โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รับมือวิกฤตอย่างไร ไม่ให้พังกันหมด? รู้จักภาวะผู้นำ 5 แบบในช่วงคับขัน พลิกสถานการณ์ร้ายให้กลายเป็นดี

Mission To The Moon

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

ต้องเป็นผู้นำแบบไหนถึงจะไม่ปล่อยให้วิกฤตกลายเป็น ‘วินาศ’?
.
เมื่อพูดถึง ‘ภาวะความเป็นผู้นำ’ ผู้คนอาจจะมีมุมมองที่หลากหลาย บางคนชอบผู้นำที่เด็ดขาด บางคนชอบผู้นำที่เปิดใจรับฟัง ในขณะที่บางคนอาจจะอยากได้ผู้นำที่พึ่งพาได้ในสถานการณ์คับขันและอยากลำบาก ยิ่งถ้าสามารถเปลี่ยน ‘วิกฤต’ ตรงหน้าให้กลายเป็นโอกาสที่ดีสำหรับทีมได้ก็จะยิ่งดี
.
แต่ในยุคที่ความซับซ้อน ความผันผวน และความคาดเดาอะไรไม่ได้เลยเป็นส่วนประกอบหลักของชีวิตผู้คนในทุกมิติอย่างนี้ การดึงเอาศักยภาพที่ดีที่สุดของคนคนหนึ่ง และเหมาะสมกับสถานการณ์แต่ละช่วงเวลาที่สุดนั้นเป็นความท้าทายที่ยากที่สุดเช่นกัน
.
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้นำต้องตัดสินใจท่ามกลางช่วงเวลาวิกฤตที่คาดเดาผลลัพธ์ต่างๆ แทบไม่ได้ อีกทั้งยังต้องแบกรับความคาดหวังของผู้คน ดังนั้นถ้าคุณเป็นหนึ่งในผู้นำที่กำลังประสบปัญหาเหมือนกันนี้มาหาคำตอบไปพร้อมกันว่า ‘คุณสมบัติผู้นำ’ แบบไหนที่จะพาทีมพ้นวิกฤตไปได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด
.
.
คุณสมบัติของผู้นำทั้ง 5 แบบมีอะไรบ้าง?
.
ที่จริงแล้ว ‘ภาวะการเป็นผู้นำ’ เป็นศาสตร์และศิลป์ที่เราจะสามารถใช้บริหารอำนาจในมือ และสร้างอิทธิพลต่อผู้อื่น ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าบนโลกใบนี้ไม่มีสูตรสำเร็จของการเป็นผู้นำที่ดี เพียงแต่ผู้นำที่ดีควรจะรู้ว่าต้องบริหารอำนาจ และแสดงอิทธิพลออกไปอย่างไรถึงจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับเงื่อนไขและข้อจำกัดในช่วงเวลาต่างๆ
.
อย่างไรก็ตาม จากบทความของ The Economic Times ได้หยิบยกลักษณะการรับมือกับสภาวะคับขันและช่วงยากลำบากของผู้นำทั้ง 5 แบบที่คนทำงานมักพบเห็นได้บ่อยในองค์กรลักษณะต่างๆ ดังนี้
.
.
[ ] ผู้นำแบบมีอำนาจสั่งการ (Autocratic Leadership Style)
.
ภาวะผู้นำลักษณะนี้มักจะเน้นภาพลักษณ์ของผู้นำที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์ เข้าควบคุมสถานการณ์ช่วงวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขามีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจ และสามารถสั่งการไปยังสมาชิกในการปกครองได้อย่างรวดเร็ว โดยให้ทิศทางที่ชัดเจนและลดความสับสนของทุกฝ่าย ซึ่งถือเป็นภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงในสถานการณ์ที่ต้องดำเนินแนวทางรับมือโดยทันที และสร้างความเชื่อมั่นให้คนในทีมได้แม้อยู่ในช่วงเวลาคับขัน
.
แต่ถ้าผู้นำใช้อำนาจมากเกินไปจนถึงขั้นเผด็จการ และไม่สนใจข้อมูลหรือความคิดเห็นจากคนอื่นเลย ก็อาจทำให้แนวทางแก้ปัญหานั้นขาดความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังทำให้คนในทีมไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับองค์กรด้วยเช่นกัน
.
[ ] ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic Leadership Style)
.
