โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สเตเบิลคอยน์แรงจัดมูลค่าทะลุ250,000ล้านดอลลาร์ แอนต์เล็งขอใบอนุญาตออกเหรียญในฮ่องกง-สิงคโปร์

Manager Online

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 04.10 น. • MGR Online

แอนต์ อินเตอร์เนชันแนลมีแผนยื่นขอใบอนุญาตออกสเตเบิลคอยน์ในสิงคโปร์และฮ่องกง ตลอดจนถึงลักเซมเบิร์ก ส่งสัญญาณการยอมรับคริปโตมากขึ้นในหมู่บริษัทฟินเทค ขณะที่ข้อมูลเมื่อไม่กี่วันนี้ระบุว่า มูลค่าตามราคาตลาดของสเตเบิลคอยน์ทะลุ 250,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก และอาจแตะ 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันพฤหัสฯ (12 มิ.ย.) ว่า แอนต์ อินเตอร์เนชันแนล บริษัทในเครือในสิงคโปรของแอนต์ กรุ๊ปของแจ็ค หม่า กำลังเตรียมยื่นขอใบอนุญาตในฮ่องกง หลังจากกรอบข้อบังคับสำหรับสเตเบิลคอยน์เริ่มมีผลในเดือนสิงหาคม อีกทั้งยังเล็งขอใบอนุญาตในสิงคโปร์และลักเซมเบิร์กต่อไป

แอนต์ กรุ๊ปเป็นบริษัทในเครืออาลีบาบา กรุ๊ปของจีน และเป็นเจ้าของและดำเนินการอาลีเพย์ แพลตฟอร์มชำระเงินระบบดิจิทัลใหญ่ที่สุดในโลก รองรับผู้ค้ากว่า 80 ล้านราย และผู้ใช้ 1,300 ล้านคนทั่วโลก

ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้นในหมู่บริษัทฟินเทคดั้งเดิมที่มีต่อกฎข้อบังคับสำหรับสเตเบิลคอยน์ทั่วโลกที่เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ขณะที่มีการใช้สเตเบิลคอยน์ในการชำระเงินมากขึ้นเช่นเดียวกัน

ข่าวนี้ออกมาภายหลังฮ่องกงผ่านกฎหมายสเตเบิลคอยน์ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นระบบออกใบอนุญาตสำหรับสเตเบิลคอยน์เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 11 ส.ค.

ภายใต้กฎใหม่ ผู้ประกอบการต้องได้รับใบอนุญาตในการออกสเตเบิลคอยน์จากองค์การเงินตราฮ่องกง (HKMA) หรืออีกนัยหนึ่งคือธนาคารกลางฮ่องกง ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับสูงสุด 5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (640,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ)

เป้าหมายของแอนต์ อินเตอร์เนชันแนลคือ เปิดรับสเตเบิลคอยน์สำหรับปฏิบัติการทางการเงินที่รวมถึงการชำระเงินข้ามพรมแดนและบริการจัดการด้านการเงิน

แหล่งข่าวเผยว่า ระหว่างปีที่แล้ว 1 ใน 3 ของการทำธุรกรรมทั่วโลกทั้งหมดของแอนต์ อินเตอร์เนชันแนลมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ประมวลผลผ่านแพลตฟอร์มเวลที่ทำงานบนเครือข่ายบล็อกเชน

นับจากต้องยกเลิกแผนการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (IPO) ในปี 2020 และรัฐบาลจีนคุมเข้มธุรกิจสินเชื่อออนไลน์ของบริษัท แอนต์ กรุ๊ปเริ่มปรับโฟกัสหันไปเน้นการขยายตัวทั่วโลกและการให้บริการลูกค้าประเภทธุรกิจมากขึ้น

แอนต์ อินเตอร์เนชันแนลที่ปีที่แล้วมีรายได้เฉียด 3,000 ล้านดอลลาร์ ทำกำไรติดต่อกันสองปีซ้อน และเมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแนวโน้มการแยกธุรกิจและจดทะเบียนในตลาดหุ้น

เดิมพันระยะยาวกับคริปโต

แอนต์ กรุ๊ปและบริษัทในเครือแสดงความสนใจในระบบบล็อกเชนและการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เดือนธันวาคมที่ผ่านมา แอนต์ ดิจิทัลร่วมมือกับ Sui ซึ่งเป็นบล็อกเชน layer-1 เพื่อแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลเป็นโทเคน

แผนการริเริ่มเกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ของแอนต์มีเป้าหมายในการสนับสนุนบริการชำระเงินข้ามพรมแดนและบริการทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซและลูกค้าภายนอกที่ต้องการการทำธุรกรรมระหว่างประเทศที่รวดเร็วขึ้นและต้นทุนถูกลง

ข่าวคราวล่าสุดของแอนต์ อินเตอร์เนชันแนลที่สะท้อนการให้ความสำคัญมากขึ้นกับบล็อกเชนในฐานะเสาหลักของกลยุทธ์ธุรกิจระหว่างประเทศนั้น ยังเกิดขึ้นหลังจากที่ DefiLlama เปิดเผยว่า มูลค่าตามราคาตลาดของสเตเบิลคอยน์ทะลุ 250,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 มิ.ย.)

นอกจากนั้น เดวิด แพคแมน หุ้นส่วนผู้จัดการของคอยน์ฟันด์ ยังคาดการณ์ว่า ซัปพลายสเตเบิลคอยน์ทั่วโลกอาจมีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ก่อนสิ้นปีนี้ และอาจกลายเป็นตัวกระตุ้นการเติบโตของตลาดคริปโตที่สำคัญอันดับถัดไป ขณะที่ Citi ทำนายว่า มูลค่าตามราคาตลาดของสเตเบิลคอยน์จะแตะ 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกกำลังเร่งออกกฎเกณฑ์สำหรับสเตเบิลคอยน์ เนื่องจากมีความกังลมากขึ้นเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินและความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวโยงกับสินทรัพย์ชนิดนี้ที่มีวิวัฒนาการรวดเร็วมาก

พร้อมกันนี้ ฮ่องกงกำลังผงาดขึ้นมาเป็นฮับสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการจัดการ และกรอบกฎเกณ์สำหรับสเตเบิลคอยน์ที่กำลังจะเริ่มบังคับใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้ากำลังดึงดูดความสนใจของผู้เล่นจากทั่วโลก

แผนการล่าสุดของแอนต์ยังสะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนของฮ่องกง และตอกย้ำบทบาทของเกาะแห่งนี้ในการเป็นตัวกลางระหว่างจีนกับตลาดต่างประเทศ

หากได้รับใบอนุญาตจากฮ่องกง แอนต์จะมีศักยภาพการแข่งขันในบริการการชำระเงินระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และยังส่งเสริมแผนการถอยจากบริการการเงินลูกค้ารายย่อยและมุ่งหน้าสู่เทคโนโลยีที่โฟกัสลูกค้าประเภทกิจการมากขึ้น

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...