โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

BoE เตือนธนาคารเลี่ยง Stablecoin หวั่นกระทบสภาพคล่องระบบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 03.52 น.

ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษชี้ Stablecoin ของแบงก์ใหญ่อาจดึงเงินออกจากระบบการเงิน ทำให้ธนาคารมีเงินปล่อยกู้น้อยลง แนะเปลี่ยนใช้ "tokenized deposits" แทน สวนนโยบายของสหรัฐฯ เร่งออกกฎหมายรองรับ Stablecoin

นายแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้ออกมาเตือนธนาคารรายใหญ่ทั่วโลกไม่ให้ออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) ของตนเอง โดยแนะนำให้พิจารณาใช้ "สินทรัพย์ที่ได้รับการแปลงเป็นโทเคน (tokenized deposits)" แทน

คำเตือนดังกล่าวของนายเบลีย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงิน (Financial Stability Board) ด้วย สะท้อนความกังวลว่า Stablecoinซึ่งถูกออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่และมักจะผูกกับสกุลเงินดั้งเดิม อาจ "ดึงเงินออกจากระบบธนาคาร" ซึ่งจะทำให้ธนาคารมีเงินทุนสำหรับการปล่อยสินเชื่อน้อยลง และอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินในภาพรวม

จุดยืนของนายเบลีย์นี้แตกต่างจากทิศทางของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ผ่านกฎหมายStablecoin ที่กำหนดกฎระเบียบให้สกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีผูกกับสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบัน Stablecoinที่อยู่ภายใต้กฎข้อบังคับนี้มีมูลค่าตลาดรวมกันแล้ว 2.2 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ นายเบลีย์ยังส่งสัญญาณว่าเขาไม่ต้องการให้สหราชอาณาจักรนำสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) หรือที่เรียกว่า"เงินปอนด์ดิจิทัล" มาใช้ โดยมองว่าการที่สหราชอาณาจักรจะมุ่งเน้นไปที่การแปลงเงินฝากให้เป็นดิจิทัลแทนการออก CBDC เพื่อตอบสนองการใช้Stablecoin ของภาคเอกชนนั้น น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า

ความวิตกกังวลของนายเบลีย์สอดคล้องกับมุมมองของผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศอื่น ๆ ที่ได้ออกมาเรียกร้องให้มีกฎหมายควบคุมบริษัทStablecoin ในลักษณะเดียวกับที่ใช้ควบคุมธนาคาร โดยมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงที่ Stablecoinจะล่มสลาย ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการเทขายสินทรัพย์อ้างอิง และความเป็นไปได้ที่เม็ดเงินจำนวนมหาศาลจะเปลี่ยนมือไปอยู่นอกระบบธนาคาร ซึ่งอาจเอื้อต่ออาชญากรรม เช่น การฟอกเงิน

Stablecoinกับความเสี่ยงต่อระบบธนาคารแบบดั้งเดิม

Stablecoinได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ผันผวนน้อยกว่าสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ อย่างบิตคอยน์ ทำให้เป็นที่ต้องการในการทำธุรกรรมและรักษามูลค่า อย่างไรก็ตาม ผู้ควบคุมกฎระเบียบทั่วโลกเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของStablecoin ต่อเสถียรภาพทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เริ่มออกStablecoin ของตนเอง

การที่เงินฝากจำนวนมากถูกแปลงไปเป็นStablecoin อาจลดความสามารถของธนาคารในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากธนาคารมีเงินทุนน้อยลง การปล่อยสินเชื่อเพื่อการลงทุนและบริโภคก็จะลดลงตามไปด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ หากเกิดวิกฤตความเชื่อมั่นในStablecoin อาจนำไปสู่การไถ่ถอนจำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์อ้างอิงและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดการเงินในวงกว้าง

Tokenized Deposits: ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า?

แนวคิด "tokenized deposits" ที่นายเบลีย์แนะนำ เป็นการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้กับเงินฝากที่มีอยู่แล้วในระบบธนาคาร ซึ่งแตกต่างจากStablecoin ที่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่ การแปลงเงินฝากเป็นโทเคนนี้จะยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางและกฎระเบียบที่มีอยู่เดิม ทำให้มีความเสี่ยงน้อยกว่าในแง่ของเสถียรภาพทางการเงินและการควบคุมอาชญากรรมทางการเงิน

การถกเถียงเรื่องบทบาทของStablecoin และ CBDC สะท้อนถึงความท้าทายที่ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเผชิญ ในการรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินและการดูแลเสถียรภาพของระบบ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...