โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

New Ground Cohousing ที่อยู่อาศัยสำหรับสตรีอาวุโส สหราชอาณาจักร

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 21.04 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 06.30 น.

กับงบประมาณที่ถูกจัดสรรมาเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

เรื่องผู้สูงอายุเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลและแทบทุกประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2593 ประชากรโลกที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมีจำนวนมากกว่า 2,000 ล้านคน ซึ่งจะสูงกว่าจำนวนเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ที่หลายประเทศทั่วโลกได้วางแผนเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างดีแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Aged society) แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2565 และคาดว่าจะกลายเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged society) ภายในปี พ.ศ.2578

อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนนโยบายด้านผู้สูงอายุของประเทศเรานั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกเหนือจากเบี้ยผู้สูงอายุและเงินอุดหนุนในการดำรงชีพแล้ว ประเทศไทยแทบจะไม่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยเลย

ท่ามกลางปรากฏการณ์ดังกล่าว บ้านบางแคและอีกหลายบ้านพัก คือหนึ่งในความท้าทายเชิงโครงสร้างที่มักถูกมองข้าม โดยเฉพาะกลุ่มสตรีอาวุโสที่ใช้ชีวิตลำพัง ซึ่งมีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ สังคม และจิตใจ ปัญหาเรื่อง ความโดดเดี่ยวและการพึ่งพิงลูกหลานหรือรัฐ เป็นประเด็นที่เริ่มเรื้อรังในหลายประเทศ

บทความนี้จึงอยากชวนมาทำความรู้จักกับ “New Ground Cohousing” หรือที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ซึ่งออกแบบโดยกลุ่มสตรีอาวุโส “เพื่อ” สตรีอาวุโสจากสหราชอาณาจักร

ซึ่งเป็นประเทศที่มีลักษณะโครงสร้างประชากรคล้ายกับประเทศไทย สามารถเป็นแนวทางให้กับประเทศไทยได้ศึกษาและต่อยอดสู่การออกแบบนโยบายที่อยู่อาศัยในยุคสังคมสูงวัย

สาเหตุที่ต้องมี “ที่อยู่อาศัยโดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง” เนื่องจากสหราชอาณาจักรมีประชากรหญิงอาวุโสใช้ชีวิตเพียงลำพังเป็นจำนวนมากโดยในปี 2564 มีอยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน

ซึ่งการใช้ชีวิตเพียงลำพังนี้ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว ที่สามารถทำร้ายสุขภาพกายและสุขภาพใจ แต่กลุ่มสตรีเหล่านี้ยังต้องเผชิญกับความเปราะบางในการดำรงชีวิตมากกว่าบุรุษ

เรื่องนี้ไม่ใช่“ความบังเอิญทางชีวภาพ” แต่คือ ผลจากการสะสมของโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งโครงสร้างในหลายประเทศก็มีลักษณะที่ส่งเสริม“ความไม่เท่าเทียม” มาตลอดชีวิตของพวกเธอ

ด้วยเหตุนี้ หากรัฐบาลไม่ออกแบบนโยบายหรือที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ ก็เท่ากับเรากำลังปล่อยให้กลุ่มสตรีอาวุโสเหล่านี้ตกหล่นจากระบบสวัสดิการอย่างไม่เป็นธรรม

โครงการ “นิวกราวนด์” (New Ground) หรือโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับ “สตรีอาวุโส” แห่งแรกของสหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน ในเขตการปกครองท้องถิ่นบาร์เน็ต เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนและองค์กรไม่แสวงหากำไร

จุดกำเนิดมาจากไอเดียของ มาเรีย เบรนตัน (Maria Brenton) ทูตอาวุโสประจำเครือข่าย Co-housing ที่ใช้เวลาเกือบ 2 ทศวรรษในการพัฒนาแนวคิด ศึกษาวิจัย สร้างเครือข่าย และโน้มน้าวสภาท้องถิ่นให้เห็นความสำคัญของการสร้าง Co-housing แห่งนี้

เบรนตันได้รับไอเดียมาจากโครงการที่อยู่อาศัยแบบกลุ่ม (Living group) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่สนับสนุนโดยรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ช่วงหลังปี 2523 ให้เป็นที่อยู่อาศัยทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุ นอกเหนือจากบ้านพักคนชราหรือสถานพยาบาลที่มีค่าใช้จ่ายสูง

เป้าหมายของโครงการคือ การสร้างที่อยู่อาศัยที่ผู้หญิงสูงวัยสามารถใช้ชีวิตร่วมกันอย่างอิสระ มีบทบาทตัดสินใจ และดูแลกันและกันในลักษณะเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือกัน

เบรนตันและกลุ่มเพื่อนรวมตัวกันตั้งแต่ช่วงช่วงปี 2530- 2539 และใช้เวลากว่า 18 ปีในการผลักดันให้โครงการเป็นจริงในปี 2559 New Ground ได้เปิดตัวอย่างเป็นโครงการ ประกอบด้วยห้องชุด 25 ห้อง อีกทั้งพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวนดอกไม้และห้องพักสำหรับแขกผู้มาเยือน

