โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการหนุนตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ชี้ไทยมีศักยภาพครบทุกมิติ

เดลินิวส์

อัพเดต 18 มิถุนายน 2569 เวลา 0.38 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
นักวิชาการหนุนตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ชี้ไทยมีศักยภาพคนบทุกมิติ ก้าวสู่ฮับชิปอาเซียน วางรากฐานเศรษฐกิจอนาคต 10 ปีข้างหน้า

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความเห็นกรณีรัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียนและเอเชีย โดยระบุว่า นโยบายดังกล่าวไม่ใช่ความทะเยอทะยานที่เกินจริง แต่เป็นการต่อยอดจากศักยภาพและรากฐานที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยียุคใหม่ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงาน อุตสาหกรรมอวกาศ ไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก และประเทศไทยเองก็มีบทบาทอยู่แล้วในห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการส่งออก

“ไทยไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เรามีทั้งฐานอุตสาหกรรม ความรู้ด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ และบุคลากรที่มีศักยภาพ เพียงแต่ที่ผ่านมาเรายังขาดการผลักดันเชิงนโยบายอย่างจริงจัง การตั้งคณะกรรมการระดับชาติจึงเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตชิปของโลก ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ ฐานธุรกิจที่รองรับอยู่แล้ว กำลังคนด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ รวมถึงความสามารถในการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลกในการจัดหาวัตถุดิบและเทคโนโลยี ปัจจุบันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าส่งออกที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูง แตกต่างจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมหลายประเภทที่เริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัวหรือเติบโตช้าลง ขณะที่ความต้องการชิปทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของ AI รถยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และเทคโนโลยีอวกาศ

"เราต้องการเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของตลาดโลก การจัดตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้สถาบันการศึกษาผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น ขณะเดียวกันภาคธุรกิจจะมีความมั่นใจในการลงทุนระยะยาว ส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างครบวงจร" ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวว่า สินค้าการเกษตรและอุตสาหกรรมแบบเดิมสร้างมูลค่าเพิ่มได้จำกัด ขณะที่ชิปและเทคโนโลยีขั้นสูงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าหลายเท่า หากไทยต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันและยกระดับรายได้ของประเทศ การลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

พร้อมกันนี้ ยังชี้ว่า จุดแข็งสำคัญของไทยคือการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่สมดุล ไม่เลือกข้างในความขัดแย้งของมหาอำนาจ ทำให้สามารถสร้างความร่วมมือและดึงดูดการลงทุนจากทั้งสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และยุโรปได้พร้อมกัน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการแข่งขันเพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

"หากรัฐบาลเดินหน้านโยบายอย่างจริงจัง ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา พร้อมเร่งพัฒนาทักษะแรงงานผ่านการ Upskill และ Reskill อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าภายใน 5-10 ปีข้างหน้า ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูงที่สำคัญของโลกได้อย่างแน่นอน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...