โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อทรัพยากรที่มั่งคั่งกลายเป็นคำสาป ‘ถอดบทเรียน’ จากนานาประเทศ

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 15.23 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 17.11 น.

สุนิสา กาญจนกุล รายงาน

ในภาพยนตร์ผจญภัยตามล่าหาสมบัติ สิ่งล้ำค่าที่ทุกคนแสวงหามักมีคำสาปชั่วร้ายแอบแฝงอยู่เสมอ ราวกับเพื่อเป็นสิ่งเตือนใจว่า ไม่มีสิ่งใดที่จะได้มาง่ายๆ โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน

ในชีวิตจริง ขุมทรัพย์ตามธรรมชาติก็ดูเหมือนจะมีคำสาปซ่อนเร้นอยู่เช่นกัน ไม่ว่าขุมทรัพย์เหล่านั้นจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ แร่ธาตุต่างๆ หรือแม้กระทั่งภูมิทัศน์ที่สวยงามจนดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล

ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า สำหรับหลายๆ ประเทศแล้ว ทรัพยากรอันล้ำค่าที่อุดมสมบูรณ์เหล่านั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างไม่คาดฝัน จนกระทั่งนักเศรษฐศาสตร์พากันขนานนามปรากฏการณ์นี้ว่า “คำสาปทรัพยากร (Resource Curse)”

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลายๆ ประเทศจึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญในการเรียนรู้ว่าทรัพยากรที่มั่งคั่งอาจกลายเป็นภัยร้ายต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างไรบ้าง

เหมืองทองในคองโกมีมูลค่าหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ประชากรของประเทศนี้กลับอดอยากยากจนและต้องเผชิญหน้ากับความรุนแรงหลายรูปแบบ ที่มาภาพ: https://www.cnn.com/2016/04/18/africa/gallery/resource-curse

ในโลกที่ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจถูกมองว่าเป็นหนทางสู่ความเจริญรุ่งเรือง การได้ครอบครองแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญจึงน่าจะเป็นเหมือนพรจากฟ้าที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในประเทศนั้นๆ ขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

แต่ประเทศอุดมทรัพยากรจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปแอฟริกา กลับเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องจากสิ่งที่เรียกกันว่า “คำสาปทรัพยากร” ซึ่งก็คือปรากฏการณ์ที่ประเทศรุ่มรวยทรัพยากรธรรมชาติกลับมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ช้ากว่าประเทศอื่นๆ หรือมีปัญหาด้านการพัฒนาอื่นๆ ตามมา

ส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นมักจะเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้ง และการละเลยการพัฒนาเศรษฐกิจภาคอื่นๆ ที่สำคัญ แทบทุกประเทศยังได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงในภายหลังอีกด้วย

ทำความเข้าใจ

ผลกระทบจากคำสาปทรัพยากรนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในระยะสั้น แต่เป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปและมีกลไกชักนำหลายอย่างด้วยกัน

แต่ส่วนใหญ่มักจะเริ่มขึ้นจากการหันไปพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไปจนมองข้ามอุตสาหกรรมและธุรกิจอื่น เมื่อประเทศมีรายได้มหาศาลจากทรัพยากร รัฐบาลมักจะพึ่งพารายได้จากภาคส่วนนี้เป็นหลัก ทำให้ละเลยการลงทุนและพัฒนาภาคเศรษฐกิจที่หลากหลาย เช่น ภาคอุตสาหกรรมการผลิต ภาคเกษตรกรรม หรือภาคบริการ ซึ่งยั่งยืนกว่าและสร้างงานได้หลากหลายกว่า

การขาดความหลากหลายทางเศรษฐกิจทำให้ประเทศเปราะบางต่อความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เมื่อประกอบเข้ากับกลไกทางเศรษฐกิจที่เรียกว่า โรคดัตช์ (Dutch Disease) สถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายลง

โรคดัตช์คือสภาวะทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการค้นพบทรัพยากรธรรมชาติแหล่งใหญ่ ทำให้เกิดรายได้มหาศาลและมีเงินตราต่างประเทศไหลเข้ามาจำนวนมาก ส่งผลให้ค่าเงินของประเทศแข็งค่าขึ้น และสร้างความเสียหายให้ภาคเศรษฐกิจอื่นๆ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคเกษตรกรรม

คำว่า “โรคดัตช์” นั้นมีที่มาจากประสบการณ์โดยตรงของเนเธอร์แลนด์ที่ค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในปี 1959 จนเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศในลักษณะข้างต้น

