โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ราคาผักดิ่งเหว เกษตรกรอีสานแห่เรียนเทคนิคแปรรูป สู้วิกฤต

INN News

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 03.59 น. • INN News

วิกฤตราคาพืชผักสวนครัวดิ่งเหว เกษตรกรอีสานแห่เรียนเทคนิคแปรรูปสู้วิกฤต หวังพลิกชีวิต-ต่อยอดรายได้กลางพายุสินค้าล้นตลาด

วันนี้ (13 กรกฎาคม 2568) ได้มีเกษตรกรจากหลายพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 50 คน เดินทางมาเข้าอบรมความรู้ด้านการแปรรูปพืชผักสวนครัว ที่บริเวณหน้า หจก.แม่ตังกวย ฟู้ดส์ หมู่ที่ 3 ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา โดยมีนายสาธิต ประเสริฐสันติสุข อายุ 42 ปี เจ้าของ หจก.แม่ตังกวย ฟู้ดส์ ซึ่งรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรมาทำพริกแกง และน้ำจิ้มสุกี้ เป็นผู้บรรยายให้ความรู้ เรื่องการแปรรูปพืชผักสวนครัว อาทิ มะกรูด มะนาว ข่า ตะไคร้ เป็นต้น ให้กับเกษตรกรผู้สนใจ และนำไปปรับใช้ในพื้นที่

ราคาผักดิ่งเหว เกษตรกรอีสานแห่เรียนเทคนิคแปรรูป สู้วิกฤต

เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับพืชผักสวนครัว โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ซึ่งสินค้าการเกษตรหลายชนิดพาเหรดราคาตกต่ำเป็นอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักสวนครัวทั่วประเทศ ทำให้เกษตรกรต่างพากันแก้ปัญหาด้วยการศึกษาการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น

ราคาผักดิ่งเหว เกษตรกรอีสานแห่เรียนเทคนิคแปรรูป สู้วิกฤต

โดยนายสาธิต ประเสริฐสันติสุข เจ้าของ หจก.แม่ตังกวย ฟู้ดส์ กล่าวว่า ปัญหาราคาพืชผักสวนครัวตกต่ำถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำซาก โดยเฉพาะมะกรูดและมะนาวที่ล้นตลาดช่วงเข้าพรรษาเป็นประจำทุกปี ในขณะที่ช่วงปีใหม่ถึงสงกรานต์ราคาจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งในช่วงราคาตกต่ำ เกษตรกรควรหันมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น ฝานผิวแล้วตากแห้ง โดยมะกรูดสด 10 กิโลกรัมจะได้ผิวแห้ง 1 กิโลกรัม และเนื้อแห้ง 2 กิโลกรัม ซึ่งสามารถขายได้ในราคาสูงถึง 70 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับผิว และ 30 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับเนื้อ

ราคาผักดิ่งเหว เกษตรกรอีสานแห่เรียนเทคนิคแปรรูป สู้วิกฤต

ตนย้ำว่าการแปรรูปต้องเลือกวัตถุดิบที่ไม่มีเชื้อรา ไม่เน่าเสีย เพราะจะกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สำหรับโรงงานแปรรูปจะรับซื้อมะนาวที่มีตำหนิหรือสีเหลืองได้ ตราบใดที่ไม่เน่า ซึ่งต่างจากช่วงที่ราคาสูง โรงงานจะเลือกซื้อเฉพาะสินค้าสดไว้ขายในตลาดทั่วไป ทั้งนี้ ตนมองว่าการอบรมในครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังสิ่งใดมาก นอกจากต้องการให้เกษตรกรไทยมีความรู้ รู้เท่าทันตลาด สามารถหาพาร์ทเนอร์ รู้วิธีขนส่งสินค้า และสร้างอาชีพให้คนในชุมชนไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือผู้พิการก็สามารถมีรายได้จากการแปรรูปพืชผักได้เช่นกัน

ด้านนางสาวครึงนุข วงศ์เย็น อายุ 40 ปี เกษตรกรชาวจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ตนเดินทางไกลกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อมาเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาเครือข่ายเกษตรกรที่ตนอยู่ด้วย ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 500 ครัวเรือน ทั้งที่ทำเกษตรอินทรีย์และผู้เริ่มต้น ต่างประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด โดยเฉพาะมะกรูดและมะนาวที่ราคาตกต่ำมากในช่วงหน้าฝน ปัญหานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ตนมองว่าการอบรมครั้งนี้เปิดมุมมองใหม่

ด้านนางสาวครึงนุข วงศ์เย็น อายุ 40 ปี เกษตรกรชาวจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ตนเดินทางไกลกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อมาเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาเครือข่ายเกษตรกรที่ตนอยู่ด้วย ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 500 ครัวเรือน ทั้งที่ทำเกษตรอินทรีย์และผู้เริ่มต้น ต่างประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด โดยเฉพาะมะกรูดและมะนาวที่ราคาตกต่ำมากในช่วงหน้าฝน ปัญหานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ตนมองว่าการอบรมครั้งนี้เปิดมุมมองใหม่ เพราะปัจจุบันยังคงขายตรงให้กับผู้บริโภครายย่อยในตลาดเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับเกษตรกรรายย่อย แต่ยังไม่สามารถจัดการกับผลผลิตที่ล้นตลาดได้ ตนจึงพยายามมองหาโอกาสใหม่ๆ เช่น การร่วมมือกับผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพที่สามารถรับซื้อผลผลิตและนำไปต่อยอดเป็นธุรกิจแปรรูป ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งการรวมกลุ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนก็จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการด้านการผลิตและการตลาดได้ดียิ่งขึ้น ตนหวังว่าการแปรรูปจะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เกษตรกรรายย่อยอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน ด้านนางรุ้งเพชร์ ศุภสมภพ อายุ 57 ปี เกษตรกรชาวจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ตนมีพื้นที่เกษตรประมาณ 10 ไร่ อยู่ใกล้บึงน้ำ จึงเหมาะกับการปลูกพืชตระกูลเครื่องแกง เช่น มะกรูด ข่า และตะไคร้ โดยเฉพาะมะกรูดที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นผิว เนื้อ หรือใบ และสามารถตากแห้งทำเป็นสมุนไพรหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ จึงถือเป็นพืชสร้างรายได้แบบพาสซีฟ (passive income) สำหรับตนเอง ตนเคยได้รับคำแนะนำจากโค้ชผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนเลือกพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และได้รับความรู้หลายอย่างจากผู้รับซื้ออย่างแม่ตังกวย ซึ่งให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ ไม่ปิดบังเคล็ดลับ พร้อมแนะนำเทคนิคต่าง ๆ และเปิดโอกาสให้เกษตรกรขายสินค้าให้กับผู้อื่นได้อย่างอิสระ ตนมองว่าการมีเครือข่ายที่ดี มีผู้ให้คำปรึกษาที่ไว้ใจได้ เป็นเรื่องที่สำคัญมากในยุคที่เกษตรกรต้องแข่งขันกับปัจจัยหลายด้าน และตลาดที่ไม่แน่นอน การแปรรูปจึงเป็นทางออกที่ตนเลือกเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และกระจายรายได้ให้คนในชุมชน

เพราะปัจจุบันยังคงขายตรงให้กับผู้บริโภครายย่อยในตลาดเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับเกษตรกรรายย่อย แต่ยังไม่สามารถจัดการกับผลผลิตที่ล้นตลาดได้ ตนจึงพยายามมองหาโอกาสใหม่ๆ เช่น การร่วมมือกับผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพที่สามารถรับซื้อผลผลิตและนำไปต่อยอดเป็นธุรกิจแปรรูป ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งการรวมกลุ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนก็จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการด้านการผลิตและการตลาดได้ดียิ่งขึ้น ตนหวังว่าการแปรรูปจะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เกษตรกรรายย่อยอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

ด้านนางรุ้งเพชร์ ศุภสมภพ อายุ 57 ปี เกษตรกรชาวจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ตนมีพื้นที่เกษตรประมาณ 10 ไร่ อยู่ใกล้บึงน้ำ จึงเหมาะกับการปลูกพืชตระกูลเครื่องแกง เช่น มะกรูด ข่า และตะไคร้ โดยเฉพาะมะกรูดที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นผิว เนื้อ หรือใบ และสามารถตากแห้งทำเป็นสมุนไพรหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ จึงถือเป็นพืชสร้างรายได้แบบพาสซีฟ (passive income) สำหรับตนเอง ตนเคยได้รับคำแนะนำจากโค้ชผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนเลือกพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

และได้รับความรู้หลายอย่างจากผู้รับซื้ออย่างแม่ตังกวย ซึ่งให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ ไม่ปิดบังเคล็ดลับ พร้อมแนะนำเทคนิคต่าง ๆ และเปิดโอกาสให้เกษตรกรขายสินค้าให้กับผู้อื่นได้อย่างอิสระ ตนมองว่าการมีเครือข่ายที่ดี มีผู้ให้คำปรึกษาที่ไว้ใจได้ เป็นเรื่องที่สำคัญมากในยุคที่เกษตรกรต้องแข่งขันกับปัจจัยหลายด้าน และตลาดที่ไม่แน่นอน การแปรรูปจึงเป็นทางออกที่ตนเลือกเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และกระจายรายได้ให้คนในชุมชน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...