“อนุทิน” มองคนไทยไม่เดือดร้อน หลังกัมพูชา ประกาศตัดไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ต
“อนุทิน” มองคนไทยไม่เดือดร้อน หลังกัมพูชา ประกาศตัดไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ต ที่ซื้อจากไทย - ขอให้มั่นใจไม่มีอะไรทำให้ ปชช.กังวล
วันที่ 13 มิ.ย. 68 ที่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังอีกฝ่ายมีการปิดด่านบริเวณชายแดนจังหวัดจันทบุรี และมีการออก 6 มาตรการ เพื่อตอบโต้ไทย ว่า เขาจะออกมาตรการอะไรมาก็เป็นเรื่องของเขา ซึ่งตนเชื่อว่ามาตรการเหล่านี้ไม่มีอะไรที่ทำให้ไทยเดือดร้อน การไม่ใช้ไฟฟ้าหรืออินเตอร์เน็ตของเราก็ไม่ได้ทำให้เราเดือดร้อนอะไร และการที่จะไม่ดูหนังไทยตนก็เชื่อว่าคนไทยไม่ได้เดือดร้อน และการที่จะไม่ใช้สินค้าหรือสิ่งของจากไทยก็อาจทำให้เขาต้องซื้อของในราคาที่แพงมากขึ้น ตนเชื่อว่าสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าของไทย ตนเชื่อว่าเราอยู่ด้วยกันและสนับสนุนกันด้วยความร่มเย็นเป็นสุขด้วยกันตลอดมา หากเขาปฏิเสธสิ่งเหล่านี้เราก็ห้ามอะไรไม่ได้ เชื่อว่าอีกสักพักก็คงดีขึ้น และมองว่าขณะนี้ยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมในด้านนี้ และผู้ประกอบการทั้งหมดเวลาทำงานเราไม่ได้เอาไข่ทั้งหมดไปอยู่ในตะกร้าเดียวแต่เรามีการกระจายตะกร้าออกไป และการเปิดตลาดต่างๆ ก็ไม่ได้เน้นที่ตลาดแห่งเดียว และหากใครทำเช่นนั้นก็ต้องมองว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้เราได้คิดใหม่ว่าจากนี้ไปเราคงต้องขยายโอกาสทางการตลาดของเรา อย่าไปผูกกับใครคนใดคนหนึ่ง หากทำแบบนั้นได้ก็จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายจนรับไม่ได้ หากส่วนนี้เสียหายไปเราก็ต้องยิ่งเชิญชวนให้คนไทยบริโภคเพิ่มขึ้น ซื้อเพิ่มขึ้น ลดการบริโภคหรือใช้ของต่างประเทศ และหันมาช่วยกันใช้สินค้าในประเทศให้มากขึ้น ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดียิ่งตอนนี้โดนขู่มาจากลูกค้ารายหนึ่งว่าจะไม่ซื้อสินค้าจากไทย คนไทยก็ต้องแสดงพลังให้เห็นด้วยการไปซื้อของไทย
เมื่อถามถึงมาตรการที่ทางฝั่งกัมพูชาได้มีการโต้ตอบประเทศไทย และมีการเรียกคนกัมพูชากลับนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ตนให้ความมั่นใจว่าคนกัมพูชาในประเทศไทยที่ทำมาหากินโดยสุจริตที่จะเดินทางกลับประเทศนั้นจะได้รับการอำนวยความสะดวกด้วยความปลอดภัยทุกประการ ซึ่งได้เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ให้สร้างความมั่นใจว่าเรายังต้องปฏิบัติต่อประชาชนชาวกัมพูชาที่ทำมาหากินอยู่ในแผ่นดินของเราด้วยความเป็นมิตร เป็นพี่เป็นน้องกัน อย่าไปจงเกลียดจงชัง เพราะไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล
เมื่อถามถึงกรณีที่ทางฝ่ายกัมพูชาจะตัดการซื้อไฟฟ้าและอินเตอร์เน็ตจากไทย โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลนั้นจะดำเนินการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า หากทางฝ่ายความมั่นคงหรือทางทหารแจ้งมาเมื่อไหร่ว่าให้มีการตัดไฟ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็พร้อมทันที ซึ่งกรณีนี้ไม่เหมือนกับกรณีที่ประเทศพม่า เนื่องจากตอนนั้นเรามีสัญญาระหว่างบริษัท ที่ทางบริษัทได้นำไปขายต่อ ฉะนั้นการตัดไฟฟ้าก็ต้องมีการตัดหลายช่วง แต่กรณีของประเทศกัมพูชานั้นเป็นสัญญาการซื้อรัฐต่อรัฐ ซึ่งมีข้อกำหนดว่าหากเกิดเหตุการณ์หรือเราได้รับข้อสั่งการมาจากต่างไทยเราก็สามารถหยุดการจ่ายไฟได้ทันที
เมื่อถามต่อว่าอยากให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีอย่างไรเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่อยากให้กำลังใจ แต่เราให้กำลังใจมานานแล้ว และให้กำลังใจคนไทยทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อยู่ในเขตบริเวณชายแดนติดกับเพื่อนบ้าน
เมื่อถามถึงกรณีที่บอกว่าไทยพร้อมรบ นายอนุทิน กล่าวว่า แน่นอน มีส่วนไหนที่เราไม่พร้อม แต่หากเราหลีกเลี่ยงการประทะได้ เพราะการรบก่อให้เกิดความเสียหายมากที่สุดอยู่แล้ว ในฐานะที่เป็นรัฐบาลเราก็ต้องหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้เราก็ต้องมีความพร้อม ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในฐานะแนวหลังเราปิดสนิท ขอให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีอะไรที่จะทำให้เกิดความกังวลว่าประชาชนของเราจะได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ปะทะกัน
สำหรับมาตรการการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนอพยพ หลังกัมพูชาเองก็ได้ออกมาตรการเตรียมอพยพประชาชนในพื้นที่นั้น นายอนุทิน ระบุว่า ตนคิดว่าทั้งสองประเทศอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกันในเรื่องของความปลอดภัยของประชาชน โดยจากการพูดคุยกับรองนายกฯรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชาก็ได้ให้คำมั่นสัญญาต่อกันคือประชาชนของทั้งสองประเทศต้องปลอดภัย คือคนไทยที่อยู่ในกัมพูชาและคนกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยต้องปลอดภัย ส่วนการเตรียมการอพยพนั้นก็มีการเตรียมการอยู่แล้ว และตามด่านของประเทศไทยหากมีคนไทยที่ต้องการจะเดินทางเข้ามา แม้ด่านปิดแต่ผู้ว่าฯ สามารถสั่งเปิดให้คนไทยเข้ามาได้
ส่วนการประชุม JBC จะเป็นไปในทิศทางไหนนั้น นายอนุทิน ระบุว่า JBC ก็มีกรอบของเขา คนที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปเจรจาก็คงจะได้รับนโยบายข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ส่วนมหาดไทยปิดแนวหลังไว้ให้ เหมือนที่นายกรัฐมนตรีได้บอกไว้ว่ามหาดไทยเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว โดยจะดูแลให้ประชาชนเกิดความปลอดภัย คุณภาพชีวิตและสุขอนามัยทั้งหลายยังดีอยู่