หลากหลายผลกระทบ

เมื่อมีการส่งออกทรัพยากรที่ค้นพบ เงินทุนก็หลั่งไหลเข้าประเทศและเงินตราแข็งค่า ภาคเศรษฐกิจที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับทรัพยากรที่ค้นพบจึงสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เพราะเมื่อเมื่อเงินตราแข็งค่า สินค้าที่ผลิตโดยภาคส่วนอื่นๆ (เช่น สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าอุตสาหกรรม ฯลฯ) ก็จะไม่สามารถแข่งขันในตลาดส่งออกได้อีกต่อไป

เงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้ามายังทำให้ราคาสินค้าและบริการในประเทศสูงขึ้น เกิดภาวะเงินเฟ้อที่อาจกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน ขณะที่สินค้านำเข้าจากต่างประเทศกลับราคาถูกลง ทำให้ธุรกิจภายในประเทศที่ผลิตสินค้าคล้ายกันต้องแข่งขันอย่างหนัก และอาจถึงขั้นต้องปิดตัวลง จนส่งผลต่อการจ้างงาน

ภาคบริการภายในประเทศ เช่น อสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง จะเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะค่าเงินแข็งและมีเงินลงทุนไหลเข้ามา ในขณะที่ภาคการผลิตและการเกษตรของประเทศทรุดตัวลง และทรัพยากรต่างๆ (เช่น เงินทุนและแรงงานฝีมือ) ก็ไหลไปสู่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรที่มีการค้นพบ แต่โดยรวมแล้ว ภาคธุรกิจนี้มักจะสร้างงานได้น้อยกว่าภาคธุรกิจอื่น

รายได้มหาศาลที่ได้มาง่าย ๆ จากทรัพยากรมักจะนำไปสู่การคอร์รัปชัน การแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ การขาดความโปร่งใส และการบริหารจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ จนรั่วไหลไปสู่กระเป๋าของชนชั้นนำ แทนที่จะถูกนำไปลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา หรือสาธารณสุขของประเทศอย่างแท้จริง

การแย่งชิงการเข้าถึงและควบคุมทรัพยากรอันมีค่าอาจนำไปสู่ความขัดแย้ง ความไม่สงบภายในประเทศ หรือแม้กระทั่งสงครามกลางเมือง โดยเฉพาะในประเทศที่มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์หรือศาสนา

รุนแรงแต่ถูกมองข้าม

อีกหนึ่งปัญหาจากคำสาปทรัพยากรที่มักถูกมองข้ามแต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง คือผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง

การสกัดทรัพยากร เช่น การขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ การทำเหมืองแร่ มักทำให้เกิดการทำลายป่าไม้ แหล่งน้ำ และระบบนิเวศสำคัญอื่นๆ เช่น ป่าชายเลน หรือแนวปะการัง ซึ่งเป็นแหล่งรองรับความหลากหลายทางชีวภาพ ถิ่นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตถูกทำลาย สัตว์ป่าถูกรบกวนหรือถูกคุกคาม

กระบวนการสกัดและแปรรูปทรัพยากรมักก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ น้ำ และดินอย่างรุนแรง ขณะที่แรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่มหาศาล อาจส่งผลให้ภาครัฐละเลยการบังคับใช้กฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด

กรณีตัวอย่าง

หลายประเทศเผชิญปัญหาคำสาปทรัพยากรอย่างรุนแรง ไนจีเรียคือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน แม้จะเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก แต่รายได้มหาศาลจากน้ำมันกลับไม่สามารถเปลี่ยนชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ให้ดีขึ้นได้ การคอร์รัปชันที่ฝังรากลึก ระบบการบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใส และการแย่งชิงทรัพยากร ก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงและปัญหาสิ่งแวดล้อมจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและภาคการเกษตร

อีกตัวอย่างหนึ่งคือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุหายาก เช่น โคบอลต์และโคลตัน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ความมั่งคั่งจากแร่ธาตุกลับนำมาซึ่งความขัดแย้ง ความรุนแรง และการทำเหมืองที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน

ขณะที่เวเนซุเอลาอาจถือเป็นกรณีศึกษาที่คลาสสิกที่สุดของคำสาปทรัพยากร แม้จะมีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก แต่การพึ่งพารายได้จากน้ำมันมากเกินไป การบริหารจัดการที่ผิดพลาด และการคอร์รัปชัน ทำให้ประเทศเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรง ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง และวิกฤติมนุษยธรรมครั้งใหญ่ และการขุดเจาะน้ำมันยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนักอีกด้วย ท้ายที่สุด เวเนซุเอลาตกอยู่ในภาวะรัฐล้มเหลว ประชาชนต้องเผชิญกับความยากจน ขาดแคลนอาหาร และต้องอพยพออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก

แต่ในเวลาเดียวกัน กลับมีหลายประเทศที่เผชิญคำสาปทรัพยากรแต่สามารถปรับตัวและหาวิธีรับมือได้อย่างน่าพึงพอใจ

นอร์เวย์เป็นกรณีศึกษาที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการหลบเลี่ยงคำสาปทรัพยากร ทั้งด้วยการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่นำรายได้ส่วนใหญ่จากการขายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปสะสมไว้เพื่อบริหารจัดการให้ความมั่งคั่งงอกเงยและยั่งยืนไปอีกหลายชั่วอายุคน ขณะเดียวกันก็เข้มงวดด้านการคลัง และพัฒนาการลงทุนด้านอื่นๆ จนรอดพ้นจากคำสาปได้อย่างงดงาม

ประเทศร่ำรวยน้ำมันอีกประเทศหนึ่งที่หลีกเลี่ยงคำสาปทรัพยากรได้สำเร็จคือ ซาอุดีอาระเบีย ด้วยการกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพิ่มการส่งออกสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียม ลดการพึ่งพาน้ำมันดิบและพัฒนาเศรษฐกิจด้านอื่นๆ เช่น ภาคการเงิน การเดินทาง การท่องเที่ยว และความบันเทิง

บอตสวานา ซึ่งเป็นผู้ผลิตเพชรรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก็สามารถหลีกเลี่ยงการทุจริต ความไม่เท่าเทียม และภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ โดยการใช้ความเข้มงวดด้านกฎหมายและมาตรการต่อต้านการทุจริต และใช้รายได้จากเพชรเพื่อลงทุนในด้านการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และสุขภาพ รวมถึงการท่องเที่ยวและบริการทางการเงิน

ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาศัยความตระหนักรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าการส่งออกน้ำมันไม่สามารถรับประกันความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาวได้ จึงใช้วิธีส่งเสริมการท่องเที่ยวและขยายธุรกิจการเงินโดยกำหนดให้ตัวเองกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจระดับโลก

แนวทางรับมือ

ปรากฏการณ์คำสาปทรัพยากรแสดงให้เห็นว่าการมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไม่ได้เป็นหลักประกันความเจริญรุ่งเรืองเสมอไป แต่อาจนำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่รุนแรงได้

อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากหลายประเทศก็แสดงให้เห็นว่าคำสาปนี้เป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยอาจสรุปรวบยอดเป็นมาตรการและกลยุทธ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ดังนี้

1. สร้างระบบสถาบันที่แข็งแกร่งและโปร่งใส นี่อาจเป็นหัวใจสำคัญในการหลีกเลี่ยงคำสาปทรัพยากร เพราะปัญหาหลักมักมาจากความอ่อนแอของสถาบันที่นำไปสู่การคอร์รัปชัน การแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสม

2. จัดการรายได้จากทรัพยากรอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาด้านเศรษฐกิจและความผันผวนทางการคลัง

3. กระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพิงภาคทรัพยากรเพียงอย่างเดียว และส่งเสริมการเติบโตของภาคธุรกิจอื่นๆ ขณะเดียวกันก็ต้องลงทุนในการพัฒนาทุนมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กันไปด้วย

4. สร้างเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใสและความรับผิดชอบด้านการบริหารจัดการทรัพยากร โดยสนับสนุนให้สื่อและประชาชนทำหน้าที่ผู้เฝ้าระวัง

5. บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด บังคับใช้กฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง

โดยรวมแล้ว อาจกล่าวได้ว่า วิธีรับมือกับคำสาปทรัพยากรที่ง่ายที่สุดก็คือความระมัดระวังนั่นเอง หากมีการเตรียมพร้อมและวางแผนที่ดี ทรัพยากรล้ำค่าก็อาจเป็นของขวัญชิ้นงามจากธรรมชาติโดยไม่ต้องระแวงว่าจะมีคำสาปติดมาด้วยแต่อย่างใด

ข้อมูลอ้างอิง :
https://moderndiplomacy.eu/2025/03/12/resource-curse-in-the-oil-wealth-countries-lessons-from-south-sudan-venezuela-and-indonesia/
https://www.nature.com/articles/s41599-024-04228-2
https://www.britannica.com/money/Dutch-disease
https://www.investopedia.com/terms/r/resource-curse.asp
https://cdn.odi.org/media/documents/2089.pdf
https://www.numberanalytics.com/blog/real-resource-curse-oil-war-politics#:~:text=Economic%20Distortions%20and%20Governance:%20Resource%20winds%20have,further%20mismanagement%20and%20corruption%2C%20exacerbating%20the%20curse.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...