โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นก จริยา ควงลูกสาว เจมี่-จีนส์ เล่าอาการป่วยแพนิกนาน 5 ปี กลัวเป็นอัลไซเมอร์ จำลูกตัวเองไม่ได้

tvpoolonline.com

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • TV Pool

นก จริยา ที่วันนี้จะมาย้อนเล่า อาการแพนิคที่เป็นมานานกว่า 5 ปี ถึงขั้นไปบวชเพื่อรักษาตัว แถมทุกวันนี้กลัวตัวเองจะเป็นอัลไซเมอร์ พร้อมควงลูกสาวทััง 2 คน เจมี่ – จีนส์ มาเล่าความผูกพันระหว่างแม่ ลูก และเผยสาเหตุขอร้องให้ลูกสาวลาออกจากงาน อีกทั้งยังเปิดใจหลังยุติการประกาศขายสวนทุเรียน และเดินหน้าขายทุเรียนพรีเมียม ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดพี่นกโดนแฮกไอจี?

นก จริยา : ใช่ แล้วพี่เป็นคนไม่รู้เรื่องว่าโดนแฮกมันเป็นยังไง คนแฮกเขาก็เก่งนะเรื่องเลวๆ เนี่ย คือเขาแฮ็กเราตอนกลางคืนตอนที่เราหลับแล้ว

เขาทำอะไรกับไอจี?

นก จริยา : ไอจีพี่มันจะมีความนิ่ง แล้วมีคนส่งข้อความกลับมาว่า ไอจีพี่ส่งข้อความแปลกๆ นะ เป็นข้อความที่มันไม่ใช่พี่แล้วส่งไปทั่วเลย เราก็ถามลูก คืออะไร ลูกว่าน่าจะโดนแฮก แต่ว่าสิ่งที่เรากลัวกว่าคือคนที่เขาส่งไปมันเป็นลิ้งค์อะไร แล้วมันไปมีผลว่าพอเข้าระบบใดๆ ได้ไหม วันนั้นเราต้องรีบตอบกลับว่า อย่ากดเข้าไปนะคะ ไม่ใช่พี่ แล้ววันนั้นมันโยงไปถึงบริษัท ไปแฮกเข้าไปในบริษัทของพี่ด้วย ต้องเข้าไปเปลี่ยนอีเมล

ตอนนี้กู้กลับมาได้หรือยัง?

นก จริยา : ได้ค่ะ เราต้องเข้าไปรื้อ เปลี่ยนทุกอย่างเพื่อความปลอดภัยอีกครั้ง

ถ้าโดนแฮกต้องทำยังไงบ้าง เพื่อเป็นความรู้?

นก จริยา : จริงๆ พี่รีบเข้าไปเปลี่ยนข้อมูล พี่ไม่ใช่คนเก่งโซเชียลก็รีบปรึกษาเด็กๆ แล้วให้ทางบริษัทรีบจัดการข้อมูลของบริษัท แต่ว่าเราจะห่วงคนที่ถูกส่งไป ณ วันนั้นเราโพสต์ในไอจีเลยว่า ถ้าได้รับข้อความอะไรใดๆ ไม่ใช่นะคะ ไอจีถูกแฮก

มาที่ลูกสาวกันบ้าง อายุเท่าไหร่?

เจมี่ : 31 ค่ะ

จีนส์ : 30 ค่ะ

จริงๆ ลูกชายคนโตจะมาด้วย?

นก จริยา : ใช่ค่ะ แต่มีถ่ายลูกค้ากลัวเวลาไม่ทัน ก็ฝากขอโทษด้วย

ให้เขามาคนเดียวก็ได้ เขาดังมากนะ ดังด้วยตัวเองเลย?

นก จริยา : ก็เป็นความภูมิใจของเขา ธรรมดา ลูกดารา-นักแสดง คือพอเขาโตแล้ว เขาอยากทำอะไรที่ไม่ต้องพึ่งพ่อ แม่ ตลอดเวลา พอเขาทำเกี่ยวกับโซเชียล ออนไลน์ คนรู้จักเขาที่เป็นเขา แล้วมารู้จักว่าเขาเป็นลูกของพี่กับพี่จอนทีหลัง เขามีความรู้สึกว่าเขาไปได้ด้วยตัวเขาเองนะ

ความดังของพี่ๆเป็นยังไงบ้าง?

