โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

หวั่นภาษีทรัมป์ทุบกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กระทบจ้างงาน-ลดโอที-ย้ายฐานผลิต

เดลินิวส์

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 19.48 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 12.54 น. • เดลินิวส์
นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ เป็นห่วงภาษีทรัมป์ ส่งผลต่ออุตสาหกรรมกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งลดกำลังการผลิต การจ้างงาน ไปจนถึงย้ายฐานการผลิต แนะรัฐบาล ระยะสั้นช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ แต่ย้ำ อย่าทิ้งจุดยืนของประเทศ ที่วันนี้ภาพชัดคือ เทคโนโลยี

นายสัมพันธ์ ศิลปะนาฏ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และอุปนายกสมาคมเซมิคอนดักเตอร์ไทย เปิดเผยในงานเสวนา “กรุงเทพธุรกิจ Roundtable: The Art of The (Re)Deal” ว่า จากนโยบายขึ้นภาษีของสหรัฐ ผลกระทบต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์นั้น ที่ผ่านมาคุ้นเคยกับการนำเข้าและส่งออกที่ 0% ปัจจุบันโดนที่ 10% ก็ถือว่าปรับตัวยากอยู่แล้ว หากมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้น และมากกว่าประเทศคู่แข่ง สิ่งแรกที่จะได้เห็นเลยคือผลกระทบต่อแรงงาน การลดโอทีเพราะจำเป็นต้องลดกำลังการผลิต และถ้าอุตสาหกรรมใดที่สามารถโยกกำลังการผลิตได้ก็จะโยกไปยังประเทศที่ได้เรตภาษีที่ต่ำกว่าเป็นเรื่องปกติ

“กลุ่มอิเล็กฯ และเซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมด เรื่องสวมสิทธิยืนยันได้ว่าเป็นศูนย์ เพราะผ่านการตรวจสอบและจัดการโดยภาคเอกชนตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้ว เนื่องจากเคยถูกจับตามองมาก่อน หากไม่จัดการก็จะขายไม่ได้ และหากให้ประเมินขณะนี้ การลาออก การไม่มีโอที และผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นประเด็นที่น่ากังวลมากที่สุด ส่วนเรื่องถัดมาคือการมองไปที่ประเทศไทยจะขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างไร สำหรับกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จุดยืนวันนี้มั่นใจว่าเป็นแม่แบบที่ดีมาก ขณะนี้บริษัทหลายแห่งได้นำเอไอมาผสมผสานและยกระดับการผลิตแล้ว ส่วนที่กำลังจะตามมาก็คือการผลักดันเรื่องพลังงานสะอาด กรีน ซีโร่เวสต์ ซึ่งล้วนคำนึงถึงผลกระด้านสิ่งแวดล้อม”

นายสัมพันธ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้คงต้องรอดูความชัดเจนว่าผลการเจรจาจะออกมาในรูปแบบใด ถ้าตัวเลขออกมาสูงมากย่อมส่งผลกระทบในหลายส่วน เช่น มีบริษัทหนึ่งที่เป็นรายใหญ่กำลังมีแผนตั้งหน่วยงานอาร์แอนด์ดีในประเทศไทยโดยมีนักวิจัย 3,000 คน จากทั้งหมดจะมีคนไทยกว่า 1,500 คน ซึ่งก็ต้องรอดูความชัดเจน หากตัวเลขไม่ลดย่อมกระทบหมด และสร้างความกังวล ทำให้ทุกคนจะต้องมีแพลนบี เพื่อวางแผนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ธุรกิจต่อไป

“ในระยะสั้นรัฐบาลต้องดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่ระยะยาวอย่าทิ้งจุดยืนของประเทศ ที่วันนี้ภาพชัดคือเทคโนโลยี อย่างปีที่แล้วมีการขอบีโอไอทำลายสถิติเทียบปีต่อปีเพิ่มขึ้นกว่า 35% และในปีนี้ผ่านมา 4-5 เดือนโตกว่า 43% และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอิเล็กฯ ซึ่งขณะนี้ทุกคนรออย่างเดียวว่าจะเดินหน้าไหม หากขับเคลื่อนตรงนี้ได้ไม่ดีพลาดที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาในประเทศ ผลกระทบระยะยาวกับประเทศไทยจะสูงมาก” นายสัมพันธ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...