และยังมีห้องเช่าเพื่อสังคม (social rental units) สำหรับสตรีที่มีข้อจำกัดทางการเงินอีกด้วย แต่ละห้องได้รับการออกแบบให้มีระเบียงขนาดใหญ่หันหน้าเข้าสวนส่วนกลาง เพื่อส่งเสริมการพบปะของผู้อาศัย

นอกจากนี้ยังมีระบบ“คู่หูสุขภาพ” (health buddy) คือ สมาชิกที่คอยดูแลกันเองในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบการแพทย์มากนัก คอยเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพให้แก่กัน หากสมาชิกคนใดเกิดเหตุฉุกเฉินหรือมีกิจวัตรประจำวันที่ผิดสังเกต บัดดี้จะตรวจสอบและคอยช่วยเหลือเพื่อให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างปกติ

ผู้หญิงที่เข้าร่วมโครงการนี้มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่เคยใช้ชีวิตลำพัง ไม่ว่าจะเป็น โสด หม้ายหรือหย่าร้าง ถึงแม้พวกเธอจะมาจากพื้นฐานทางสังคมที่แตกต่างกัน แต่ต่างมีเป้าหมายร่วมคือการสร้างระบบการอยู่อาศัยที่พึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี และแม้โครงการนิวกราวน์จะมีขนาดเล็ก แต่กลับช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐอย่างมีนัยสำคัญ

โครงการนิวกราวน์ช่วยภาครัฐประหยัดงบประมาณ เนื่องจากสมาชิกกลุ่มได้

1) ลดการพึ่งพาระบบสาธารณสุข จากงานวิจัยพบว่า โครงการดังกล่าวทำให้รัฐบาลสามารถประหยัดต้นทุนค่ารักษาพยาบาล 1,500 ปอนด์ต่อปีต่อคน หรือ 67,500 บาทต่อปีต่อคน

2) ลดความจำเป็นในการจ้างผู้ดูแล เนื่องจากระบบ ‘เพื่อนดูแลเพื่อน’ ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาบริการแบบ one-on-one ที่มีต้นทุนสูง

3) ลดอัตราการเข้าอาศัยบ้านพักคนชรา โดยปกติแล้ว ค่าใช้จ่ายของบ้านพักคนชราอยู่ที่ประมาณ 40,000 ปอนด์ต่อปีต่อคน ขณะที่ New Ground คิดค่าบริหารจัดการร่วมกันอยู่ที่ 1,800 ปอนด์ต่อปีต่อคน นอกเหนือจากต้นทุนค่าใช้จ่ายต่อปีที่ค่อนข้างต่ำ และยังสร้างความภูมิใจและศักดิ์ศรีที่พวกเธอไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ดูแลหรือภาครัฐ

ในขณะที่งานวิจัยจาก UK Cohousing Network ระบุว่า co-housing สามารถสร้างผลตอบแทนทางสังคมได้ถึง 1.80-2.50 ปอนด์ ต่อการลงทุนทุก 1 ปอนด์ จากการลดภาระของระบบสาธารณสุขและสวัสดิการโดยรวม จึงมีความพยายามจากหลายประเทศ อาทิเช่น สเปน ไปปรับใช้กับประเทศของตัวเอง

แม้บริบทของอังกฤษและไทยจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่หัวใจของแนวคิด cohousing และการลดต้นทุนทางสาธารณสุขสามารถประยุกต์ใช้ในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี เนื่องจากประเทศไทยกำลังประสบปัญหาด้านงบสาธารณสุขที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสตรีอาวุโสของไทยมีจำนวนมากถึง 7.4 ล้านคน (มากกว่าสหราชอาณาจักรถึง3เท่า)

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบเชิงวัฒนธรรมเรื่องการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน แต่ยังขาดกลไกสนับสนุนในเชิงโครงสร้าง ดังนั้น หากภาครัฐสามารถส่งเสริมความร่วมมือกับภาคประชาสังคมและภาคเอกชน ในการออกแบบโครงการที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่

โดยเริ่มในพื้นที่ที่มีสตรีอาวุโสจำนวนมากที่สุด เช่น จ.ลำปาง และสนับสนุนกลุ่มสตรีในจังหวัดให้ช่วยออกแบบโครงการกับเคหะแห่งชาติอาจช่วยให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณค่ารักษาต่อหัวได้มากถึง 3 หมื่นล้านบาท จากค่ารักษาต่อหัวประมาณ 4,000 บาท ของคนกว่า 7.4 ล้านคน

ดังนั้น หากประเทศไทยกล้าลองเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ เช่นนี้บ้าง ไม่เพียงเราจะเปลี่ยนชีวิตของสตรีอาวุโส แต่เราจะเปลี่ยนแนวคิดเรื่องรัฐสวัสดิการทั้งระบบ จากสิ่งที่ต้องแบกรับ เป็นสิ่งที่ประชาชนลุกขึ้นมาช่วยสร้างอย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...