียงอ้อแอ้

“เย้…เย้…เย้ น้องเรย์เก่งจังเลย” เสียงทีมงานที่ส่งถึงน้องเรย์ ทำให้พอเขาได้ยินเสียงก็ทั้งยิ้มและเขย่งเท้ายืนบนตักของคุณแม่แพร์เหมือนจะเต้นระบำ ระหว่างที่กำลังถ่ายภาพหมู่ครอบครัว ช่างภาพกดชัตเตอร์รัว

มีบางช่วงที่น้องอาจจะหมดแรงและดูนิ่งเฉยเหมือนแบตหมด คุณแพร์จึงต้องอุ้มน้องขึ้นลงซ้ายทีขวาทีพลางร้องเป็นเพลงว่า “จัมพ์ เบบี้จัมพ์ เบบี้จัมพ์” เด็กชายภารัณก็นัยน์ตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีและกลับมายิ้มได้อีก กว่าจะได้ช็อตที่น่าพอใจก็เล่นเอาคุณแม่เมื่อยแขนไม่น้อย

น่าเสียดายที่วันนี้คุณน้าพีชติดภารกิจทำให้มาร่วมถ่ายรูปไม่ได้ เราจึงอดเห็นภาพความหล่อของคุณน้าชายกับหลานชาย แต่ทีมงาน HELLO! ทุกคนเห็นตรงกันว่า น้องเรย์นั้นหน้าตาดีไม่เบา โตขึ้นน้องเรย์คงหล่อสู้คุณน้าพีชได้ไม่ยาก หรืออาจจะหล่อกว่าก็ไม่แน่ “ให้หล่อแซงน้าพีชเลยครับ” คุณแม่แพร์เชียร์ลูกชาย

จากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปคู่ระหว่างนานาคู่กับหลานชาย ดูเหมือนว่าน้องเรย์จะติดใจแหวนเพชรเม็ดงามบนเรียวนิ้วของนานา จับแหวนไม่ยอมปล่อย จนถูกแซวว่าน้องเรย์ตาถึงเลือกเก่ง

ตอนที่คุณเอณิถ่ายรูปคู่กับหลานชาย ซึ่งคุ้นเคยกันดี เพราะคุณน้าสาวมักจะแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนน้องเรย์เป็นประจำ ทำให้การถ่ายรูปคู่นั้นออกมาแบบไม่มีที่ติ น้องเรย์สนุกกับการเล่นกับคุณน้า และแน่นอนเขาทำได้ดีอย่างที่คุณแพร์บอกว่าเขาชอบเล่นกับคน โดยมีเจ้าหมูหยองสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนของคุณเอณิ คอยมาป้วนเปี้ยนไม่ห่าง

แม้กระทั่งตอนนั่งรถเข็นเด็กชมสวน คุณแพร์แอบกระซิบว่ารู้สึกกังวลเล็กน้อยว่าน้องเรย์จะให้ความร่วมมือดีหรือไม่ เพราะรู้ว่าลูกชายไม่ชอบแดด เจอแดดทีไรน้องจะตาปรือ แต่เมื่อลมพัดโชยมาถูกใบไม้ไหวน้องเรย์กลับยิ้มและตื่นเต้นกับธรรมชาติแบบนี้ ทำให้การถ่ายทำเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว

“เรย์เป็นเด็กอารมณ์ดีค่ะ เขาจะชอบอยู่กับคน” คุณแพร์บอก HELLO! “ตอนนี้เรย์หกเดือนแล้ว แต่ตัวโตจนดูเหมือนเด็กขวบหนึ่ง”

ชื่อเล่นว่า ‘เรย์’ มาจากการที่คุณแพร์และคุณภูชอบดำน้ำด้วยกันทั้งคู่ และสัตว์ทะเลตัวโปรดของทั้งสองก็คือ Manta Ray หรือปลากระเบน ซึ่งมีท่วงท่าการแหวกว่ายที่สวยและสง่างาม จึงตั้งชื่อ ‘เรย์’ เพราะอยากให้เขารักทะเลเหมือนคุณพ่อคุณแม่ และอีกประการหนึ่งชื่อ ‘เรย์’ ยังมาจาก Ray of sunshine ซึ่งมีความหมายว่าแสงอาทิตย์อีกด้วย