เจมี่ : ปกติเดินห้างกับพี่เจมส์ไม่ต้องแต่งหน้า แต่เดี๋ยวนี้ถ้าเราโทรมไปดับค่ะ เพราะว่ามีคนตะโกนพี่เจมส์ ทุกคนขอถ่ายรูป

จีนส์ : ไม่ชิน ต้องบอกพี่อาบน้ำด้วยนะ

นก จริยา : ความที่เขาหนวด เครา เยอะ แล้วเป็นคนที่เหงื่อออกง่าย น้ำหนักเยอะ น้องจะบอกว่าเวลายูออกจากบ้าน ยูใส่น้ำหอมไปเลยนะ น้องจะห่วง

เจมี่ : เป็นแผนก QC เพราะอยู่ๆ เขาก็ดัง

นก จริยา : เป็นธรรมชาติของเขา แต่เรากลัววันไหนเหงื่อออกเยอะๆ

ลูกๆ ทั้ง 3 คน เป็น Introvert ?

นก จริยา : เป็น Introvert หมดเลย จริงๆ พ่อแม่ก็เป็น แต่พอทำงานก็ค่อยๆ เรียนรู้สิ่งงนี้ แต่ 3 คน ตอนเล็กๆ เวลาไปไหน เขาจะโดนคนสนใจ อยากอุ้ม อยากจับแก้ม เขาเลยจะไม่ชอบ เลยจะค่อนข้างเก็บตัว โดยธรรมชาติเขา คงเป็น Introvert ในสายเลือด

เจมี่ : ถ้าเซิร์ชวิกิพีเดีย Introvert มันจะขึ้นรูปทั้งบ้านเราเป็นตัวอย่าง คือไม่ค่อยออกจากบ้าน กิจกรรมทุกอย่างที่เราชอบทำจะอยู่ในบ้าน

จีนส์ : เวลาจีนส์โตมา จีนส์ต้องถามแม่ว่า แม่มีเพื่อนหรือเปล่า

เจมี่ : เพราะแม่ชอบอยู่กับน้องตลอด ก็เอ๊ะ.. แม่มีเพื่อนหรือเปล่า

จีนส์ : คือเขาไม่ออกจากบ้าน

นก จริยา : ฉันมีเพื่อน เพื่อนก็รักฉัน เป็นคนชอบอยู่กับตัวเอง ชอบเงียบๆ ใครจะมาเป็นห่วงพี่อยู่คนเดียว ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ฉันอยู่คนเดียว ฉันมีความสุขมาก

น้องจีนส์เดินตามรอยคุณพ่อ คุณแม่ คือไปช่วยงานบริษัทผลิตละคร?

จีนส์ : ใช่ค่ะ ตอนนี้เหมือนเป็นผู้ช่วยแม่ ยังไม่ได้คุมโปรเจกต์อะไรเป็นเรื่อง เป็นราว ก็เป็นเงา แม่ทำอะไรก็ช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยทุกอย่าง

มีเถียงๆ กันบ้างไหม?

นก จริยา : มีค่ะ จริงๆ คนนี้เขาไม่ออกแนวเถียง แต่เขาจะใช้ความเห็น แบบมามี้อันนี้หนูว่ามันต้องนำเสนอรูปแบบใหม่ หรือเขาจะไปหางานใหม่ๆ มาเสิร์ฟให้พี่ เพราะเขาเรียนฟิล์มมา ตอนนี้มันเหมือนคู่คิด แล้วก็ทำให้พี่เปลี่ยนงานได้ มันต้องเป็น gen รุ่นใหม่ๆ ต้องเปิดโอกาสให้เขาพัฒนางาน

เจมี่เพิ่งออกจากงานประจำที่ทำมาได้หนึ่งปี?

เจมี่ : ทำ Marketing เอเจนซี่

ทำไมถึงออก?

เจมี่ : เพราะสุขภาพมันไม่ไหวแล้ว แม่เลยขอให้ออก

ความรับผิดชอบมันเยอะมาก?

เจมี่ : ใช่ค่ะ มันเป็นบริษัทที่ไม่ใหญ่มาก เพราะฉะนั้น หนึ่งคนความรับผิดชอบ และหน้าที่ มันจะเยอะ และเราเป็นคนจริงจังและบ้างานมาก เราก็ทำงานทั้งวันทั้งคืนไม่ค่อยได้พัก จนสุขภาพมันพังทุกด้าน ก็เป็นไทรอยด์ ฮอร์โมนแปรปรวน พีซีโอเอส กินน้ำเปล่าอย่างเดียวก็น้ำหนักขึ้นแล้ว ไปจนถึงจุดที่เรานอนไม่ได้ มือสั่นตลอดเวลา เคยพูดกับเพื่อนเล่นๆ ว่า เกิดมาเรามีแบต 20% ชาร์จเต็มแล้วก็ยังแค่ 20% เพราะมันเหนื่อยมาก ตื่นมาปุ๊บก็เหนื่อยเลย เราก็คิดว่าอันนั้นมันเป็นเรื่องปกติ แต่พอไปตรวจ เป็นคอพอก คอโต ร่างกายมันค่อนข้างไม่ปกติ แม่ก็เลยตัดสินใจว่าออกเถอะ เพราะว่ามันมาจากความเครียด

