ชาวสยามรู้จัก “การถ่ายรูป” ครั้งแรกตอนไหน และใครเป็นคนริเริ่ม ?
ก่อนการถ่ายรูปจะเป็นเรื่องธรรมดาในทุกวันนี้ เคยสงสัยไหมว่าชาวสยามรู้จักการถ่ายรูปครั้งแรกเมื่อไหร่ และใครเป็นคนริเริ่ม ?
การถ่ายรูปเป็นหนึ่งในกิจวัตรของคนยุคปัจจุบันที่สามารถทำได้โดยง่าย ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างกล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือ แต่หากย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นการถ่ายรูปในหน้าประวัติศาสตร์ไทย จะพบว่ามีที่มาจากบาทหลวงผู้มีบทบาทสำคัญท่านหนึ่งในราชสำนักสยาม
จุดเริ่มต้นของการถ่ายภาพ มาจากการค้นพบของหลุยส์ ดาแกร์ (Louis Daguerre) นักฟิสิกส์และศิลปินชาวฝรั่งเศส เขาประสบความสำเร็จในการสร้างภาพถ่ายสมัยใหม่เป็นครั้งแรกของโลกเมื่อ พ.ศ. 2382 (เทียบประวัติศาสตร์ไทยแล้วอยู่ในยุครัชกาลที่ 3) จากที่ก่อนหน้าการถ่ายภาพยังเป็นการทดลองในห้องแล็บของนักประดิษฐ์เพียงเท่านั้น
เขาคิดค้นวิธีที่ทำให้ภาพถ่ายคงอยู่แบบถาวร และเปิดเผยกระบวนการทำงานต่างๆ ของกล้องถ่ายรูปต่อสาธารณะ กระทั่งกลายเป็นเทคโนโลยีที่สร้างภาพถ่ายชุดแรกที่ได้รับการยอมรับ และเรียกตามชื่อผู้คิดค้นว่าดาแกโรไทป์ (Daguerreotype)
จุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่นี้ ทำให้การถ่ายภาพกลายเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเวลาต่อมา เริ่มจากโลกตะวันตก ก่อนจะค่อยๆ แพร่หลายไปทั่วโลก
แล้วการถ่ายรูปเข้ามาในสยามตั้งแต่ตอนไหน ?
ผู้ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการทำให้ชาวสยามรู้จักการถ่ายรูปครั้งแรก คือพระสังฆราชฌัง บัปติสต์ ปาลเลอกัวซ์(Bishop Jean-Baptiste Pallegoix) หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อสั้นๆ ว่า “สังฆราชปาลเลอกัวซ์”
สังฆราชปาลเลอกัวซ์เป็นบาทหลวงชาวฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามาพำนักอยู่ในสยามเป็นนานเวลาหลายทศวรรษ ระหว่าง พ.ศ. 2373-2405 (สมัยรัชกาลที่ 3 ถึงราวกลางสมัยรัชกาลที่ 4) และสร้างคุณูปการนับไม่ถ้วนให้กับสยาม ไม่ว่าจะเป็นการเผยแผ่คริสต์ศาสนา การศึกษาและบันทึกข้อมูลต่างๆ ของสยาม รวมทั้งการนำศิลปวิทยาการตะวันตกเข้ามาในสยาม
หนึ่งในวิทยาการตะวันตกที่ท่านนำเข้ามาเป็นครั้งแรก คือ “การถ่ายรูป” โดยกล้องถ่ายรูปตัวแรกเดินทางมาถึงสยามใน พ.ศ. 2388 หรือเพียง 6 ปีหลังจากที่ดาแกร์เผยแพร่หลักการทำงานของกล้องสู่สาธารณชน
ที่มาของกล้องถ่ายรูปดาแกโรไทป์ในสยาม มาจากสังฆราชปาลเลอกัวซ์ติดต่อบาทหลวงอัลบรันด์ (Father Albrand) ที่พำนักอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อขอความช่วยเหลือในการสั่งซื้อกล้องถ่ายภาพ และฝากส่งมากับบาทหลวงลาร์โนดี (Father Larnaudie) ที่จะเดินทางมากรุงเทพฯ
เมื่อได้รับกล้อง สังฆราชปาลเลอกัวซ์ก็ทดลองใช้อยู่ราว 3-4 วัน จึงเข้าใจวิธีใช้ ดังปรากฏในจดหมายแปลฉบับวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2388 ความว่า
“…ข้าพเจ้าได้ทดลองถ่ายรูป โดยใช้กล้องดาแกร์พร้อมกับคุณพ่อลาร์โนดีแล้ว เมื่อทดลองใช้สามสี่วัน ข้าพเจ้าสามารถถ่ายรูปได้ ทว่าน้ำยาที่คุณพ่อลาร์โนดีนำมาก็ระเหิดไปมากระหว่างเดินทาง จึงมีเหลืออยู่น้อยมาก ส่วนแผ่นเงินที่ส่งมาให้ ข้าพเจ้าก็ใช้เกือบหมดแล้ว…”
