โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. ขยายเวลาซื้อทรัพย์คืน “พักทรัพย์ พักหนี้” ถึงสิ้นปี 70

PostToday

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธปท. ได้ออกโครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ด้วยการโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันให้สถาบันการเงินเพื่อเป็นการชำระหนี้ และให้สิทธิซื้อคืนได้ภายในระยะเวลา 5 ปี นั้น ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในโครงการฯ กว่า 400 ราย ที่จะทยอยครบกำหนดใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569

ที่ผ่านมา ธปท. และภาครัฐได้สนับสนุนให้สถาบันการเงินใช้มาตรการที่มีอยู่ในการช่วยผู้ประกอบธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับซื้อทรัพย์สินคืนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น สินเชื่อ "มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)" และโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ของธนาคารออมสิน

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ประกอบธุรกิจบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากทั้งสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งแม้จะมีความตั้งใจซื้อทรัพย์สินคืนแต่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวทำให้ต้องการเวลาเพิ่มขึ้นในการหาเงินทุน

ธปท. จึงขยายระยะเวลาการใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืนภายใต้โครงการฯ ออกไปไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ยังมีศักยภาพมีเวลาเพิ่มเติมเพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะขอขยายระยะเวลาการใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืน ขอให้เร่งติดต่อสถาบันการเงินเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนครบกำหนดสัญญาเดิม

สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มีสภาพคล่องและหาแหล่งเงินทุนได้ สามารถซื้อทรัพย์สินคืนตามกำหนดเดิม เพื่อให้กลับมาเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้โดยเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...