โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯ สิงคโปร์ เยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรก เสนอ ‘พหุภาคีนิยมแบบยืดหยุ่น’ เป็นทางรอด

THE STANDARD

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 11.00 น. • thestandard.co
ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯ สิงคโปร์ เยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรก เสนอ ‘พหุภาคีนิยมแบบยืดหยุ่น’ เป็นทางรอด

ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ที่ถดถอย ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลกที่ไร้ทิศทาง นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ลอว์เรนซ์ หว่อง เปิดตัวในเวทีระดับนานาชาติที่จีน กับคำกล่าวน่าสนใจว่า “ระเบียบโลกเก่ากำลังจางหายไป แต่เราต้องไม่ปล่อยให้ความสับสนมาแทนที่”

ในการประชุม World Economic Forum : Annual Meeting of the New Champions 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2025 ณ เมืองเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Summer Davos หว่องแสดงวิสัยทัศน์ระดับผู้นำโลก โดยเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ร่วมกันฟื้นฟูสถาปัตยกรรมโลกใหม่ที่มีเสถียรภาพ ครอบคลุม และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

“อย่าเพิ่งรีบฉลองว่าโลกเก่าได้จบลงแล้ว” เขากล่าว “เพราะคำถามคือ แล้วทางเลือกใหม่คืออะไร?”

แม้จะเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่หว่องไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับจีน เขาพูดภาษาจีนได้คล่อง และกล่าวอย่างสบายๆ ว่าเขามาเยือนจีน “แทบทุกปี” โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าพบประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และบรรยากาศก็ “เป็นไปด้วยดี”

แต่ภายใต้ท่าทีเป็นมิตรนั้น คำปราศรัยของเขาเต็มไปด้วยความเป็นจริงที่ไม่อ้อมค้อม พร้อมทั้งแฝงคำเตือนถึงภัยเงียบของโลกที่ไร้กลไกกลาง “ยุคหลังสงครามเย็นซึ่งขับเคลื่อนด้วยตลาดเสรีและการค้าข้ามพรมแดนได้จบลงแล้ว” เขากล่าว “โลกกำลังเข้าสู่ยุคชาตินิยมทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน”

ทางรอดของประเทศเล็กในโลกที่เปลี่ยนไป

เมื่อถูกถามถึงระเบียบโลกใหม่ หว่องตอบตรงไปตรงมาว่า “ไม่มีใครรู้ว่าระบบใหม่นี้จะเป็นอย่างไร” แต่เขาก็เสนอแนวทางที่เรียกว่า “พหุภาคีนิยมแบบยืดหยุ่น” (Flexible Multilateralism) นั่นคือการที่กลุ่มประเทศที่มีแนวคิดคล้ายกัน ร่วมมือกันสร้างกฎกติกาใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่รอให้ทุกประเทศเห็นพ้องพร้อมกันในคราวเดียว

เขายกตัวอย่างความร่วมมือด้านการค้าอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ที่ใช้เวลากว่า 5 ปีในการเจรจา จนปัจจุบันมีประเทศเข้าร่วมมากกว่า 70 ประเทศ นับเป็นก้าวแรกของการสร้างกฎการค้าในโลกดิจิทัล “เราต้องเริ่มจากจุดเล็กๆ เหล่านี้ แล้วขยายออกไปเรื่อยๆ”

เขายังเน้นย้ำว่า การปล่อยให้ WTO หรือ IMF เสื่อมความสำคัญเป็นทางเลือกที่อันตราย “IMF เคยถูกวิจารณ์อย่างหนักในวิกฤตปี 1997 แต่หลังจากนั้นก็ได้ปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้นมาก” และเสนอว่าองค์กรระหว่างประเทศควร “ปรับตัว ไม่ใช่ยกเลิก”

ไม่ใช่สมดุลระหว่างจีน-สหรัฐฯ แต่คือ “จุดยืนของสิงคโปร์”

คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดในเวทีระดับโลกอย่างหนึ่งคือ “สิงคโปร์จะรักษาสมดุลระหว่างจีนและสหรัฐฯ อย่างไร?” หว่องตอบทันทีว่า “เรามีความสัมพันธ์ที่ดีและลึกซึ้งกับทั้งสองฝ่าย” พร้อมอธิบายว่า สิงคโปร์ไม่เลือกข้างใคร แต่เลือกยืนบน “ผลประโยชน์แห่งชาติของตนเอง”

“เราไม่ได้มองโลกเป็นการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ เรามองจากจุดยืนของสิงคโปร์ และเราจะเดินหน้าด้วยหลักการที่มั่นคงและชัดเจน”

หว่องยังระบุว่า ท่าทีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของสิงคโปร์ แต่ทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างก็ต้องการมีสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งจีนและสหรัฐฯ “อาเซียนไม่อยากกลับไปเป็นสนามรบแบบสงครามเย็นอีกแล้ว”

เทคโนโลยี, ความยั่งยืน, และการเติบโตยุคใหม่

ในช่วงท้ายของบทสนทนา หว่องเน้นว่าแม้การค้าแบบเดิมอาจชะลอตัวลง แต่ “เทคโนโลยี” และ “ความยั่งยืน” จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เขายกตัวอย่างนโยบายของสิงคโปร์ในการผลักดัน AI ไปสู่ระดับชุมชนและทุกครัวเรือน ไม่ใช่แค่ในแวดวงไฮเทค

“เราต้องแน่ใจว่าทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีได้ ไม่ใช่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง” เขากล่าว พร้อมยกตัวอย่างความพยายามในอดีต เช่น การติดตั้งคอมพิวเตอร์ในศูนย์ชุมชนเมื่อยุค 1980s เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีตั้งแต่วัยเยาว์

“ชีวิตไม่เคยง่ายสำหรับประเทศเล็กๆ” หว่องกล่าว “แต่เราถือว่าการเดินทางของสิงคโปร์ตลอด 60 ปีที่ผ่านมาคือปาฏิหาริย์ และภารกิจของผมคือทำให้ปาฏิหาริย์นั้นคงอยู่ต่อไปให้นานที่สุด”

ภาพ:World Economic Forum

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...