ชื่อ ‘ภารัณ’ ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตมีความหมายดี แปลว่า ผู้เจริญไม่หยุดอยู่กับที่ ถ้าเขาต้องไปเรียนต่างประเทศเพื่อนฝรั่งจะได้เรียกง่ายค่ะ

ส่วนชื่อจริง ภารัณ นั้น มาจากธรรมเนียมประจำของครอบครัวพรประภา “ตั้งแต่รุ่นคุณปู่จะมีชื่อขึ้นต้นว่า ‘พร’ ส่วนรุ่นพี่ภูชื่อจะขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘ประ’ พอมารุ่นหลานขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘ภา’ แล้วเราสองคนชอบชื่อ ‘ภารัณ’ ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตมีความหมายดีแปลว่า ผู้เจริญไม่หยุดอยู่กับที่ แล้วก็สะกดง่าย แถมยังฟังดูอินเตอร์ด้วย ถ้าเขาต้องไปเรียนต่างประเทศเพื่อนฝรั่งจะได้เรียกง่ายค่ะ”

ปลายปีนักษัตรมังกร

อันที่จริงคุณแพร์และคุณภูตั้งใจว่าอยากให้น้องเรย์เป็นชาวมังกร แต่ก็เกือบตกขบวน เพราะก่อนที่จะตั้งครรภ์นั้นคุณแพร์ไม่สบายบ่อย จึงทำใจไว้แล้วว่าคงมีน้องไม่ทันปีมังกรแน่แล้ว มาเซอร์ไพรส์อีกทีก็ตอนที่ทราบว่าน้องเรย์จะมาเกิดปลายปีนักษัตรมังกรพอดี

“พอรู้ว่าทันเราสองคนก็รู้สึกดีใจค่ะ แล้วช่วงแรกก็เก็บไว้เป็นความลับ ยังไม่ประกาศทางอินสตาแกรม จนผ่านไประยะหนึ่งถึงได้ค่อยๆ บอกคนอื่น กระทั่งครบ 6 เดือนจึงประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะว่าแพร์ขี้เกียจตอบคำถาม แล้วก็อยากให้ชัวร์ก่อนว่าน้องแข็งแรงนะ ก็เลยตัดคลิปวิดีโอง่ายๆ น่ารักๆ ด้วยตัวเองในมือถือ เพื่อประกาศว่าท้องลง IG แล้วก็ถ่ายรูปตอนท้องเก็บไว้เซ็ทหนึ่งเพื่อเก็บไว้ดูเองค่ะ

“ช่วงสามเดือนแรกเหมือนแพร์จะแพ้ท้อง แต่ว่าไม่ได้คลื่นไส้อาเจียน แค่เพลียและเซื่องซึม ตอนที่ยังไม่ประกาศคนที่ออฟฟิศก็สงสัยเพราะว่าแพร์มักจะหายตัวไปงีบ ด้วยความที่ทำงานโรงแรมก็จะมีที่ให้เราไปแอบงีบได้ คนในออฟฟิศเลยสงสัยนิดหนึ่ง เพราะว่าปกติแพร์จะค่อนข้างแอคทีฟ พวกเขาสงสัยแต่ไม่มีใครกล้าถามกัน แต่พอเฉลยทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าว่าแล้ว แต่ไม่มีใครมั่นใจเพราะช่วงแรกแพร์น้ำหนักลดนิดหนึ่ง เพราะไม่อยากอาหาร แล้วท้องก็ไม่ใหญ่เลยจนกระทั่งห้าเดือน

