โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทย-จีน รื้อเวทีประชุมร่วมรอบ 8 ปี ดันความร่วมมือเอสเอ็มอี-อีคอมเมิร์ซ

Khaosod

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

"ศุภจี" หารือรองนายกฯ จีน ระหว่างประชุมเอเปค ที่ซูโจว ชูแนวทางคุมมาตรฐานสินค้านำเข้า ลดผลกระทบเอสเอ็มอีไทย พร้อมเร่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนความร่วมมือการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจไทย-จีน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือทวิภาคีกับนายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2569 ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค หรือ APEC Ministers Responsible for Trade ณ เมืองซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทย-จีน

ความสัมพันธ์ไทย-จีนมีความแน่นแฟ้นมากขึ้น โดยเฉพาะในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปี ไทย-จีน เมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึงการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อเดือนพ.ย. 2568 ซึ่งฝ่ายไทยได้แสดงความชื่นชมต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประชาชนจีนที่ถวายการต้อนรับอย่างอบอุ่น

ทั้งนี้ ไทยยังชื่นชมแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับล่าสุดของจีน ที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพสูง หรือ High Quality Development ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของไทยที่ต้องการเพิ่มมูลค่าสินค้า และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

นางศุภจี กล่าวว่า ไทยได้เสนอโครงการนำร่องความร่วมมือกับจีน เพื่อยกระดับสินค้าไทยไปสู่ "สินค้าคุณภาพสูง" หรือ "สินค้าพรีเมียม" สำหรับส่งออกไปตลาดจีน โดยไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบเกษตรคุณภาพ และสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีนมาช่วยแปรรูปผลผลิต เพื่อขยายตลาดไปยังผู้บริโภคยุคใหม่ทั้งในจีนและตลาดโลก

กลุ่มสินค้านำร่องอาจเป็น Functional Food หรืออาหารที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของจีนที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเงิน หรือ Silver Economy โดยความร่วมมือแบบ Co-creation ดังกล่าว จะช่วยเสริมบทบาทไทยในฐานะฐานความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและผลไม้ สำหรับตลาดจีนและตลาดโลก

นอกจากนี้ ไทยยังขอให้จีนสนับสนุนนักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ให้พิจารณาใช้ทรัพยากรของไทยในกระบวนการผลิตมากขึ้น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการผลิตและการลงทุนระหว่างสองประเทศ และสามารถส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังตลาดโลกได้ ถือเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน หรือ Win-win Solution หากโครงการนำร่องดังกล่าวประสบความสำเร็จ จะสามารถต่อยอดเป็นโมเดลความร่วมมือในสินค้ากลุ่มอื่นได้ในอนาคต

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยยังเน้นย้ำความสำคัญของการส่งเสริมบทบาทผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และเสนอแนวทางยกระดับมาตรฐานและกระบวนการตรวจสอบสินค้าของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้สินค้าจีนที่เข้ามาไทยไม่ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทย ขณะเดียวกัน สินค้าจากเอสเอ็มอีไทยก็ต้องสามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้เช่นกัน

ในส่วนนี้ ไทยได้ขอรับการสนับสนุนจากรองนายกรัฐมนตรีจีน ในการช่วยส่งเสริมช่องทางการค้าให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ผ่านการจัดทำ "Thai National Pavilion" บนแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ของจีน เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดจีน

"ข้อเสนอของไทยต่อฝ่ายจีนครั้งนี้ ตอบโจทย์ทั้งสองฝ่าย และจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือแบบ Win-win ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีจีนเห็นด้วย โดยทั้งสองฝ่ายมอบหมายให้จัดตั้งคณะทำงาน เพื่อนำประเด็นที่หารือไปสู่การปฏิบัติ และรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการร่วมการค้า การลงทุน และความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน" นางศุภจีกล่าว

ทั้งนี้ ไทยและจีนเห็นพ้องให้จัดการประชุมคณะกรรมการร่วมฯ ภายในปีนี้โดยเร็ว หลังจากไม่ได้จัดประชุมมากว่า 8 ปี โดยนางศุภจีและนายเหอ ลี่เฟิง จะทำหน้าที่หัวหน้าคณะ

นางศุภจี กล่าวว่า ฝ่ายจีนยังเน้นย้ำความสำคัญของการสนับสนุนนักลงทุนจีนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและหุ่นยนต์ ซึ่งไทยเสนอให้จีนเข้ามาลงทุนในไทยครบทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกสินค้าไปยังตลาดอื่น

นอกจากนี้ ไทยยังติดตามความคืบหน้าการอำนวยความสะดวกส่งออกปุ๋ยเคมีจากจีนมาไทย หลังนายกรัฐมนตรีไทยได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา โดยไทยขอให้จีนส่งออกปุ๋ยเคมีมาไทยปริมาณ 350,000 ตันภายในปีนี้ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีจีนรับไปพิจารณา

สำหรับจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่อง 13 ปี โดยปี 2568 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่ารวม 147,338.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.13% ขณะที่ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 หรือเดือนมกราคม-มีนาคม มีมูลค่าการค้ารวม 40,840.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.43%

แบ่งเป็นไทยส่งออกไปจีนมูลค่า 9,659.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.81% และนำเข้าจากจีนมูลค่า 31,181.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.02%

สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีน ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ทองแดงและของทำด้วยทองแดง และสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ส่วนสินค้านำเข้าจากจีน ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เคมีภัณฑ์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทย-จีน รื้อเวทีประชุมร่วมรอบ 8 ปี ดันความร่วมมือเอสเอ็มอี-อีคอมเมิร์ซ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...