โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาอุยกูร์โลกออกแถลงการณ์ประณามโทษประหารชีวิต 2 ชาวอุยกูร์ คดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม

THE STANDARD

อัพเดต 14 มิ.ย. เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. เวลา 07.26 น. • thestandard.co
สภาอุยกูร์โลกออกแถลงการณ์ประณามโทษประหารชีวิต 2 ชาวอุยกูร์ คดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม

วานนี้ (13 มิถุนายน)สภาอุยกูร์โลกออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อคำพิพากษาโทษประหารชีวิต 2 ชาวอุยกูร์ ในคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2015 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บกว่า 120 คน

แถลงการณ์ระบุว่า คดีนี้เต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยส่วนหนึ่งของการพิจารณาคดีดำเนินการในศาลทหารที่มีความโปร่งใสจำกัด และจำเลยไม่ได้รับการจัดหาล่ามภาษาอุยกูร์ที่เพียงพอเป็นเวลาหลายปี

ขณะที่คำพิพากษาเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลจีนต่อทางการไทย เพื่อให้เนรเทศกลุ่มชายชาวอุยกูร์จำนวนมากที่ถูกควบคุมตัวในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2014

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาว่า ชาวอุยกูร์สองคนมีความผิดฐานก่อเหตุระเบิดศาลศาลท้าวมหาพรหม ในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนสิงหาคม 2015 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บมากกว่า 120 คน

บิลาล โมฮัมเหม็ด และยูซูฟู เมียไรลี ถูกคุมขังมาเกือบ 11 ปีนับตั้งแต่ถูกจับกุม และทั้งสองยืนยันว่า ตนเองบริสุทธิ์และกล่าวว่า จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินและโทษประหารชีวิต

คดีนี้เต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งเป็นสิทธิที่ประเทศไทยมีพันธะต้องเคารพในฐานะภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights : ICCPR)

ชายทั้งสองถูกคุมขังในสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติอธิบายว่าเป็นการคุมขังโดยพลการ และกล่าวหาว่า ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมจากทางการไทยตลอดระยะเวลาเกือบ 11 ปีของการดำเนินคดี

ส่วนหนึ่งของการพิจารณาคดีดำเนินการในศาลทหารที่มีความโปร่งใสจำกัด และจำเลยไม่ได้รับการจัดหาล่ามภาษาอุยกูร์ที่เพียงพอเป็นเวลาหลายปี

คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยนักกฎหมาย และองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่นๆ กล่าวว่า การสอบสวนและการพิจารณาคดีเต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเปิดเผยข้อบกพร่องเชิงระบบในระบบยุติธรรมของไทย และกระบวนการพิจารณาคดีนั้นมีข้อบกพร่องมากจนควรปล่อยตัวจำเลยทั้งสอง

“คดีนี้ต้องทำความเข้าใจในบริบทของการกดขี่ข่มเหงชาวอุยกูร์ของรัฐบาลจีนที่มีมาอย่างยาวนาน ปักกิ่งใช้ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย การดำเนินคดีทางการเมือง และการลงโทษอย่างรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อปราบปรามเสียงของชาวอุยกูร์และให้เหตุผลในการปราบปราม” ตูร์กุนจัน อาลอดูน (Turgunjan Alawdun) ประธานสภาอุยกูร์โลก (World Uyghur Congress) กล่าว

“การยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรม การรับประกันการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม และการตรวจสอบโดยศาลอย่างอิสระเป็นสิ่งจำเป็นในทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับจำเลยชาวอุยกูร์”

คำพิพากษานี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลจีนต่อทางการไทยให้เนรเทศกลุ่มชายชาวอุยกูร์จำนวนมากที่ถูกควบคุมตัวในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2014

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ประเทศไทยได้เนรเทศผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ 40 คนกลับไปยังประเทศจีน แม้จะมีคำเตือนจากนานาชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบที่อยู่ของพวกเขา การหายตัวไปของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ชาวอุยกูร์เผชิญอย่างแท้จริง และเน้นย้ำถึงรูปแบบการปราบปรามข้ามชาติของจีนในวงกว้าง

สภาอุยกูร์โลกคัดค้านโทษประหารชีวิตในทุกกรณี รวมถึงในกรณีนี้ด้วย แม้ว่าผู้ที่รับผิดชอบต่อการกระทำรุนแรงจะต้องถูกลงโทษ แต่ความยุติธรรมไม่ควรมาพร้อมกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เราขอเรียกร้องให้กระบวนการอุทธรณ์ดำเนินการอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ และการดำเนินการเพื่อรับผิดชอบควรเป็นไปในลักษณะที่เคารพสิทธิมนุษยชน กระบวนการยุติธรรม และหลักนิติธรรม

สภาอุยกูร์โลกเรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป สหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ กดดันประเทศไทยให้ดำเนินการอุทธรณ์ตามมาตรฐานการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมในระดับสากล สภาฯ เรียกร้องให้ยกเลิกคำพิพากษาและปล่อยตัวจำเลยหากไม่สามารถพิสูจน์ความผิดของพวกเขาได้โดยปราศจากข้อสงสัย และหากคำพิพากษายังคงอยู่ ก็ควรลงโทษจำเลยด้วยโทษที่ไม่ใช่โทษประหารชีวิต

อ้างอิง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...