โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บ้านบัวลอย จากร้านที่คิดจะปิดตัว ใช้ Content กู้วิกฤติ พลิกสู่แบรนด์ขนมไทยขึ้นห้าง

SME THAILAND ONLINE

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
ขายบัวลอยวันละไม่กี่ถ้วย จนเคยคิดว่าจะปิดร้าน แต่ใครจะคิดว่าวันหนึ่ง “บ้านบัวลอย” จะได้ไปเปิดบูธในห้างดัง และพาบัวลอยไทยบินไกลถึงสิงคโปร์

Text: Wipawan In.

Photo: Sunun Lorsomsab

เมื่อการเริ่มต้นธุรกิจไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง หลายคนอาจเลือกยอมแพ้ แต่สำหรับ “วิน-ธนภูริภัทร์ จันทร์กระจาย” เจ้าของแบรนด์ “บ้านบัวลอย” กลับเลือกเดินต่อ แม้จะเริ่มต้นจากคนที่ทำอาหารไม่เป็น ไม่มีพื้นฐานธุรกิจในกรุงเทพ แต่ความตั้งใจของเขาคืออยากทำให้บัวลอยเป็นเมนูที่คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จึงเลือกหยิบเมนูนี้มาเล่าในแบบของตัวเองจนเกิดเป็นแบรนด์ที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจ

สร้างสูตรบัวลอยของตัวเอง โดยมี AI เป็นที่ปรึกษา

ก่อนเปิดบ้านบัวลอย วินเคยทำคาเฟ่ที่ต่างจังหวัดมาก่อน จึงมองว่าการทำธุรกิจไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อหันมามองตลาดในกรุงเทพฯ ก็พบว่าร้านกาแฟมีการแข่งขันสูง จะเปิดคาเฟ่อีกกลัวว่าจะสู้การแข่งขันไม่ไหว เขาจึงเลือกหยิบบัวลอย ขนมไทยที่คุ้นเคยตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาพัฒนาต่อ

“ช่วงแรกเราใช้วิธีรับบัวลอยปั้นสำเร็จ แต่ปัญหาการขนส่ง คุณภาพที่ควบคุมไม่ได้ และต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ธุรกิจเริ่มไปต่อไม่ได้ จนต้องตัดสินใจทำบัวลอยเองทั้งที่ไม่เคยเข้าครัวมาก่อน จากคนที่ไม่รู้แม้แต่บัวลอยทำจากแป้งอะไร เราเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างจากอินเทอร์เน็ต YouTube และ Google ก่อนจะมี ChatGPT เข้ามาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ เราใช้ AI วิเคราะห์สูตร ทดลองสัดส่วนวัตถุดิบ แนะนำการผสมแป้ง รวมถึงเสนอไอเดียวัตถุดิบธรรมชาติที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้เม็ดบัวลอย”

AI กลายเป็นเหมือนที่ปรึกษาที่ช่วยต่อยอดความคิด จนได้สูตรเฉพาะของบ้านบัวลอยที่ผสมความหนึบแบบโมจิและความเด้งแบบต๊อกเกาหลีเข้าด้วยกัน กว่าจะได้สูตรที่พอใจ ต้องทดลองทุกคืนหลังปิดร้าน ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะได้ทั้งสูตรแป้งและน้ำกะทิของตัวเอง แม้จะลดต้นทุนสำเร็จ แต่ปัญหาใหม่กลับเกิดขึ้น เมื่อลูกค้าในพื้นที่ยังมองว่าบัวลอยราคา 40 บาทแพงเกินไป เคยเปิดร้าน 1 วันและไม่มีออเดอร์เลยจนเริ่มวางแผนปิดกิจการ

ใช้คอนเทนต์ พลิกธุรกิจพียงข้ามคืน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อเพื่อนคนหนึ่งแวะมาที่ร้านช่วงใกล้ปิด และถ่ายคลิปขณะกำลังนั่งปั้นบัวลอยสด ๆ หลังร้าน คลิปที่ไม่ได้ตั้งใจถ่ายเพื่อการตลาดกลับเผยให้เห็นความตั้งใจจริง ทั้งการทำบัวลอย 7 สีจากวัตถุดิบธรรมชาติ และภาพเจ้าของร้านที่ลงมือทำทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง เมื่อคลิปถูกโพสต์ลงยอดวิวพุ่งหลักแสนภายในเวลาไม่ถึงวัน เช้าวันถัดมาลูกค้าหลายสิบคนมายืนต่อคิวหน้าร้าน บัวลอยที่เตรียมไว้ขายทั้งสัปดาห์หมดภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง

“แทนที่จะมองว่าเป็นเพียงโชค เรากลับมองเห็นบทเรียนสำคัญว่าสิ่งที่ร้านขาดไม่ใช่คุณภาพของสินค้า แต่คือการสื่อสารหลังจากนั้นเราจึงเริ่มทำคอนเทนต์ด้วยตัวเองอย่างจริงจัง เล่าเรื่องเบื้องหลังการทำร้าน ความผิดพลาด และการแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมา แม้แต่วันที่ลูกค้ารอนานจนบริการไม่ทัน เราก็อัดคลิปขอโทษด้วยความจริงใจ ภาพเจ้าของร้านที่พร้อมรับฟังและพร้อมปรับปรุง กลายเป็นบุคลิกของแบรนด์ที่ลูกค้าจดจำ”

จากร้านที่กำลังจะปิดตัว มีพนักงานเพียงคนเดียว เริ่มมีลูกค้าเดินทางมาจากต่างจังหวัด มีออร์เดอร์เดลิเวอรีต่อคิวจำนวนมาก และต่อยอดไปสู่การออกบูธตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ แม้ช่วงแรกจะยังไม่มีงบทำร้านสวยๆ ไม่มีระบบ หรือแบรนด์ดิ้งที่สมบูรณ์ แต่แบรนด์ใช้ผลงาน ความจริงใจ และเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นใบเบิกทาง จนค่อย ๆ ได้เรียนรู้ระบบการขายในห้าง และขยายโอกาสไปยังพื้นที่ใหม่อย่างต่อเนื่อง

จากการเดินเข้าหาห้าง สู่วันที่ห้างเดินเข้าหา

หลังร้านเริ่มเป็นที่รู้จักทางออนไลด์ วินมองว่าการรอลูกค้าเดินทางมาที่ร้านเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เขาจึงเลือกพา บ้านบัวลอย ออกไปหาลูกค้าแทน แม้จะไม่มีความรู้เรื่องการออกบูธหรือการเข้าห้างเลย แต่เขาเดินเข้าไปสอบถามประชาสัมพันธ์ห้างด้วยตัวเอง จนได้โอกาสทดลองเปิดบูธครั้งแรกที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

“หลังจากได้เปิดบูธครั้งแรก เราก็ค่อย ๆ ตระเวนเปิดในหลายพื้นที่ ทั้งสยามพารากอน, ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และห้างอื่น ๆ แม้บางแห่งยอดขายไม่เป็นไปตามหวัง บางแห่งขาดทุน หรือได้พื้นที่เพียงเดือนเดียว แต่ทุกครั้งคือบทเรียนที่ทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าแต่ละทำเล และนำมาปรับกลยุทธ์ของร้านอยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็ยังเดินหน้าสร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง เล่าเบื้องหลังการทำร้าน ความเหนื่อย ความผิดพลาด และการเติบโตแบบไม่แต่งเติม จนผู้คนเริ่มติดตามตัวตนของเจ้าของร้านควบคู่ไปกับแบรนด์”

“ความพยายามในการเล่าเรื่องของเรายังพาบ้านบัวลอยก้าวไกลกว่าที่คิด เมื่อได้รับโอกาสร่วมงานกับ SK-II และต่อยอดไปสู่การนำบัวลอยไทยไปเปิด pop – up ที่ประเทศสิงคโปร์ แม้งานครั้งนั้นจะไม่ได้สร้างกำไรมหาศาล แต่กลับสร้างเรื่องราวที่ทรงพลัง จนกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ ลูกค้าเริ่มจดจำบ้านบัวลอยในฐานะแบรนด์ขนมไทยที่กล้าลองสิ่งใหม่ และสามารถพาเมนูไทยไปต่างประเทศได้”

วินเล่าต่อว่า เรื่องราวนี้เองที่ไปสะดุดสายตาทีมผู้บริหารของศูนย์การค้า จนจากวันที่เขาเคยเป็นฝ่ายเดินถือพอร์ตเข้าขอพื้นที่ขาย กลายเป็นวันที่ห้างสรรพสินค้าเป็นฝ่ายยกหูโทรมาชวนให้เข้าไปเปิดร้าน พร้อมเสนอพื้นที่หลายแห่งให้เลือก ทั้งเซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และเซ็นทรัลลาดพร้าว ก่อนที่บ้านบัวลอยจะเลือกปักหมุดเปิดร้านถาวรที่เซ็นทรัลลาดพร้าว และขยายต่อไปยังสาขาอื่นในเครือเซ็นทรัลในเวลาต่อมา เส้นทางของบ้านบัวลอยจึงพิสูจน์ให้เห็นว่า การนำเสนอความจริงใจและคุณภาพผ่านคอนเทนต์ไม่ใช่แค่การสร้างยอดวิว แต่คือการสร้างความน่าเชื่อถือ จนทำให้โอกาสใหม่ ๆ เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาแบรนด์เอง

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...