โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร้านก๋วยเตี๋ยวดังขอนแก่นหวั่นตกเทรนด์ สมัครร่วมไทยช่วยไทยพลัส

INN News

อัพเดต 28 พ.ค. เวลา 14.09 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. เวลา 07.09 น. • INN News

ร้านก๋วยเตี๋ยวดังขอนแก่นหวั่นตกเทรนด์ สมัครร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส พร้อมติดตั้งอินเตอร์เนตความเร็วสูงให้ลูกค้าใช้จ่ายได้อย่างสะดวกและไม่สะดุด ขณะที่เจ้าของร้าน มั่นใจรัฐบาลกำหนดนโยบายมาดี ลูกค้า-พ่อค้า ล้วนแฮปปี้

ที่ร้านเตี๋ยว-ยำ-มี่ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายเมืองพล-แวงน้อย ก่อนถึงโรงเรียนเมืองพลวิทยาคม อ.พล จ.ขอนแก่น นายศิริวุฒิ เจตน์วิทยาชาญ เจ้าของร้านฯเร่งทำการโหลดโปรแกรมและลงทะเบียนในระบบแอพพลิเคชั่นถุงเงิน เพื่อนำไปใช้ในการประกอบเอกสารสำหรับการลงทะเบียนร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส หลังทนกระแสเรียกร้องจากลูกค้าที่มามใช้บริการไม่ไหวเพราะล้วนต่างสอบถามทุกวันว่าร้านจะเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสหรือไม่ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้ทำการลงทะเบียนพร้อมกันทั้งกลุ่มร้านค้าและบุคคลทั่วไปไปจนถึงวันที่ 29 พ.ค.และสามารถเริ่มใช้งานได้พร้อมกันทั้งประเทศในวันที่ 1 มิ.ย.

นายศิริวุฒิ เจตน์วิทยาชาญ เจ้าของร้านเตี๋ยว-ยำ-มี่ กล่าวว่า ยอมรับว่ากระแสการดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัสตามที่รัฐบาลกำหนดนั้นมาแรงจริงๆ ทุกวันลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านจะสอบถามว่าร้านจะเข้าร่วมโครงการหรือไม่ ใช้งานได้เมื่อใด มีอินเตอร์เนตให้บริการหรือไม่ เรียกได้ว่าลูกค้าแทบทุกคนที่มาทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านจะสอบถามถึงโครงการทุกวันและแทบทุกคน และเมื่อได้สอบถามเพื่อนๆร้านอาหารและผู้ให้บริการสินค้าในประเภทต่างๆพบว่ามากกว่าร้อยละ 90 ในเขต อ.พล ล้วนสมัครเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสกันหมดแล้ว เพราะทนต่อกระแสความต้องการและคำเรียกร้องของลุกค้าไม่ไหวจริงๆ จึงทำการจัดเตรียมเอกสารตามที่ธนาคารกรุงไทยกำหนดและโหลดแอพพลิเคชั่นถุงเงินและเป๋าตังค์มาไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะนำไปลงทะเบียนและยืนยันตัวตนที่ธนาคารกรุงไทยตามขั้นตอนต่อไป

"เชื่อได้ว่าร้านค้าใดที่ไม่สมัครเข้าร่วมโครงการนอกจากจะตกเทรนแล้ว ลูกค้าก็กดดันและสอบถามแน่ๆว่าทำไมไม่เข้าร่วมโครงการเพราะนอกจากลูกค้าที่สอบถามว่าร้านร่วมโครงการหรือไม่ แทบทุกคนก็พากันสมัครเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสกันหมดแล้วและพร้อมที่จะใช้งานในวันที่ 1 มิ.ย.ตามที่รัฐบาลกำหนดอีกทั้งจากการสอบถามก็พบว่าส่วนใหญ่จะนำเงินที่รัฐบาลจัดสรรให้เดือนละ 1,000 บาท มาใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภค"

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...