“ตอนท้องแพร์ยังไปตรวจงานที่ไซต์ก่อสร้างอยู่เลยค่ะ พอทุกคนรู้ว่าแพร์มีน้อง เขาก็ช่วยกันระวัง แต่อย่างโปรเจคท์ที่เพิ่งเปิดที่มัลดีฟส์ แพร์ทำงานทางออนไลน์กับเข้าออฟฟิศ ไม่ได้ไปไซต์งานเลย เพราะต้องนั่งเรือ คุณหมอไม่อยากให้ไป เพราะบางทีเจอคลื่นกระแทก แพร์ไม่เคยหยุดงานเลยค่ะ เพราะเราเป็น owner งานของแพร์คือดูภาพรวม และแพร์เซ็ตระบบกับทีมให้ช่วยเรื่องดีเทลและเข้าประชุมแทนแพร์”

จากที่เห็นตัวจริงกันวันนี้ คุณแพร์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากก่อนแต่งงานสักเท่าไร เธอยังคงรูปร่างที่ผอมเพรียวและแข็งแรง เป็นเวิร์คกิ้งมัมคนงามที่ทำงานก็เก่ง เลี้ยงลูกก็ดี

“คือตั้งแต่ก่อนท้องแพร์เป็นคนออกกำลังกายเยอะแทบทุกวันอยู่แล้ว โยคะอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง พิลาทิส 2 ครั้ง เดินบนลู่ ว่ายน้ำบ้าง ตอนท้องก็ยังเล่นโยคะอยู่ เพราะว่าแพร์อยากเป็นแม่ที่แข็งแรง เพราะก่อนท้องแพร์ไม่สบายบ่อย แล้วก็ตั้งใจคลอดธรรมชาติ เลยเลือกหาคุณหมอเฉพาะทางด้านนี้ แต่น้องไม่ให้ความร่วมมือ เขาไม่กลับหัว ทั้งที่แพร์ทำทุกวิถีทางให้เขากลับหัว ตีลังกาในน้ำ โยคะ เพื่อกระตุ้นให้เขากลับหัว เขาก็ไม่กลับเสียทีก็เลยต้องผ่าคลอด”

คุณแพร์ยังเล่าอีกว่า เธอเลือกปฏิบัติตามทางสายกลาง โดยรับประทานอาหารทีมีประโยชน์ ทั้งโปรตีนและวิตามินให้มีสารอาหารครบ ที่น่าแปลกคือระหว่างตั้งท้องคุณแพร์ไม่นึกอยากของหวาน อยากรับประทานแต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผักและมะเขือเทศ ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมาเธอไม่เคยนึกอยากรับประทาน ทำให้น้ำหนักตัวขึ้นมาเพียง 9 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

“แปลกดีเหมือนกันว่า แพร์ชอบทานผักเยอะขึ้น ต้องขอบคุณน้องเรย์ที่ทำให้การตั้งท้องค่อนข้างราบรื่น และหุ่นแม่ไม่พังมาก (หัวเราะ) เพราะปกติแพร์ชอบคิดก่อนว่าอนาคตจะต้องยังงี้ยังโง้นยังงี้ แต่พอมีลูกเขาสอนให้เรารู้ว่าอะไรที่เราคิดมันอาจไม่เป็นไปตามที่คิด เราแพลนอะไรไม่ได้เลย แพร์เตรียมใจไว้แล้วว่าหลังคลอดหุ่นแพร์ต้องเละแน่ กลายเป็นว่าหุ่นแม่ไม่พังมาก” คุณแม่มือใหม่พูดพลางหัวเราะ

ตอนท้องคุณภูยังเปิดเพลงให้น้องเรย์ที่นอนขดอยู่ในครรภ์มารดาฟังตลอด และไม่จำกัดแนว ทั้งดนตรีคลาสสิก เฮาส์ แจ๊ส ป๊อป โซล ส่วนคุณแม่คนงามผล็อยหลับ แต่น้องเรย์จะชอบเพลงแนวดีเจมากเป็นพิเศษ เพราะเขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองมากหน่อย เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้คุณแพร์กล่าวติดตลกว่า พอน้องเรย์โตเป็นหนุ่มคุณแพร์อาจต้องเตรียมตัวกุมขมับ เพราะต้องไปรับเขาตามสถานที่เที่ยวตอนดึกๆ ดื่นๆ

