เลขาฯ NATO เรียกร้องชาติพันธมิตร เสนอแผนเป็นรูปธรรม เพื่อบรรลุเป้าหมายเพิ่มงบลงทุนป้องกันประเทศ 5% ของ GDP
มาร์ค รุตเต เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO (North Atlantic Treaty Organization) เรียกร้องให้ประเทศพันธมิตร NATO เสนอแผนการที่ “ชัดเจน เป็นรูปธรรม และน่าเชื่อถือ” เพื่อบรรลุเป้าหมายเพิ่มงบประมาณลงทุนด้านการป้องกันประเทศเป็น 5% ของ GDP ภายในปี 2035 โดยชี้ความคืบหน้าว่า พันธมิตรยุโรปและแคนาดา ได้เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันและความมั่นคงเป็นประมาณ 4% ของ GDP แล้ว
รุตเต กล่าวในกรุงอังการา ของตุรกี วานนี้ (6 กรกฎาคม) ก่อนที่การประชุมสุดยอดผู้นำ NATO จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม โดยเป็นการประชุมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับพันธมิตร NATO เนื่องจากสหรัฐฯ กำลังพยายามลดบทบาทด้านความมั่นคงในยุโรป พร้อมทั้งกดดันให้พันธมิตร NATO รับภาระค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมมากขึ้น
ประเทศสมาชิก NATO ทั้ง 32 ประเทศตกลงกันเมื่อปีที่แล้ว ที่จะเพิ่มงบลงทุนด้านการป้องกันประเทศเป็น 5% ของ GDP โดยแบ่งเป็นร้อยละ 3.5 สำหรับงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ และร้อยละ 1.5 สำหรับโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนน สะพาน และท่าเรือ เพื่อให้การเคลื่อนย้ายกองกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในยามที่เกิดความขัดแย้ง
เลขาธิการ NATO ยังเตรียมประกาศสัญญาใหม่มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อจัดหายุทโธปกรณ์สำคัญที่สำหรับการยับยั้งและป้องกันภัยคุกคาม โดยมั่นใจว่าจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติพันธมิตร ตลอดจนส่งเสริมนวัตกรรม และสนับสนุนการจ้างงานหลายแสนตำแหน่ง ในทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก”
ทั้งนี้ สำหรับหนึ่งในวาระสำคัญของการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO ที่จะเกิดขึ้น คือเรื่องการยืนหยัดสนับสนุนยูเครน โดยรุตเต กล่าวย้ำว่า “พันธมิตรและหุ้นส่วน NATO ต้องดำเนินการต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่ายูเครนจะได้รับสิ่งที่ต้องการ” และขอให้ชัดเจนว่า พันธมิตรทุกประเทศต้องร่วมมือกันเพื่อให้การสนับสนุนยูเครนยังคงดำเนินต่อไป
ภาพ :REUTERS/Yves Herman
อ้างอิง: