เปิดศึก ‘ชิงทายาท’ JPMorgan เจมี ไดมอนวัดฝีมือก่อนตัดสินซีอีโอคนใหม่
“JPMorgan Chase” ธนาคารที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดของสหรัฐ กำลังส่งสัญญาณสำคัญเกี่ยวกับการวางตัว “ผู้สืบทอดตำแหน่ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเจมี ไดมอน หลังประกาศปรับโครงสร้างผู้บริหารระดับสูงครั้งใหญ่ ด้วยการแต่งตั้ง “ทรอย โรห์บาวห์” และ“ดัก เพตโน” ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานร่วมของธนาคาร โดยโรห์บาวห์จะเข้ารับผิดชอบธุรกิจขนาดใหญ่ของ JPMorgan ที่ให้บริการลูกค้ารายย่อย ขณะที่เพตโนจะเป็นผู้นำสายธุรกิจลูกค้าองค์กรและวาณิชธนกิจ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ทั้งสองกลายเป็น “ตัวเต็ง” ในศึกชิงเก้าอี้ซีอีโอในอนาคต
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แม้ไดมอนวัย 70 ปี จะยังไม่ส่งสัญญาณว่าจะเกษียณในเร็ว ๆ นี้ แต่การปรับโครงสร้างครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง “มารีแอนน์ เลก” หนึ่งในผู้บริหารที่ถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดอันดับต้น ๆ “ประกาศอำลาตำแหน่ง” ส่งผลให้การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งผู้นำคนต่อไปของ JPMorgan เปลี่ยนโฉมไปอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิเคราะห์จาก Wells Fargo มองว่า การจากไปของเลก ถือเป็นความสูญเสียไม่น้อย เพราะเธอเป็นผู้ผลักดันให้ธุรกิจธนาคารเพื่อผู้บริโภคของ JPMorgan เติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา
สำหรับการแต่งตั้งทรอย โรห์บาวห์ ถือเป็นการทดสอบครั้งสำคัญที่สุดในอาชีพของเขา โดยตลอดเวลากว่า 20 ปีใน JPMorgan ผู้บริหารวัย 56 ปีผู้นี้ สร้างชื่อจากการเป็น “นักเทรด” มากกว่าการบริหารธุรกิจธนาคารสาขาหรือสินเชื่อรายย่อย เขาเริ่มต้นจากการดูแลธุรกิจอนุพันธ์อัตราแลกเปลี่ยน ก่อนขยับขึ้นเป็นหัวหน้าธุรกิจตลาดทุนระดับโลก และในปี 2567 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ร่วมบริหารสายธุรกิจ Commercial & Investment Bank
เส้นทางก่อนหน้านั้นของโรห์บาวห์เต็มไปด้วยประสบการณ์ในตลาดการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายออปชันที่ Philadelphia Stock Exchange การดูแลธุรกิจออปชันค่าเงินในเอเชียของ Banque Nationale ของแคนาดา รวมถึงการบริหารธุรกิจออปชันค่าเงินอเมริกาเหนือที่โกลด์แมนแซกส์
ภายใน JPMorgan เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยง และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจซื้อขายตราสารทางการเงินขนาดใหญ่ของธนาคาร ครอบคลุมทั้งอัตราดอกเบี้ย ตลาดเงิน สกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และตลาดเกิดใหม่
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญของโรห์บาวห์คือ แทบไม่มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจธนาคารเพื่อรายย่อย ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้ JPMorgan
ด้วยเหตุนี้ ธนาคารจึงมอบหมายให้เขาเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าธุรกิจ Consumer Bank แทนมารีแอนน์ เลก เพื่อเปิดโอกาสให้บริหารอีกครึ่งหนึ่งของอาณาจักร JPMorgan
เจอราร์ด แคสซิดี นักวิเคราะห์จาก RBC Capital Markets ระบุว่า การขยายบทบาทครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้โรห์บาวห์ ก่อนก้าวสู่การบริหารทั้งองค์กรในอนาคต
หากเขาสามารถพิสูจน์ฝีมือในการดูแลธุรกิจผู้บริโภคได้สำเร็จ โอกาสก้าวขึ้นเป็นซีอีโอคนต่อไปของ JPMorgan ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ขณะเดียวกัน คู่แข่งคนสำคัญของโรห์บาวห์ คือ “ดัก เพตโน” ผู้บริหารวัย 61 ปี ซึ่งเติบโตบนเส้นทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
เพตโนเริ่มต้นชีวิตการทำงานในนิวยอร์กเมื่อปี 2532 ก่อนเข้าทำงานเป็นนักวิเคราะห์ในกลุ่มธุรกิจน้ำมันและก๊าซของ JPMorgan หลังจบ MBA จากมหาวิทยาลัย University of Rochester
จากนั้นเขาค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้บริหารธุรกิจลูกค้าองค์กร และใช้เวลากว่าทศวรรษในการบริหารธนาคารพาณิชย์ซึ่งให้บริการบริษัทขนาดกลาง ส่งผลให้รายได้ของหน่วยธุรกิจดังกล่าวเติบโตเร็วกว่าภาพรวมของธนาคาร
เพตโนยังเป็นกำลังสำคัญในการผลักดัน JPMorgan เข้าสู่ตลาด Venture Capital และธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะหลังการเข้าซื้อธนาคาร First Republic ในปี 2566
ล่าสุด เมื่อโรห์บาวห์ย้ายไปดูแลธุรกิจผู้บริโภค ทำให้เพตโนกลายเป็นผู้บริหารเพียงคนเดียวที่ดูแลสายงาน Corporate & Investment Bank ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีประสบการณ์ด้านวาณิชธนกิจและลูกค้าองค์กรอย่างโชกโชน แต่หากเพตโนจะก้าวขึ้นเป็นซีอีโอ เขาดูเหมือนยังคงขาดประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจธนาคารเพื่อรายย่อย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของ JPMorgan เช่นเดียวกัน
อ้างอิง: bloomberg