แต่แม้ว่าคุณแพร์จะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ก็ยังติดโควิดจากสามี เนื่องจากคุณภูต้องดูแลธุรกิจทั้งของครอบครัวและของส่วนตัวซึ่งอยู่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด แต่เพราะคุณแพร์เคยติดโควิดมาก่อน อาการจึงไม่หนักหนามาก แค่คล้ายคนเป็นหวัดเท่านั้น คุณหมอยังบอกเลยว่าน้องจะได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ด้วย

ใจหายในวันคลอด

“แพร์นึกขอบคุณน้องเรย์ตลอดเลยค่ะ ที่น้องเรย์ใจดีกับแม่มาก” คุณแพร์เล่าถึงโมเมนต์สำคัญในชีวิตตัวเองแต้มด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าสวยของเธอ

“เพราะตอนท้องแพร์บินแทบทุกเดือน ไปเที่ยวทะเลไปไหว้พระที่ฮ่องกงไปญี่ปุ่นไปสิงคโปร์ ซึ่งไม่ไกลมาก ขนาดห้าวันก่อนคลอดแพร์ยังไปเต้นระบำในอาฟเตอร์ปาร์ตี้ของพี่วุ้นเส้นอยู่เลย (หัวเราะ) เพราะว่าอยู่บ้านไม่ไหว…เบื่อ ใช้ชีวิตแบบชิลล์ๆ ค่ะ ช่วงใกล้คลอดมือบวมเล็กน้อย นอกนั้นสุขภาพโอเคหมด

“คุณหมอขีดเส้นให้ว่าถ้าถึงวันนี้แล้วน้องยังไม่กลับหัว ก็ต้องผ่าคลอด เพราะว่าท้องแพร์ไม่ได้ใหญ่พอสำหรับเขาในการกลับหัว ไปดูฤกษ์ผ่ามานิดหน่อย แต่ว่าไม่ได้เจาะจงอะไรมาก พอถึงวันนัด (13 ธันวาคม 2567) ก็ไปแอดมิทโรงพยาบาล แล้วพยาบาลมาเห็นแพร์นั่งยองๆ จัดข้าวของในห้องพักเอง ก็ตกใจบอกว่าคุณแม่อย่านั่งยองๆ นะคะ เรียกว่าแพร์ไม่มีอาการเจ็บท้องคลอดเลย ก็เข้าห้องคลอดแบบสบายๆ

“พอผ่าปุ๊บคุณหมอบอกว่าน้องออกมาแล้วนะ แล้วในห้องก็เงียบกริบ ตอนนั้นแพร์แอบใจเสียนิดหนึ่งว่า ทำไมมันเงียบจัง แล้วพอผ่านไปครู่หนึ่งน้องถึงส่งเสียงร้อง พอน้องร้องแล้วน้ำตาแพร์ไหลออกมาหนึ่งหยด ด้วยความโล่งอกว่าลูกปลอดภัยดี แล้วพยาบาลก็อุ้มน้องมาให้ถ่ายรูปด้วยค่ะ

“โมเมนต์แรกที่เห็นหน้าลูก รู้สึกว่าขาวจังและมีผม (หัวเราะ) คือมันยังไม่ได้เป็นความรู้สึกท่วมท้น แต่เป็นความรู้สึกดีใจที่เขาปลอดภัย ประกอบกับแพร์เบลอด้วยฤทธิ์ยา เหมือนสมองยังไม่ประมวลผลสักเท่าไร จากนั้นคุณหมอก็เย็บแผล แล้วเข็นแพร์ไปเข้าห้องสังเกตอาการ

“จากนั้นพยาบาลจึงเอาน้องเรย์มาเข้าเต้าทุกๆ 3 ชั่วโมง ปรากฏว่าน้องจุ๊บเต้าได้โปรมาก และเป็นเด็กกินเก่งตั้งแต่วินาทีแรก แพร์ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำนมซึ่งมาตั้งแต่หลังคลอดได้แค่วันเดียว คุณหมอบอกว่ามาเร็วมากค่ะ เพราะปกติการผ่าคลอดน้ำนมจะมาช้า แพร์ถึงขนาดซื้อนมผงมารอไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คิดว่าถ้าไม่มีน้ำนมก็เสริมนมผงเอาแล้วกัน แต่ปรากฏว่าน้ำนมเยอะค่ะ และน้องก็กินเยอะด้วย ถ้าเป็นคนอื่นคงสต็อกน้ำนมได้หลายตู้แล้ว แต่แพร์แทบไม่มีสต็อกเลย เพราะว่าน้องกินเยอะมาก”

