“คองโก” เร่งขอใช้ยาต้านอีโบลาทดลอง หลังยอดผู้ติดเชื้อพุ่งทะลุ 1,000 ราย
"คองโก" เร่งขอใช้ยาต้านอีโบลาทดลอง หลังยอดผู้ติดเชื้อพุ่งทะลุ 1,000 ราย ท่ามกลางการสู้รบและการอพยพครั้งใหญ่ในภาคตะวันออกของประเทศ
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.17 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกกำลังเร่งขอเข้าถึงยาต้านอีโบลาแบบแอนติบอดีทดลองที่สามารถรับมือเชื้ออีโบลาหลายสายพันธุ์ได้ หลังจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญทั้งสงครามและวิกฤตด้านสาธารณสุขพร้อมกัน
กระทรวงสาธารณสุขคองโก ระบุเมื่อวันพุธว่า ณ วันที่ 26 พฤษภาคม ประเทศมีผู้ติดเชื้ออีโบลายืนยันแล้ว 121 ราย และเสียชีวิตยืนยันแล้ว 17 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยต้องสงสัยเพิ่มขึ้นเป็น 1,077 ราย และผู้เสียชีวิตต้องสงสัยอยู่ที่ 238 ราย เฉพาะในจังหวัดอิตูรี (Ituri) พบผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ถึง 16 รายในวันเดียว
องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า ภาคตะวันออกของคองโกกำลังเผชิญการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างสงครามและโรคระบาด หลังการสู้รบและการอพยพของประชาชนเร่งการแพร่กระจายของเชื้ออีโบลา และทำให้การแยกผู้ป่วยรวมถึงการติดตามผู้สัมผัสทำได้ยากขึ้น
เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวก่อนเดินทางเยือนคองโกในวันพฤหัสบดีว่า “เราไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชน หรือแยกผู้ป่วยได้ ขณะที่ระเบิดยังตกอยู่” พร้อมเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที
การระบาดครั้งนี้กำลังกดดันระบบสาธารณสุขที่เปราะบางอยู่แล้วในภาคตะวันออกของคองโก ซึ่งเผชิญทั้งความรุนแรง การอพยพครั้งใหญ่ และความไม่ไว้วางใจต่อภาครัฐ ส่งผลให้การควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo เป็นไปอย่างยากลำบาก
เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ยอมรับว่า ยังมีปัญหาในการปฏิบัติงานหลายด้าน ทั้งการติดตามผู้สัมผัสที่ไม่มีประสิทธิภาพ ความล่าช้าในการตรวจแล็บ การขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกัน และความล่าช้าในการจัดตั้งศูนย์แยกผู้ป่วย
โรเจอร์ คัมบา รัฐมนตรีสาธารณสุขของคองโก เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ เพื่อขอเข้าถึงยารักษาแบบโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่พัฒนาในสหรัฐ ซึ่งแสดงผลในการรับมือเชื้ออีโบลาหลายสายพันธุ์ ทั้ง Zaire, Sudan และ Bundibugyo
ยาดังกล่าวมีแนวโน้มจะถูกนำมาทดสอบผ่านการทดลองทางคลินิกกับผู้ป่วยที่ยืนยันการติดเชื้อแล้ว
ปัจจุบัน เชื้ออีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ
WHO เตือนว่า การระบาดกำลังแพร่กระจายเร็วกว่าที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะควบคุมได้ หลังการตรวจพบล่าช้าทำให้เชื้อแพร่กระจายไปทั่วภาคตะวันออกของคองโก และลุกลามเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดาแล้ว
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าขณะนี้การระบาดครอบคลุมพื้นที่สุขภาพ 13 เขต ในจังหวัดอิตูรี นอร์ทคิวู และเซาท์คิวู โดยยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเขตโออิชาและคาลุงกูตาของจังหวัดนอร์ทคิวูด้วย
อย่างไรก็ตามมีสัญญาณบวกบางส่วน เมื่อสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้ป่วยรายแรกที่หายจากการระบาดระลอกปัจจุบัน ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว
แม้เช่นนั้น ความพยายามควบคุมโรคยังคงเผชิญอุปสรรคจากความไม่ปลอดภัยและการโจมตีศูนย์รักษาในพื้นที่ระบาด
กระทรวงสาธารณสุขคองโก ระบุว่าเฉพาะวันที่ 26 พฤษภาคม มีผู้เดินทางมากกว่า 15,500 คนถูกตรวจคัดกรองตามจุดผ่านแดนและจุดตรวจต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน ประเทศเคนยา ระบุว่า ได้ตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศมากกว่า 55,000 คน และตรวจหาเชื้ออีโบลากับผู้ต้องสงสัย 10 ราย ซึ่งทั้งหมดให้ผลเป็นลบ หลังหลายประเทศในแอฟริกาตะวันออกเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดข้ามพรมแดน
อ้างอิง : www.bloomberg.com