โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นฤมล” ทุ่มงบ 6.9 ล.โครงการวิจัยพัฒนาพันธุ์ถั่วเหลือง เพิ่มประสิทธิภาพ-ลดต้นทุนหวังจูงใจปลูกเพิ่ม

Manager Online

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 08.55 น. • MGR Online

รมว.เกษตรฯ ไฟเขียวงบ 6.9 ล้าน เดินหน้า“โครงการวิจัยพัฒนาพันธุ์ถั่วเหลือง”เพิ่มประสิทธิภาพ-ลดต้นทุนการผลิต สร้างรายได้เพิ่ม หวังจูงใจเกษตรกรหันปลูกถั่วเหลืองมากขึ้น

วันนี้ (13มิ.ย.) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการผลิตถั่วเหลือง ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมด้วย ว่า ปัจจุบันปริมาณผลผลิตถั่วเหลืองของประเทศไทยไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่ความต้องการใช้ถั่วเหลืองในประเทศมีประมาณ 3.8 – 3.9 ล้านตันต่อปี แต่ปัจจุบันปี 2568/69 ประเทศไทยผลิตได้เพียง 15,875 ตันต่อปี จึงจำเป็นต้องมีการนำเข้าถั่วเหลืองจากต่างประเทศจำนวนมากถึง 3.8 - 3.9 ล้านตันต่อปี มูลค่าประมาณ 68,000 – 70,000 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งพื้นที่การเพาะปลูกในประเทศลดลง ไม่สร้างแรงจูงใจ เนื่องจากมีพืชอื่นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า ซึ่งต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบอนุมัติงบประมาณ จำนวน 6.9 ล้านบาท สำหรับดำเนินโครงการวิจัยพัฒนาพันธุ์ถั่วเหลืองให้มีความยาวของข้อแรกที่ติดฝักสูงจากพื้นดินเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถั่วเหลือง และเพื่อลดต้นทุนการผลิต

“นายกรัฐมนตรีกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ๆ เพื่อเพิ่มผลผลิต ปรับปรุงพันธุ์ให้มีคุณภาพและผลผลิตที่ดีขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ที่แข็งแรง ทนต่อโรค และเพิ่มคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยด้านเกษตรร่วมกันต่อไป”

สำหรับโครงการวิจัยพัฒนาพันธุ์ถั่วเหลืองฯ เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยวนั้น มีการสูญเสียผลผลิต ซึ่งทำให้ผลผลิตของพืชไร่ตระกูลถั่วของไทยต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยการสูญเสียผลผลิตจากการใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองนั้นอาจสูงถึง 60 กก./ไร่ หรือมากกว่า ดังนั้น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการฯ จึงมุ่งพัฒนาถั่วเหลืองให้มีความยาวของข้อแรกที่ติดฝักสูงจากพื้นดินเพิ่มมากขึ้น เพื่อปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองเชียงใหม่ 60 ให้มีความยาวของข้อแรกเพิ่มมากขึ้นจากเดิมอย่างน้อย 5 เซนติเมตร และเป็นการรวบรวมเชื้อพันธุกรรมถั่วเหลืองและจัดทำฐานข้อมูลลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต ผลผลิต และองค์ประกอบทางเคมีของเมล็ดถั่วเหลือง สำหรับใช้ในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ โดยมีระยะเวลาดำเนินงานทั้งหมด 5 ปี (ตั้งแต่ปี 2568 - 2572) ดำเนินการในพื้นที่แปลงทดลอง ได้แก่ ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน, ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่, ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน จ.สุโขทัย และศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น จ.ขอนแก่น รวมถึงแปลงเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา จ.น่าน และชัยภูมิ

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว จะทำให้ได้เชื้อพันธุกรรมถั่วเหลืองที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูงจำนวน 220 - 250 สายพันธุ์ (สายพันธุ์ที่ไม่ใช่พืชตัดแต่งพันธุกรรม หรือ non GMO) พร้อมกับข้อมูลลักษณะทางสัณฐานวิทยา ลักษณะทางพืชไร่ ผลผลิตและองค์ประกอบผลผลิต และชีวเคมี (โปรตีนและน้ำมันในเมล็ด) และได้ถั่วเหลืองสายพันธุ์ใหม่ จำนวน 1 สายพันธุ์ ที่มีลักษณะทางสัณฐานวิทยา ลักษณะทางการเกษตร และผลผลิตเหมือนหรือคล้ายคลึงกับพันธุ์เชียงใหม่ 60 แต่มีข้อแรกของการเกิดฝักสูงเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อย 5 เซนติเมตร รวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงใหม่ที่เก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องเก็บเกี่ยวมีผลผลิตถั่วเหลืองต่อไร่เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 10 เนื่องจากการสูญเสียผลผลิตด้วยเครื่องเก็บเกี่ยวลดลง ทั้งนี้ สศก. จะติดตามการดำเนินงานโครงการวิจัยดังกล่าวในทุกไตรมาส รวมถึงดำเนินการบูรณาการด้านข้อมูลสินค้าเกษตร เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้บรรลุเป้าหมายในการวิจัยครั้งสำคัญนี้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...