เธอบอกว่าโชคดีที่ไม่มีอาการเบเบี้บลู แม้ว่าคุณแพร์จะเตรียมใจ เธอจะคิดถึง worst case scenario ไว้ก่อนว่าจะมีอาการไม่พึงประสงค์ทุกอย่าง ทว่าเมื่อถึงเวลากลับไม่มีอะไรเป็นจริงสักอย่าง

“มันเหมือนเราเตรียมใจไว้แล้ว ถ้าหากเกิดอะไรแย่ๆ เราจะได้รู้สึกโอเค แต่ถามว่าช่วงแรกมีเสียน้ำตาไหม มีบ้าง เพราะหนึ่ง ฮอร์โมน สอง นอนน้อยตั้งแต่วันคลอดจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้นอนยาวเลย (หัวเราะเบาๆ) ซึ่งถ้าแพร์นอนน้อยเมื่อไรจะพัง ทำให้ช่วงหลังมานี้ความสามารถในการจดจำของแพร์ลดลง และรู้สึกเพลียด้วย เพราะไม่ใช่แค่ให้นม แต่ต้องกล่อมลูกนอนด้วย”

เด็กชายน้อยชอบต้อนรับแขก

ตั้งแต่น้องเรย์ลืมตาดูโลกจะได้ต้อนรับแขกทุกสุดสัปดาห์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเครือญาติหรือบรรดาเพื่อนฝูงของคุณแพร์และคุณภู

“ด้วยความที่แพร์กับพี่ภูเป็นคนง่ายๆ เราก็เลยไม่ได้จัดงานเบบี้ชาวเวอร์ แล้วพอดีตอนท้องเรารีโนเวทคอนโดด้วย ก็เลยรู้สึกเหนื่อย ทำให้ไม่ได้จัดงาน ก็มีพาไปกราบคุณปู่ (สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์) แต่ช่วงหลังคุณปู่ไม่ค่อยสบาย แล้วก็เดินทางบ่อย ท่านจึงอาจจะไม่ได้เจอเหลนบ่อยมาก แต่แพร์ก็ส่งรูปน้องเรย์ให้ท่านดูอยู่เรื่อยๆ นะคะ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ของแพร์มาเยี่ยมบ่อยค่ะ เพราะว่าอยู่ใกล้”

คุณแพร์เคยถามนานาส้มในฐานะที่เป็นมารดาถึงประสบการณ์ตอนเธอเด็กๆ เพื่อสนองความอยากรู้มากกว่าจะเจริญรอยตาม ด้วยความที่ห่างวัยกัน

“แพร์จะถามคุณแม่ว่าตอนคุณแม่ท้องแพร์ คุณแม่แพ้ท้องเยอะไหม เป็นอารมณ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์มากกว่า เพราะวิธีเลี้ยงลูกสมัยโน้นกับสมัยนี้ไม่เหมือนกัน การให้นมก็ไม่เหมือนกัน อาหารก็ไม่เหมือนกัน แต่คุณแม่จะชอบแซวว่า ตอนแม่ท้องแพร์พีชเอณิไม่เห็นแพ้ท้องหรือเป็นอะไรเลย น้ำหนักขึ้นฉ่ำ (หัวเราะ) ทำไมแพร์น้ำหนักไม่ขึ้น แพร์บอกว่าก็ไม่รู้เหมือนกัน แพร์เองก็กินเยอะนะคะ แต่อาจเป็นเพราะแพร์ออกกำลังกายไง เพราะสมัยก่อนเขาไม่ได้ให้แม่ออกกำลังกายมากขนาดนี้”