ผู้นำแบบประชาธิปไตยมักจะเปิดโอกาสให้สมาชิกในทีมมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ รับฟังข้อมูลใหม่ๆ และความคิดเห็นจากพนักงาน แนวทางการร่วมมือนี้ช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจและแรงจูงใจต่อการรับมือกับปัญหาในช่วงวิกฤต
.
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตยสามารถส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ และการทำงานเป็นทีม แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่การใช้เวลาเพื่อหารือกับทุกฝ่ายก่อนตัดสินใจ ซึ่งอาจไม่เหมาะสมที่สุดสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่มีความกดดันสูงและต้องการการดำเนินการทันที
.
[ ] ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก (The Transformational Leadership Style)
.
ผู้นำลักษณะนี้มักจะสร้างแรงบันดาลใจ และกระตุ้นสมาชิกในทีมผ่านวิสัยทัศน์และค่านิยมที่ทุกคนมีร่วมกัน ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ความยืดหยุ่น รวมถึงวิธีคิดแบบนอกกรอบที่ท้าทายสภาพเดิม จุดเด่นของทีมที่มีผู้นำลักษณะนี้มักจะโดดเด่นในการรวบรวมคนเก่งๆ เพื่อรับมือกับช่วงวิกฤตและสามารถคิดแนวทางแก้ปัญหาของการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาวได้ด้วย
.
แต่ถึงอย่างนั้น ผู้นำกลุ่มนี้มักประสบข้อจำกัดมากกว่าเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์คับขันในระยะสั้นที่ต้องการแนวทางรับมือที่ชัดเจนอย่างเร่งด่วน
.
[ ] ผู้นำสายซัปพอร์ต (The Servant Leadership Style)
.
ผู้นำสายซัปพอร์ตจะให้ความสำคัญกับความต้องการ และความเป็นอยู่ที่ดีของสมาชิกในทีมเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจสูง และเป็นผู้ฟังที่กระตือรือร้น และสามารถสนับสนุนทีมของตนในช่วงเวลาที่ยากลำบากได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับความทุกข์ทางอารมณ์
.
ถึงอย่างนั้นแม้ว่ารูปแบบนี้จะส่งเสริมความไว้วางใจและการทำงานเป็นทีม แต่อาจถูกมองว่าไม่เด็ดขาดหรืออ่อนแอในสถานการณ์ที่ต้องการการตัดสินใจที่กล้าหาญ การสร้างสมดุลระหว่างความเห็นอกเห็นใจกับความแน่วแน่อาจเป็นความท้าทายสำหรับผู้นำกลุ่มนี้
.
[ ] ผู้นำที่ให้อำนาจการตัดสินใจแก่สมาชิกในทีม (The Laissez-Faire Leadership Style)
.
ผู้นำลักษณะนี้จะสามารถรับมือกับสถานการณ์คับขันได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อสมาชิกในทีมมีความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อวิกฤตนั้นๆ ซึ่งรูปแบบนี้จะเอื้อให้เกิดความยืดหยุ่นและความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาด้วย
.
อย่างไรก็ตาม ภาวะผู้นำแบบปล่อยให้เป็นไปอาจส่งผลย้อนกลับเมื่อสมาชิกในทีมขาดทิศทางหรือแรงจูงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีศูนย์กลาง สิ่งสำคัญสำหรับผู้นำคือต้องสร้างสมดุลระหว่างอิสระและการให้คำแนะนำแก่สมาชิกในช่วงเวลาวิกฤตเหล่านั้นให้ได้
.
.
พัฒนาจุดอ่อนให้ถูกที่ เสริมกำลังจุดแข็งให้ถูกทางด้วย 5 ทักษะการวิเคราะห์สถานการณ์
.
นอกจากจะไม่มีสูตรสำเร็จของการเป็นผู้นำที่ดีแล้ว สถานการณ์วิกฤตยังเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากและไม่มีแนวทางรับมือที่เป็นสูตรสำเร็จอีกด้วย ในเมื่อเป็นอย่างนั้นผู้นำที่ดีจึงต้องเฟ้นหาแนวทางที่หลากหลาย และเหมาะกับสภาพปัญหา อีกทั้งแนวทางนั้นควรจะต้องให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยขึ้นอยู่กับลักษณะของวิกฤตและบริบทด้วย
.
โดยวันนี้ Mission To The Moon ได้นำทักษะการอ่านสถานการณ์คับขันให้ขาดและเฉียบคม 5 ทักษะจากThe Economic Times ที่จะช่วยให้เรากลายเป็น ‘ผู้นำที่ดี’ ในช่วงเวลาที่คับขันและยากลำบากของทีมมาฝากทุกคนกัน
.
