โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดศึก ‘ชิงทายาท’ JPMorgan เจมี ไดมอนวัดฝีมือก่อนตัดสินซีอีโอคนใหม่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“JPMorgan Chase” ธนาคารที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของสหรัฐ กำลังส่งสัญญาณสำคัญเกี่ยวกับการวางตัว “ผู้สืบทอดตำแหน่ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเจมี ไดมอน หลังประกาศปรับโครงสร้างผู้บริหารระดับสูงครั้งใหญ่ ด้วยการแต่งตั้ง “ทรอย โรห์บาวห์” และ“ดัก เพตโน” ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานร่วมของธนาคาร โดยโรห์บาวห์จะเข้ารับผิดชอบธุรกิจขนาดใหญ่ของ JPMorgan ที่ให้บริการลูกค้ารายย่อย ขณะที่เพตโนจะเป็นผู้นำสายธุรกิจลูกค้าองค์กรและวาณิชธนกิจ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ทั้งสองกลายเป็น “ตัวเต็ง” ในศึกชิงเก้าอี้ซีอีโอในอนาคต

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แม้ไดมอนวัย 70 ปี จะยังไม่ส่งสัญญาณว่าจะเกษียณในเร็ว ๆ นี้ แต่การปรับโครงสร้างครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง “มารีแอนน์ เลก” หนึ่งในผู้บริหารที่ถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดอันดับต้น ๆ “ประกาศอำลาตำแหน่ง” ส่งผลให้การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งผู้นำคนต่อไปของ JPMorgan เปลี่ยนโฉมไปอย่างมีนัยสำคัญ

นักวิเคราะห์จาก Wells Fargo มองว่า การจากไปของเลก ถือเป็นความสูญเสียไม่น้อย เพราะเธอเป็นผู้ผลักดันให้ธุรกิจธนาคารเพื่อผู้บริโภคของ JPMorgan เติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา

สำหรับการแต่งตั้งทรอย โรห์บาวห์ ถือเป็นการทดสอบครั้งสำคัญที่สุดในอาชีพของเขา โดยตลอดเวลากว่า 20 ปีใน JPMorgan ผู้บริหารวัย 56 ปีผู้นี้ สร้างชื่อจากการเป็น “นักเทรด” มากกว่าการบริหารธุรกิจธนาคารสาขาหรือสินเชื่อรายย่อย เขาเริ่มต้นจากการดูแลธุรกิจอนุพันธ์อัตราแลกเปลี่ยน ก่อนขยับขึ้นเป็นหัวหน้าธุรกิจตลาดทุนระดับโลก และในปี 2567 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ร่วมบริหารสายธุรกิจ Commercial & Investment Bank

เส้นทางก่อนหน้านั้นของโรห์บาวห์เต็มไปด้วยประสบการณ์ในตลาดการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายออปชันที่ Philadelphia Stock Exchange การดูแลธุรกิจออปชันค่าเงินในเอเชียของ Banque Nationale ของแคนาดา รวมถึงการบริหารธุรกิจออปชันค่าเงินอเมริกาเหนือที่โกลด์แมนแซกส์

ภายใน JPMorgan เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยง และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจซื้อขายตราสารทางการเงินขนาดใหญ่ของธนาคาร ครอบคลุมทั้งอัตราดอกเบี้ย ตลาดเงิน สกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และตลาดเกิดใหม่

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญของโรห์บาวห์คือ แทบไม่มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจธนาคารเพื่อรายย่อย ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้ JPMorgan

ด้วยเหตุนี้ ธนาคารจึงมอบหมายให้เขาเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าธุรกิจ Consumer Bank แทนมารีแอนน์ เลก เพื่อเปิดโอกาสให้บริหารอีกครึ่งหนึ่งของอาณาจักร JPMorgan

เจอราร์ด แคสซิดี นักวิเคราะห์จาก RBC Capital Markets ระบุว่า การขยายบทบาทครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้โรห์บาวห์ ก่อนก้าวสู่การบริหารทั้งองค์กรในอนาคต

หากเขาสามารถพิสูจน์ฝีมือในการดูแลธุรกิจผู้บริโภคได้สำเร็จ โอกาสก้าวขึ้นเป็นซีอีโอคนต่อไปของ JPMorgan ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน คู่แข่งคนสำคัญของโรห์บาวห์ คือ “ดัก เพตโน” ผู้บริหารวัย 61 ปี ซึ่งเติบโตบนเส้นทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

เพตโนเริ่มต้นชีวิตการทำงานในนิวยอร์กเมื่อปี 2532 ก่อนเข้าทำงานเป็นนักวิเคราะห์ในกลุ่มธุรกิจน้ำมันและก๊าซของ JPMorgan หลังจบ MBA จากมหาวิทยาลัย University of Rochester

จากนั้นเขาค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้บริหารธุรกิจลูกค้าองค์กร และใช้เวลากว่าทศวรรษในการบริหารธนาคารพาณิชย์ซึ่งให้บริการบริษัทขนาดกลาง ส่งผลให้รายได้ของหน่วยธุรกิจดังกล่าวเติบโตเร็วกว่าภาพรวมของธนาคาร

เพตโนยังเป็นกำลังสำคัญในการผลักดัน JPMorgan เข้าสู่ตลาด Venture Capital และธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะหลังการเข้าซื้อธนาคาร First Republic ในปี 2566

ล่าสุด เมื่อโรห์บาวห์ย้ายไปดูแลธุรกิจผู้บริโภค ทำให้เพตโนกลายเป็นผู้บริหารเพียงคนเดียวที่ดูแลสายงาน Corporate & Investment Bank ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีประสบการณ์ด้านวาณิชธนกิจและลูกค้าองค์กรอย่างโชกโชน แต่หากเพตโนจะก้าวขึ้นเป็นซีอีโอ เขาดูเหมือนยังคงขาดประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจธนาคารเพื่อรายย่อย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของ JPMorgan เช่นเดียวกัน
อ้างอิง: bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...