นก จริยา : เห็นลูกสดใส เพราะสุขภาพร่างกายมันฟ้องออกมาเยอะมาก แล้วก็สงสารลูกได้นอนวันนึงไม่กี่ชั่วโมง เพราะเขาไม่สามารถหลับได้สนิท จนเราไม่ไหว เรามีความรู้สึกว่าเรื่องสุขภาพมันสำคัญมากๆ โอเคงานเขาดี มันกำลังก้าวหน้า แต่พี่ขอร้องว่า ออกมาก่อนนะลูก มาตั้งหลักรักษาสุขภาพก่อน เดี๋ยวเรื่องงานค่อยมาคิดกัน ถ้าอยู่ไป ยูได้เงินเดือนสูง แต่สุขภาพไม่ดีเลย ใจก็ไม่มีความสุข พี่ให้ความสัมคัญกับใจที่มีความสุข

หลังจากที่ออกมาสุขภาพเป็นยังไงบ้าง?

เจมี่ : ดีขึ้นเหมือนได้ชีวิตใหม่ เราตื่นมาไม่เหนื่อย แล้วรู้สึกว่าคนปกติเขาใช้ชีวิตกันแบบนี้ เข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนเรามันทำอะไรได้เยอะต่อวัน

ล่าสุดเห็นเข้าโรงพยาบาล?

เจมี่ : เป็นโรคเดิม บ้างาน พอขายทุเรียน เราก็นั่งมอนิเตอร์ฟีดแบค นั่งอ่านไลน์ ตอบไลน์เองทุกอย่าง จนถึงตี3-4 ก็ยังดู เช็กๆ ก็ไม่นอนเลย จนแม่ขับรถพาเข้าโรงพยาบาล บอกหมอให้น้ำเกลือ ให้เขานอนหน่อย

จีนส์ : เขาเครียดจนนิ้วล็อก

เจมี่ : ใช่ๆ เป็นเหมือนภูมิตก แล้วเป็นโรคข้อบวม พอเราเครียดปุ๊บ ข้อจะบวมขึ้นมา ข้อมือ ข้อแขน ข้อเท้า

ก่อนจะมาขายทุเรียนพรีเมียม เห็นว่าประกาศขายสวนทุเรียนไปด้วย แล้วไม่ขาย เพราะอะไร?

นก จริยา : สวนทุเรียนมีมา 30 ปีแล้ว พี่จอนนี่เขาไปซื้อทิ้งไว้ ก็ได้ปลูกทุเรียน เพราะคุณแม่เขาเป็นคนแถวนั้น

ตอนไปซื้อพี่จอนนี่มีอาการยังไงนะ?

นก จริยา : ซื้อตอนเมา พี่ไม่รู้ ซื้อก่อนบอกทีหลัง แล้วเราให้ชาวสวนที่เขาเป็นมืออาชีพเนี่ยทำไป เพราะส่วนใหญ่จะตัดส่งล้ง คือเราเล่นละคร ทำนู้น ทำนี่จนไม่ได้ไปโฟกัสกับสิ่งนั้น พอเจมี่เขาออกจากงาน มารักษาสุขภาพเสร็จแล้วเขาเป็นมาร์เก็ตติ้งจริงๆ เราภูมิใจกับทุเรียนที่สวน เนื้อมันพรีเมียม ทุกปีเราส่งต่างประเทศหมดเลย ทำไมเราไม่เอามาวนอยู่ในเมืองไทย เขาไปขออนุญาตคุณจอนนี่ว่าหนูขอทำมาร์เก็ตติ้งได้ไหม ก็เลยได้ไปศึกษาจริงๆ ทั้งบ้านเลยต้องมานั่งชิมทุเรียน

จากตอนแรกพี่นกจะขาย น้องเจมี่บอกว่าเราลองมาทำกันไหม?

นก จริยา : ใช่

ขออนุญาตถามถึงอาการแพนิคหร่อย เป็นมากี่ปี?

นก จริยา : ประมาณ 5-6 ปี ลากมาตั้งแต่ช่วงโควิด

มันเกิดจากอะไร?