สำหรับคุณน้าพีชแวะไปเยี่ยมน้อยหน่อย เพราะมีงานเต็มมือ แต่คุณน้าเอณิไปเล่นกับหลานเป็นประจำ จึงคุ้นเคยกับน้องเรย์มากกว่าใครเพื่อน

“เอณิจะมาบ่อยสุด พีชเขางานเยอะมีซีรีส์สาธุ2 มีร้านเต็มไปหมดเลย ทำให้เจอกันน้อยหน่อย ส่วนเอณิจะชอบซื้อของให้หลานตลอดเวลา ตอนนี้แพร์ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าให้น้องอีกแล้ว เพราะทุกคนซื้อให้ โดยเฉพาะคุณแม่ของพี่ภู (สุภาภรณ์ พรประภา) ซึ่งเดินทางบ่อยก็จะซื้อมาฝาก น้องเรย์ก็ขยับไซส์ไว ตอนนี้ใส่เสื้อผ้าเด็กขวบหนึ่งแล้วค่ะ”

ส่วนคุณพ่อภูก็พยายามจัดเวลาส่วนตัวให้กับลูกชายคนนี้มากกว่าเดิม ทั้งที่มีธุรกิจหลายอย่าง คุณแพร์เล่าถึงสามีว่า “พี่ภูเขาต้องรับผิดชอบงานแทนคุณพ่อที่เสียไป (พรพงษ์ พรประภา)ค่ะ ก็จะต้องไปดูงานที่โรงงานในชลบุรีตลอด แล้วก็ต้องดูแลธุรกิจส่วนตัวด้วย วันธรรมดาเขากลับจากทำงาน ช่วงเย็นแพร์จะให้เป็นเวลาของพ่อกับลูก ถ้าวันไหนเขากลับบ้านเร็วก็อาจจะช่วยอาบน้ำให้น้อง หรือไม่ก็ป้อนนมและเอาลูกเข้านอน ส่วนเสาร์อาทิตย์เขาจะอยู่กับน้องเต็มที่

“เขาเป็นพ่อที่คล่องมากค่ะ เปลี่ยนแพมเพิร์สไวกว่าแพร์อีก คอนโดเราเป็นดูเพล็กซ์ พอพ่อลงบันไดมา ถ้าน้องเรย์เห็นพ่อจะยิ้มหล่อเลย เพราะรู้ว่าเขาจะต้องสนุก พี่ภูจะเป็นสายเอ็นเตอร์เทนพาลูกเล่นมากกว่า ส่วนแม่จะเป็นสายวิชาการและมีหน้าที่เล่านิทาน กับการต้องทำอะไรที่ทำให้เขารำคาญ อย่างเช่นแคะจมูก อาบน้ำแต่งตัว เขาไม่ชอบให้คนไปยุ่งจุ๊กจิ๊กกับเขา เป็นลูกพ่อสุดๆ หน้าเหมือนแม่ แต่นิสัยเหมือนพ่อ”

ตอนน้องเรย์อายุครบ 4 เดือน เป็นครั้งแรกที่เด็กน้อยไปพบคุณหมอเพื่อรับวัคซีน คุณแม่ป้ายแดงเล่าว่า เธอเกรงว่าจะต้องถูกคุณหมอดุ ว่าให้น้องกินนมเยอะมากไป ทำให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน แต่ทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าไป คุณหมอเห็นน้องเรย์ก็หัวเราะชอบใจพลางบอกว่าน้องเรย์รูปร่างใหญ่มาก แล้วยิ่งเมื่อคุณหมอทราบว่าน้องกินแต่นมแม่ล้วนๆ และน้ำหนักตัวเกือบจะเกินมาตรฐานของเด็กวัยเดียวกัน แต่อาศัยว่าน้องเรย์สูง ซึ่งเหมาะกันพอดี คุณหมอจึงบอกว่าเขาไม่ใช่เด็กอ้วน แต่มีสุขภาพแข็งแรงดี

