โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีน-รัสเซีย-อินเดียหัน ‘จีบเมียนมา’ ชิงเส้นทางการค้าใหม่ เลี่ยงคอขวด ‘มะละกา’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมียนมา” กำลังกลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานของ “3 มหาอำนาจเอเชีย” เมื่อจีน รัสเซีย และอินเดีย ต่างเร่งผลักดันโครงการคมนาคมและพลังงานขนาดใหญ่ เพื่อใช้ประเทศแห่งนี้เป็นศูนย์กลางเชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับเอเชียตะวันออก และลดการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือที่มีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า เริ่มจากฝั่ง “จีน” เดินหน้าโครงการระเบียงเศรษฐกิจ จีน-เมียนมา หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เห็นพ้องเร่งก่อสร้างเส้นทางรถไฟและถนนจากเมืองรุ่ยลี่ ชายแดนจีน ผ่านเมืองมัณฑะเลย์ ไปยังท่าเรือน้ำลึกเจ้าผิวก์ (Kyaukphyu) ริมมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งจะช่วยให้จีนสามารถขนส่งสินค้าและพลังงานสู่ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอินเดีย “โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกาหรือทะเลจีนใต้ที่มีข้อพิพาท”

- ภาพ: Institute for Strategy and Policy–Myanmar -

ขณะเดียวกัน “รัสเซีย” ก็เร่งขยายบทบาทผ่านความร่วมมือด้านพลังงาน โดยลงนามความร่วมมือกับเมียนมาเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รวมถึงผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งเดิมเป็นโครงการที่ญี่ปุ่นและไทยสนับสนุน แต่ชะลอตัวจากปัญหาด้านเงินทุน รัสเซียยังมีแผนส่งออก LNG มายังทวาย ก่อนแปรสภาพเป็นก๊าซและส่งต่อผ่านท่อไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย

นโย ซอว์ รองประธานาธิบดีเมียนมา กล่าวในการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนว่า “เมียนมาตั้งอยู่บนจุดตัดของเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้” พร้อมระบุว่า ประเทศแห่งนี้เป็น “สะพานทางบกตามธรรมชาติที่เชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย”

ด้าน “อินเดีย” เร่งผลักดันโครงการขนส่งหลายรูปแบบคาลาดาน (Kaladan Multi-Modal Transit Transport Project) ซึ่งถูกจับตาว่าเป็น “เส้นทางสายไหมของอินเดีย” รวมถึงยังผลักดันทางหลวง India-Myanmar-Thailand Trilateral Highway 1,400 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมอินเดีย เมียนมา และไทยหวังยกระดับการค้าชายแดนและผลักดันนโยบาย “Act East” ที่มุ่งเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ โครงการคาลาดาน เป็นการบูรณาการการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางทะเล เพื่อส่งเสริมการค้าตามแนวชายแดน โดยท่าเรือ Sittwe ซึ่งเป็นประตูทางทะเลของโครงการ ได้เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566

แม้หลายโครงการจะล่าช้าจากความขัดแย้งกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธในเมียนมาหลังการรัฐประหารในปี 2564 แต่ทั้งสามประเทศยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าเมียนมากำลังมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้นในฐานะ “สะพานเชื่อม” ระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก และอาจกลายเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่”ของภูมิภาคในอนาคต หากสถานการณ์ภายในประเทศเอื้ออำนวย

อ้างอิง: nikkei, isp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...