นก จริยา : พี่ว่าเครียดสะสม เพราะว่าเราต้องบริหารจัดการอะไรเกี่ยวกับกองถ่าย งาน คนในบ้านก็ห่วง คุณพ่อ คุณแม่ คนในบ้านจะติดไหม ทุกอย่างอะถ่ายละครเรื่องเดียว 2 ปี เพราะว่า เปิดปั๊บ หยุด ใครติด ใครไม่ติด มันเลยเก็บความเครียดไว้โดยที่เราไม่รู้ตัว

วันแรกที่รู้ว่าตัวเองเป็น อาการเป็นยังไงบ้าง?

นก จริยา : มันมีจังหวะ 2-3 ครั้ง วันแรกเลยพี่กำลังขับรถไปกองถ่ายที่เขาใหญ่ ชอบขับรถคนเดียว พี่ขับไปร้องเพลงไป แต่มันมีจังหวะเหมือนเราหลับในนิดนึง แล้วเราลืมตาขึ้นมาท้ายคือรถบรรทุกอยู่ข้างหน้า เราก็ตกใจ มันช็อกแล้วมันเย็นไปหมดทั้งตัว ค่อยๆ ประคองตัวเองเข้าข้างทาง และจากวันนั้นพี่ขับรถไม่ได้อีกเลย เพราะว่าพอเริ่มบิดพวงมาลัยออก มันสั่นละ เราไม่เคยเป็นแบบนี้ ทำไม เป็นอะไร ล้างหน้า ตีตัวเองให้ตื่น พอบิดพวงมาลัยออกก็สั่นอีก ปรากฎว่าต้องนอนรอคนไปรับที่สระบุรีข้างทาง เพราะว่าขับไม่ได้อีกเลย วันนี้กลับมาขับได้แล้ว แต่ว่า 3-4 ปีที่พี่อยู่หน้าพวงมาลัยไม่ได้ แล้วมีวันที่เหมือนเดินไม่ได้ วันนั้นลูกชวนแม่ไปเดินดูอะไรที่ห้าง ห้างเพิ่งเปิดช่วงโควิด พี่เดินสักพักบอกลูกว่า จีนส์มามี๊ไม่มีแรงเดิน ขาไม่มีแรงแล้ว ค่อยๆ นั่งทรุดลงไปกับพื้น จีนส์บอกมี๊เป็นอะไร ลูกยังไม่เข้าใจ พยายามฝืนเดิน เพราะกลัวลูกกังวลก็ทรุดอีกละ ไปนั่งกินข้าว มามี๊ไม่กินนะ มามี๊กลับบ้าน ไม่เข้าใจตัวเองเป็นคนแข็งแรงตลอดมาทำไมถึงเป็นแบบนั้น มันคือจิตเราสั่งร่างกายเหมือนไม่มีแรงเดินจริงๆ

มันก็คือแพนิค?

นก จริยา : ใช่จ๊ะ แล้วก็เข้าโรงพยาบาลกลางคืนบ่อยๆ เพราะว่าเหมือนตัวเองกำลังจะตาย ชอบตกใจ เหมือนตัวเองกำลังจะตาย ก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่าต้องรักษาแล้ว

ตอนนี้หายหรือยัง?

นก จริยา : มันไม่มีคำว่าหาย มันจะมีคำว่าดีขึ้นๆ มันจะมีช่วงที่ร่างกายเราวีคหรือมีอะไรที่มาจู่โจมเราแรงๆ ไม่ทันตั้งตัว มันจะกลับมา

เห็นว่าพี่นกกลัวเรื่องอัลไซเมอร์?

นก จริยา : พี่กลัวอัลไซเมอร์มาก พี่กลัวจำลูกไม่ได้ อันนี้กลัวมาก

แต่ยังไม่เป็น?

นก จริยา : ยังไม่เป็น หาหมอตลอดเลย หมอพี่ใกล้เป็นหรือยัง หมอก็บอกคุณนกยังไม่เป็น

ครองรักกับพี่จอนนี่มา 33 ปีแล้ว?

นก จริยา : เคล็ดลับเหรอ มันก็อยู่ๆ กันไป คุยกันไป ตีกันไป มีตึง มีหย่อนมีอะไรใดๆ แต่ว่าพี่ใช้คำว่าสุดท้ายแล้ว เราให้ความเข้าใจ ความเป็นเพื่อน อย่าไปคาดหวัง ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนคาดหวังไม่ได้นะ เราเอื้อกัน เข้าใจกันให้มากที่สุด

พ่อแม่สวีทกันบ้างไหม?

จีนส์ : เขาไม่ใช่แนวสวีท แต่จะเป็นแนวทำเรื่องเล็กๆ ให้กันในแต่ละวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...