โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ยุควิกฤต EV จีน? สงครามหั่นราคาเดือด ปั่นป่วนตลาด ลามถึงไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 23.30 น.

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อแบรนด์รถ EV สัญชาติจีนอย่าง NETA Auto Thailand ซึ่งเข้าร่วมโครงการอุดหนุนของรัฐบาลไทย อาจถูกเรียกคืนเงินอุดหนุนมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท หลังไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขการลงทุนในประเทศได้ครบถ้วน โดยเฉพาะการตั้งโรงงานและการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อทดแทนการนำเข้า

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำชัดว่า หากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการอุดหนุน EV Phase 2 (พ.ศ. 2567-2570) ไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะเรื่องการผลิตรถ EV ในประเทศในอัตราส่วน 2 คันต่อรถนำเข้า 1 คันภายในปี 2569 และ 3 คันต่อ 1 คันในปี 2570 รัฐบาลจะเรียกคืนเงินอุดหนุนทั้งหมดที่ได้รับไป

กรณีของ NETA ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทแม่จากจีนอย่าง Hozon Auto กำลังถูกจับตามองอย่างหนัก หลังมีรายงานว่าบริษัทแม่ในจีนกำลังเผชิญวิกฤติทางการเงิน ต้องปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ และอาจอยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ขณะที่โชว์รูมในจีนหลายแห่งเริ่มปิดตัว พนักงานบางส่วนยังค้างค่าจ้าง

นอกจากประเด็นนี้ เริ่มมี “รถไมล์ศูนย์” (zero-mileage used cars) หรือคันใหม่ถูกปลอมขายเป็นมือสอง เพื่อรีดยอดขายให้สูงขึ้น ทั้งที่ในความจริงยังไม่ผ่านการใช้งาน ซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของทั้งอุตสาหกรรมรถ EV ในจีน โดยสื่อกระแสหลักของจีนออกโรงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปราบปรามการนำรถใหม่ที่ค้างสต็อกมาปลอมเป็นรถมือสอง เพื่อจำหน่ายในราคาต่ำกว่าทุน ซึ่งพฤติกรรมลักษณะนี้กำลังบิดเบือนกลไกราคา ทำลายความเชื่อมั่น และฉุดราคาตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนให้ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว

การปั่นราคาผ่านสงครามลดราคาก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย BYD ผู้นำตลาด EV จีน ได้ปรับลดราคาสูงสุดถึง 34% สร้างแรงกดดันให้คู่แข่งหลายรายเร่งตัดราคาเพื่อความอยู่รอด นักวิเคราะห์หลายฝ่ายจึงออกมาเตือนว่า ภาวะปัจจุบันมีลักษณะคล้าย "ฟองสบู่" ที่อาจแตกในลักษณะเดียวกับวิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ของ Evergrande

แรงสะเทือนจากจีนส่งตรงถึงไทย เมื่อ NETA Auto Thailand เริ่มเผชิญวิกฤตในประเทศอย่างชัดเจน ทั้งการปิดศูนย์บริการหลายแห่ง การร้องเรียนจากผู้บริโภคมากกว่า 25,000 รายที่ซื้อรถไปตั้งแต่ปี 2565 ปัญหาอะไหล่ล่าช้า ไปจนถึงการลดราคาขาย NETA V-II ลงเหลือเพียง 299,000 บาท เพื่อเร่งเคลียร์สต็อก โดยมีรายงานว่าดีลเลอร์บางรายยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐครบถ้วน ทำให้เครือข่ายการให้บริการส่อแววชะงักงันในหลายพื้นที่

แม้ NETA จะพยายามรักษาภาพลักษณ์ด้วยการร่วมมือกับ Bangchan General Assembly เพื่อเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 และเปิดศูนย์กระจายอะไหล่ในนครปฐมเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ของบริษัทแม่ในจีนที่สั่นคลอนอย่างหนัก กลับเป็นความเสี่ยงที่อาจกระทบความมั่นใจของผู้บริโภคในไทยโดยตรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...