จับปลัดภูเก็ตไม่ใช่ยัดคดีตัดตอนแชต “ช่วยน้ำเงินด้วย”
“พลพีร์” ยันจับปลัดภูเก็ตไม่ใช่ยัดคดีตัดตอน ปมแชต “ช่วยน้ำเงินด้วย” วอนให้ข้อมูลสอบ ดึงศักดิ์ศรีมหาดไทยคืน เผย ลุยนอมินีพุ่งกว่า 400 บริษัท
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันการจับกุมปลัดจังหวัดภูเก็ตในคดีรับส่วยสอบข้าราชการท้องถิ่น เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่การยัดคดีหรือตัดตอนกรณีแชต “ช่วยน้ำเงินด้วย” พร้อมเรียกร้องให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อช่วยกอบกู้ศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทย
นายพลพีร์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่การสอบครั้งก่อน ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ โดยอธิบดีกรมการปกครองจะเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงเพิ่มเติม ขณะที่การส่งตัวกลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิมก่อนหน้านี้ ไม่ได้หมายความว่าพ้นผิดหรือบริสุทธิ์ เพราะการสอบสวนยังดำเนินต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า ปลัดจังหวัดภูเก็ตกำลังเผชิญการตรวจสอบ 2 คดีสำคัญ ทั้งคดีรับส่วยสอบท้องถิ่นและประเด็นอื่นที่สังคมตั้งคำถาม พร้อมขอให้ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการสอบสวน โดยยืนยันว่า “ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ไม่ผิดคือไม่ผิด”
นายพลพีร์ ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นการยัดคดีเพื่อตัดตอน หลังมีการเปิดเผยแชต “ช่วยน้ำเงินด้วย” โดยระบุว่า คดีสอบทุจริตดังกล่าวมีการดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และผู้ที่อยู่ในพื้นที่ย่อมทราบข้อเท็จจริง หากพบสิ่งผิดปกติควรรีบแจ้งผู้บังคับบัญชา เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบราชการ
ส่วนความคืบหน้าการปราบปรามผู้มีอิทธิพล การรุกที่สาธารณะ และธุรกิจนอมินีในจังหวัดภูเก็ต นายพลพีร์เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบบริษัทกว่า 10,000 แห่ง พบบริษัทเข้าข่ายนอมินีเพิ่มจาก 316 บริษัท เป็นมากกว่า 400 บริษัท แล้ว โดยตรวจสอบทั้งโครงสร้างผู้ถือหุ้นและความเชื่อมโยงกับคนไทยที่อาจช่วยถือหุ้นแทนต่างชาติ หากพบความผิดจะดำเนินการทั้งทางแพ่งและอาญา นอกจากนี้ ยังสั่งตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดินย้อนหลัง หลังพบความผิดปกติหลายพื้นที่ ทั้งที่ดิน ส.ป.ก. และพื้นที่ป่าไม้ที่อาจมีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ พร้อมเตรียมลงพื้นที่ภูเก็ตอีกครั้งภายใน 1-2 สัปดาห์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำว่า รัฐไม่สามารถทำตัวเป็น “ศาลเตี้ย” ได้ แม้จะพบข้อสงสัย แต่ต้องสืบสวนหาต้นตอและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมเตรียมหารือร่วมกับคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ หลังมีรายงานว่าผู้ประกอบการในภูเก็ตกว่า 30-40% อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย พร้อมยืนยันว่ารัฐจะเร่งแก้ไขโดยคำนึงถึงทั้งการบังคับใช้กฎหมายและการเดินหน้าทางเศรษฐกิจควบคู่กัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews