โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

7 กลุ่มเสี่ยงรีบฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ลดเจ็บป่วยรุนแรง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 21.08 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.05 น.

17 มิถุนายน 2568 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ตามที่ สปสช. ได้ดำเนินการร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ "บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ประจำปี 2568" สิทธิประโยชน์กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท

ภายใต้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเพื่อดูแลคนไทยทุกสิทธิการรักษาพยาบาล 7 กลุ่มเสี่ยงช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและเจ็บป่วยรุนแรง รวมถึงการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ โดยตั้งเป้าหมายให้บริการ 4,335,380 คน กำหนดระยะเวลารณรงค์ฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2568

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

จากการดำเนินรณรงค์ฉีดวัคซีนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับบริการฉีดวัคซีนแล้วจำนวน 1,960,955 คน คิดเป็นร้อยละ 45.23 ของเป้าหมาย โดยแยกเป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่

1. ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปี จำนวน 1,001,162 คน

2. ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค จำนวน 966,925 คน (ปอดอุดกั้นเรื้อรัง, หอบหืด, หัวใจ, หลอดเลือดสมอง,ไตวาย, เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด)

3. โรคอ้วน (>100 กก. / BMI > 35 kg/m2) จำนวน 36,392 คน

4. โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) จำนวน 27,180 คน

5. เด็กอายุ 6 เดือน - 2 ปี จำนวน 1,785 คน

6. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จำนวน 576 คน

7. หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ที่แนะนำ 12 - 20 สัปดาห์ (สามารถให้ได้ตลอดการตั้งครรภ์)

ทั้งนี้ เมื่อดูข้อมูลอื่น ๆ ของการให้บริการ พบว่าประชาชนสิทธิบัตรทองได้รับการฉีดวัคซีนมากที่สุด คือ ที่จำนวน 1,534,613 คน รองลงมาเป็นสิทธิสวัสดิการข้าราชการจำนวน 304,165 คน สิทธิประกันสังคมจำนวน 80,028 คน และสิทธิอื่นๆ อีกจำนวน 42,131 คน

จากข้อมูลการให้บริการนี้จะเห็นได้ว่า หน่วยบริการแต่ละแห่งต่างเร่งให้บริการวัคซีนเพื่อให้กลุ่มเสี่ยงมีภูมิคุ้มกันโรค โดย 5 อันดับแรกของหน่วยบริการที่ให้บริการฉีดวัคซีนสูงสุด คือ

1. โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า นนทบุรี บริการฉีดวัคซีนจำนวน 16,689 คน จากเป้าหมายจำนวน 20,855 คน (80%)

2. โรงพยาบาลสมุทรสาคร บริการฉีดวัคซีน จำนวน 15,374 คน จากเป้าหมาย จำนวน 19,760 คน (78%)

3. โรงพยาบาลสงขลา บริการฉีดวัคซีน จำนวน 14,575 คน จากเป้าหมาย จำนวน 15,170 คน (96%)

4. โรงพยาบาลสมุทรปราการ บริการฉีดวัคซีน จำนวน 14,510 คน จากเป้าหมาย จำนวน 23,500 คน (62%)

5. โรงพยาบาลอุดรธานี บริการฉีดวัคซีน จำนวน 13,053 คน จากเป้าหมาย จำนวน 28,110 คน (46%)

นอกจากนี้เมื่อดูข้อมูลจังหวัดที่มีประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงมารับบริการฉีดวัคซีนสูงสุด 5 อันดับแรก คือ

1. กรุงเทพฯ รับบริการแล้วจำนวน 160,458 คน จากเป้าหมายจำนวน 387,320 คน (41%)

2. ขอนแก่น จำนวน 59,353 คน จากเป้าหมาย 125,960 คน (47%)

3. สงขลา 58,759 คน จากเป้าหมาย 99,180 คน (59%)

4. นครราชสีมา จำนวน 57,665 คน จากเป้าหมายจำนวน 154,580 คน (37%)

5. ชลบุรี จำนวน 53,768 คน จากเป้าหมาย 103,540 คน (52%)

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลการให้บริการฉีดวัคซีนในช่วงเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงรณรงค์จึงขอเชิญชวนให้ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงมารับบริการ สำหรับการรณรงค์ฉีดวัคซีนมักดำเนินการในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม ของทุกปี เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันทันก่อนฤดูระบาดของไข้หวัดใหญ่ ซึ่งในไทยจะอยู่ช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว คือ เดือนมิถุนายน – กุมภาพันธ์ ซึ่งภูมิคุ้มกันจะเริ่มมีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลังการฉีด และอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน

นอกจากนี้วัคซีนที่ให้บริการในแต่ละปียังผลิตขึ้นให้ตรงกับสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่คาดว่าจะระบาดในปีนั้น ตามองค์การอนามัยโลกเป็นผู้กำหนดสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่จะนำมาผลิตวัคซีน การฉีดในช่วงรณรงค์จึงมั่นใจได้ว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพดีที่สุด

สำหรับการเข้ารับบริการฯ สามารถติดต่อขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ที่หน่วยบริการในระบบบัตรทองได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ กทม. และคลินิกชุมชนอบอุ่นที่เข้าร่วมโครงการ หรือสถานพยาบาลตามสิทธิที่ท่านไปรักษาเป็นประจำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...