แม้น้ำหนักตอนคลอดของน้องเรย์จะไม่ถึง 3,000 กรัม แต่เป็นเพราะหน้าตาและโครงร่างสูงเหมือนเด็กฝรั่งซึ่งได้รับยีนมาจากทางคุณแพร์ ตอนนี้ในวัยหกเดือน น้องเรย์สามารถนั่งและฟันขึ้นแล้วสองซี่ จึงเพิ่งเริ่มหัดกินข้าวมื้อแรกไปเมื่อไม่นานมานี้ คุณแพร์คาดว่าอีกไม่นานคงจะเดินได้

“บทเขาจะโตก็ไวจนใจหายเลยค่ะ ทุกวันนี้แพร์ก็เลยอยากใช้เวลาอยู่กับเขามากหน่อย เพราะไม่อยากพลาดโมเมนต์สำคัญ แพร์พูดกับพี่ภูตลอดเวลาว่าลูกโตไวมากเลยนะ วันนั้นน้องเรย์เพิ่งคลอดออกมาเอง เขาชันคอได้ตั้งแต่อายุสามสัปดาห์ วันนี้ลูกกินข้าวมื้อแรกได้แล้ว เท่าที่ฟังคนอื่นมาก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า เขาบอกว่าถ้าแม่ออกกำลังกายเยอะ ลูกจะพลอยมีพละกำลังเยอะตามไปด้วย

“เพราะตอนท้องแพร์เล่นโยคะ แล้วเขาเตะเหมือนเป็นการตอบสนอง แพร์เล่นกับครูที่เป็นคนอินเดีย เขาร้องเพลงภาษาอินเดียมีเสียงโอมเสียงอะไรแบบนี้ ทุกวันนี้เวลาแพร์กับพี่ภูเล่นโยคะ ถ้าน้องเรย์ตื่นก็จะให้เขามานั่งข้างๆ แล้วเขายิ้มหวานให้ครูตั้งแต่เจอกันครั้งแรก เพราะเขาจำเสียงครูได้จากในท้อง

“น้องเรย์ไม่ได้โกนผมไฟ แค่ตัดปอยผมนิดหน่อยตอนอายุได้สี่เดือน เพราะว่าก่อนหน้านั้นฝุ่นพีเอ็มสูง ก็เลยไม่อยากพาน้องออกนอกบ้าน เราไปทำพิธีที่โบสถ์พราหมณ์ตรงเสาชิงช้าเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมานี่เองค่ะ คุณย่าของน้องเรย์ เป็นคนจัดการ เป็นพิธีง่ายๆ ในครอบครัว เพื่อความเป็นสิริมงคล”

บทเขาจะโตก็ไวจนใจหายเลยค่ะ ทุกวันนี้แพร์ก็เลยอยากใช้เวลาอยู่กับเขามากหน่อย เพราะไม่อยากพลาดโมเมนต์สำคัญ

ด้วยความที่ผมและขนคิ้วน้องเรย์เส้นเล็กสีทองเหมือนฝรั่ง คุณส้มจึงบอกให้คุณแพร์เด็ดดอกอัญชันมาทาคิ้วและผมให้น้องเรย์ แม้ว่าคุณแพร์พยายามเลี่ยงที่จะทำตามคุณส้มบอก เพราะคุณหมอสมัยใหม่ค้านว่าเป็นเรื่องกรรมพันธุ์ก็ตาม แต่ถึงจะไม่เชื่อคำแนะนำจากนานา คุณแพร์ก็ดั้นด้นไปเก็บอัญชันในสวนมา เพื่อจะทดลองทาคิ้วให้น้องเรย์เป็นชินจังน่าจะน่ารักดี

พวกข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อน คุณแพร์ก็ทำเป็นไฟล์ Excel ให้เป็นระเบียบแบบแผนเสียเลย เพื่อดูว่าจะต้องซื้ออะไร แต่คุณแม่ป้ายแดงบอกว่า ของที่คิดว่าจะได้ใช้ สุดท้ายก็ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะน้องเรย์จะเป็นคนเลือกเองว่าชอบอะไร อาทิเช่นขวดนม หรือเตียงนอน เพราะสไตล์การนอนของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน โชคดีที่เธอซื้อไม่เยอะมาก โดยถือคติว่าถ้าไม่พอค่อยสั่ง เพราะจะซื้อออนไลน์หรือซื้อที่ห้างก็ได้สะดวกดี

สำหรับบ้านริมน้ำหลังนี้คุณแพร์บอกว่า เธอมาพักผ่อนที่นี่ตลอดในช่วงท้อง แต่ตั้งแต่คลอดน้องแล้วไม่ค่อยได้มา เพราะว่าอยู่ไกลจากตัวเมือง แต่คิดว่าจะต้องเริ่มมาให้บ่อยกว่านี้บ้างแล้ว เนื่องจากช่วงนี้เริ่มพาลูกชายไปโน่นไปนี่บ่อยขึ้น เพื่อให้คุ้นเคยกับการออกนอกบ้าน

“พาไปเรียนว่ายน้ำบ้าง ไปเล่นบ้านเพื่อนที่มีลูกวัยไล่เลี่ยกันบ้าง เพื่อให้เขาได้เจอเด็กคนอื่นบ้าง แล้วอีกไม่นานก็จะพาไปเล่นที่สนามเด็กเล่นบ้างเพื่อให้เขาปล่อยพลัง เพราะว่าคุณแม่หมดแรง” คุณแพร์กล่าวพลางยิ้มกว้าง

HELLO! ถามคุณแม่คนงามว่า คิดว่าจะมีลูกสักกี่คน คนตอบได้แต่อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วบอกว่า “เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบค่ะ แต่คิดว่าน่าจะมีอีก เพราะพี่ภูเป็นลูกคนเดียว เขาเลยอยากมีลูกหลายคน เรย์จะได้มีเพื่อนเล่น แต่ตอนนี้แพร์ยังเหนื่อยกับการให้นมน้องอยู่ เพราะตั้งใจจะให้นมปีหนึ่ง เพราะเดี๋ยวนี้โรคภัยไข้เจ็บเยอะ ในนมแม่มีภูมิคุ้มกันสำหรับลูกได้ เลยยังไม่คิดว่าจะต้องรีบมีน้องให้เรย์ เพราะแพร์อยากมีช่วงว่างให้หายใจหายคอนิดหนึ่งค่ะ

“เราสองคนตกลงกันว่าอยากมีชีวิตที่บาลานซ์ แม้ว่าเราจะให้เวลาลูกเต็มที่ แต่เราก็ต้องมีเวลาของตัวเองด้วย เพราะถ้าพ่อแม่ไม่แฮปปี้ เราจะเลี้ยงลูกให้แฮปปี้ก็ลำบาก วันก่อนแพร์จะไปดินเนอร์กับพี่ภูสองคน แล้วลูกร้องไห้มาก ทำให้แพร์ลังเลมากว่าไม่อยากไปแล้ว แต่พี่ภูสั่งให้ปิดกล้องบอกว่าเลิกดู เขาบอกว่าบางทีต้องหัดปล่อยวางบ้าง และสรุปว่าที่เรย์ร้องมากก็เพราะหิวนมไม่มีอะไรมากเลย” เจ้าตัวยิ้มปิดท้ายประโยค

ถามว่าในฐานะคุณแม่มือใหม่เธอประทับใจอะไรมากที่สุด คุณแพร์บอกว่า “ประทับใจตรงที่เขาเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ขี้เล่นและอารมณ์ดีมาก เพิ่งพาไปเที่ยวสมุย เรย์ก็ไปชวนฝรั่งที่นั่งใกล้ๆ เล่น ไปส่งเสียงเรียกเขา”

ก่อนจากกันคุณแพร์ยังบอกอีกว่า การที่เราจะเลี้ยงเด็กสักคนให้เติบโตขึ้นเป็นเด็กที่มีจิตใจดี ก็เหมือนสำนวนของฝรั่งที่ว่า It takes a village to raise a child. โดยให้ลูกซึมซับตัวอย่างที่ดีจากพ่อแม่และคนรอบข้าง เพราะอยู่ในวัยกำลังช่างจดจำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...