โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เอาแน่เอานอนไม่ได้!ทรัมป์เปิดกว้างเจรจาการค้ากับทุกชาติ เผยกดดันไทยเกินกว่าเรื่องเศรษฐกิจ

Manager Online

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 00.04 น. • MGR Online

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันจันทร์(14ก.ค.) ระบุเปิดกว้างสำหรับพูดคุยกับสหภาพยุโรปและคู่หูการค้าอื่นๆ ก่อนมาตรการรีดภาษีจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กเปิดเผยว่าในการเจรจาการค้ากับไทยนั้น ทางอเมริกาได้ยื่นข้อเรียกร้องที่เกินกว่าเรื่องเศรษฐกิจ ครอบคลุมถึงประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์

"พวกเขาอยากทำข้อตกลงในรูปแบบที่ต่างกันออกไป และเราเปิดกว้างเสมอสำหรับการเจรจา ในนั้นรวมถึงกับยุโรป" ทรัมป์บอกกับพวกผู้สื่อข่าวจากห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว พร้อมเน้นว่าพวกเจ้าหน้าที่อียูกำลังเดินทางมายังสหรัฐฯเพื่อเจรจา "ข้อเท็จจริงคือ พวกเขากำลังมา พวกเขาอยากเจรจา"

ทรัมป์ ยกระดับการค้าในวันเสาร์(12ก.ค.) ระบุจะกำหนดเพดานภาษี 30% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากอียูและเม็กซิโกในเดือนหน้า พร้อมกับส่งเสียงเตือนแบบเดียวกันไปถึงประเทศอื่นๆ ในนั้นรวมถึงยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจในเอเชีย อย่างเช่นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

จนถึงตอนนี้ อียู ระงับไว้ซึ่งมาตรการตอบโต้ เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ลุกลามบานปลายแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ในขณะที่ยังคงมีโอกาสสำหรับเจรจาต่อรองผลลัพธ์ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามบรรดารัฐมนตรีของสหภาพยุโรป(อียู) ออกจากที่ประชุมในบรัสเซลส์ในวันจันทร์(14ก.ค.) ในท่าทีที่ดูเหมือนกว่าใกล้ที่จะตอบโต้เอาคืนแล้ว

อียู กล่าวหาสหรัฐฯ ขัดขืนความพยายามบรรลุข้อตกลงการค้า และเตือนเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้ถ้าไม่บรรลุข้อตกลง สำหรับหลีกเลี่ยงการลงโทษภาษีที่ ทรัมป์ ขู่กำหนดเล่นงานอียู เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป

มารอส เซฟโควิช หัวหน้าการค้าของอียู เชื่อว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะเดินหน้าการเจรจา ต่อส่งเสียงแสดงความผิดวหังกับวอชิงตัน ที่ไม่ยอมเห็นพ้องในข้อตกลงหนึ่งๆกับคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของพวกเขา

ในส่วนของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ไทย อีกหนึ่งพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาเปิดทางให้สินค้าจากสหรัฐฯเข้าถึงตลาดแบบปลอดภาษี เพื่อโน้มน้าวให้รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ ปรับลดเพดานภาษี ที่เตรียมเรียกเก็บกับสินค้านำเข้าจากไทย 36%

บลูมเบิร์ก อ้างคำสัมภาษณ์ของนายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีคลัง ระบุว่า ไทย ซึ่งเคยปรับลดเพดานภาษีนำเข้าลำไยและปลาทิลาเพียจากประเทศอื่นๆ อาจปรับลดเพดานภาษีสินค้าเหล่านี้ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ เหลือ 0%

นอกจากนี้แล้วรัฐบาลไทย อาจปรับแก้กฎระเบียบในปัจจุบัน สำหรับอนุญาตนำเข้ารถยนต์พวงมาลัยซ้ายจากสหรัฐฯ และยกเลิกภาษีสินค้าต่างๆที่อยู่ในข้อตกลงการค้าเสรี ที่ทำไว้กับประเทศอื่นๆอยู่ก่อนแล้ว ตามรายงานของบลูมเบิร์ก

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าพวกเจ้าหน้าที่ของไทยมองในแง่บวกว่าจะสามารถปิดข้อตกลงได้ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม อันเป็นเส้นตายที่ขีดไว้โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

รายงานของบลูมเบิร์กว่า ไทย รับปากจะยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯและอัตราภาษีใกล้ๆ 0% คิดเป็นระดับเกือบ 90% ของมูลค่าสินค้าที่สหรัฐฯส่งมาไทย และยกเลิกอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี นอกจากนี้แล้วรัฐบาลไทยยังเสนอเพิ่มซื้อสินค้าทางการเกษตรและพลังงานจากสหรัฐฯ ในความพยายามลดเกินดุลการค้า ที่อยู่ในระดับ 46,000 ล้านดอลลาร์(ราว 1.5 ล้านล้านบาท) ในปี 2024

การส่งออกของไทยเพิ่มขึ้นราว 15% ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2025 ได้แรงหนุนจากการเร่งคำสั่งซื้อ ก่อนหน้ามาตรการรีดภาษีมีผลบังคับใช้

บางข้อเรียกร้องของสหรัฐฯในการเจรจาการค้า เกินกว่าเรื่องเพดานภาษีและลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี โดยมันครองคลุมถึงประเด็นต่างๆในภูมิรัฐศาสตร์ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าอ้างคำกล่าวของนายพิชัย ที่พูดในงานเสวนาโต๊ะกลมทางการค้า พร้อมยอมรับว่าเรียกร้องดังกล่าวอาจโหมกระพือความไม่สงบภายในประเทศ และบอกว่าข้อตกลงการค้าใดๆกับสหรัฐฯต้องเป็นผลประโยชน์รวมกันและยั่งยืนสำหรับไทยในระยะยาว

(ที่มา:รอยเตอร์/บลูมเบิร์ก)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...