หลังจากสังฆราชปาลเลอกัวซ์นำวิทยาการสุดแปลกใหม่นี้ไปให้ชาววังรู้จัก ก็มีพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางบางส่วนตื่นตาตื่นใจกับการถ่ายรูปเป็นอย่างมาก
แต่ชนชั้นสูงจำนวนไม่น้อยกลับกลัวการถ่ายรูป เนื่องจากมีความเชื่อว่า ภาพถ่ายอาจกลายเป็นสื่อกลางให้ผู้มีวิชาไสยศาสตร์นำไปใช้ในทางไม่ดีต่อบุคคลในภาพได้ หรือบางกระแสก็มีความเชื่อว่า การถ่ายภาพอาจเป็นการดูดวิญญาณของผู้เป็นแบบไปไว้ในรูป ส่งผลให้อายุขัยของบุคคลในภาพสั้นลงไปด้วย
ด้วยเหตุนี้ การถ่ายรูปในยุครัชกาลที่ 3 จึงยังไม่แพร่หลายนัก
ทว่าเมื่อเข้าสู่ยุครัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงเป็นผู้เปลี่ยนค่านิยมและความเชื่อด้านลบในหมู่ชนชั้นนำเกี่ยวกับการถ่ายรูปไปอย่างสิ้นเชิง
เนื่องจากสมัยนั้นสยามเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกอย่างเต็มรูปแบบ อย่างการเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 4 ไปกับคณะทูตสยาม ที่เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับดินแดนต่างๆ ตามจารีตที่ราชวงศ์ในยุโรปทำกัน ก็ได้เพิ่มความนิยมเกี่ยวกับการถ่ายรูปในราชสำนักสยามได้อยู่ไม่น้อย
ช่วงเวลานั้นยังเกิดช่างภาพหลวงที่มีชื่อเสียงอย่าง“ฟรานซิส จิตร” หรือ “หลวงอัคนีนฤมิตร” ชาวสยามคนแรกๆ ที่หันมาสนใจวิทยาการถ่ายรูป และเปิดกิจการร้านถ่ายรูปเป็นร้านแรกในสยามอีกด้วย (อ่านเรื่องราวของ “ฟรานซิส จิตร” ต่อได้ที่ เปิดชีวิต ฟรานซิส จิตร ช่างภาพรุ่นแรกของสยาม ช่างภาพหลวงถ่ายรูป ร.4-ร.5 สวยงาม)
เมื่อการถ่ายรูปเป็นกิจกรรมที่แพร่หลายในชนชั้นปกครองความเชื่อเดิมที่เคยมีต่อการถ่ายรูปก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จากเดิมที่ภาพถ่ายเป็นเรื่องจำกัดอยู่ในรั้วในวัง ก็เริ่มขยายออกไปสู่เหล่าขุนนาง คหบดี และได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคต่อๆ มา
จากเทคโนโลยีต่างแดนที่เคยถูกมองด้วยความระแวงสงสัย “ภาพถ่าย” กลับกลายเป็นเครื่องมือบันทึกความทรงจำที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง และเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสยามในการรับมือกับโลกสมัยใหม่
อ่านเพิ่มเติม :
- เจ้าจอมเอิบ ช่างถ่ายรูปประจำพระราชสำนักในรัชกาลที่ 5
- ค้นหาภาพแรกของ “พระเจ้ากรุงสยาม” ที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลก
- ส่องการพักผ่อนแบบชนชั้นสูงสยาม อิทธิพลจากฝรั่ง ดูยุคเริ่มยอมถ่ายรูป สู่ฮิตพักตากอากาศ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ธนรัช สิริพิเดช. จากกระบวนการดาแกโรไทป์สู่ยุคที่เกินกว่าดิจิตอล. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2562. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2568, จาก http://thesis-ir.su.ac.th/dspace/bitstream/123456789/2467/1/58006202.pdf
ศักดา ศิริพันธุ์กษัตริย์. วิวัฒนาการการถ่ายภาพในประเทศไทย พ.ศ. 2388–2535. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์, 2535.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 พฤษภาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวสยามรู้จัก “การถ่ายรูป” ครั้งแรกตอนไหน และใครเป็นคนริเริ่ม ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com