.
[ ] ผู้นำที่ดีต้อง ‘ตระหนักรู้สถานการณ์’
.
ผู้นำต้องประเมินสถานการณ์และปรับรูปแบบการชี้นำองค์กรหรือทีมให้เหมาะสมกับเงื่อนไขหรือบริบท ณ ขณะนั้น วิกฤตเร่งด่วนที่มีเดิมพันสูงอาจต้องการภาวะผู้นำแบบมีอำนาจหรือแบบสั่งการ ในขณะที่วิกฤตระยะยาวอาจได้ประโยชน์จากการหาแนวทางร่วมกัน หรือการพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้
.
[ ] ผู้นำที่ดีต้อง ‘ประเมินความสามารถของทีมอย่างถูกต้อง’
.
การเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของทีมเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นหน้าที่หลักของผู้นำในช่วงเวลาที่คับขันด้วย ในสถานการณ์ที่สมาชิกในทีมเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาของตน การปล่อยให้อำนาจตัดสินใจเป็นของสมาชิกคนดังกล่าวอาจมีประสิทธิภาพมากกว่า ในทางตรงกันข้าม เมื่อขาดความเชี่ยวชาญ รูปแบบที่มีอำนาจหรือแบบสั่งการมากขึ้นอาจจำเป็นมากกว่าก็ได้
.
[ ] ผู้นำที่ดีต้อง ‘สื่อสารเป็น’
.
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการวิกฤต ผู้นำต้องโปร่งใส มีความเห็นอกเห็นใจ และชัดเจนในแนวทางของตน รูปแบบภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตยและผู้นำสายซัปพอร์ตสามารถเป็นเลิศในด้านนี้โดยการส่งเสริมการสนทนาที่เปิดกว้างและความไว้วางใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสื่อสารออกไปอย่างหนักแน่น และมั่นใจในแนวทางของตัวเองด้วยเช่นกัน
.
[ ] ผู้นำที่ดีต้อง ‘ปรับตัวเป็น’
.
การยึดติดกับแนวทางเดียวอาจขัดขวางความเป็นไปได้ใหม่ๆ หรือการเปิดกว้างมากไปก็อาจไม่ทันการได้ ดังนั้นความคิดยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวถือเป็นคุณสมบัติของผู้นำในโลกยุคใหม่ ยิ่งวิกฤตต่างๆ มีปัจจัยและเงื่อนไขที่ซับซ้อน ทำให้ผู้นำต้องรู้จักปรับใช้ภาวะความเป็นผู้นำแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับปัญหาเฉพาะอย่างด้วย
.
[ ] ผู้นำที่ดีต้อง ‘ตระหนักรู้ในตนเอง’
.
นอกจากการมองสถานการณ์ให้ขาด และประเมินความเป็นไปได้ขององค์ประกอบต่างๆ แล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ผู้นำควรเข้าใจมากที่สุดก็คือจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง รวมถึงแนวโน้มรูปแบบภาวะผู้นำตามธรรมชาติของตน การตระหนักรู้ตนเองนี้สามารถช่วยให้พวกเขาเลือกอย่างมีสติเกี่ยวกับวิธีการนำในช่วงวิกฤตต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
.
ภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการวิกฤต เนื่องจากสามารถกำหนดแนวทางการรับมือในรูปแบบที่หลากหลายและสอดคล้องกับวิกฤตที่ซับซ้อนในยุคนี้ได้อย่างดี
.
อย่างไรก็ตาม ภาวะการนำในแต่ละรูปแบบมีจุดอ่อนจุดแข็งที่แตกต่างกัน ดังนั้น ‘ผู้นำที่ดี’ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นเป็นคนแบบไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาเลือกตอบสนองต่อวิกฤตต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่
.
ทั้งนี้ เราอาจกล่าวได้ว่า ‘ผู้นำที่ดีที่สุด’ คือคนที่สามารถให้ความสำคัญและจัดการกับประเด็นปัญหาตามลำดับความรุนแรงได้อย่างเหมาะสม และไม่ทิ้งให้ใครต้องเผชิญกับวิกฤตเหล่านั้นตามลำพัง
.
.
อ้างอิง
- How To Be A Strong Leader During Difficult Times: YEC, Forbes - https://bit.ly/4osV9XN
- Leadership Styles in Crisis Management: What Works Best?: ET Special, The Economic Times - https://bit.ly/45aRh4P
.
.
#leadership
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...