ศาลสั่งออกหมายจับ! อดีตทนายความดัง หนีฟังคำพิพากษาฎีกา คดีโกงเงิน-ฟ้องกลั่นแกล้งแม่ “เบนซ์ เรซซิ่ง”
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3452/2562 ซึ่งนางสุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง อดีตทนายความ ในข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ
คดีดังกล่าว โจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยได้ยื่นฟ้องและเบิกความด้วยข้อความอันเป็นเท็จในคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้เอกสารสัญญา ส่งผลให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา และต่อมาศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษา ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะยื่นฎีกาเพื่อให้ศาลฎีกาวินิจฉัย
ก่อนเข้าฟังคำพิพากษา นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ "เบนซ์ เรซซิ่ง" ซึ่งเดินทางมาศาลพร้อมมารดา เปิดเผยว่า คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากข้อพิพาทเกี่ยวกับการว่าจ้างดำเนินการด้านกฎหมายและการเรียกคืนเงินค่าจ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้องแล้ว
นายอัครกิตติ์กล่าวว่า หลังจากนั้นได้มีการดำเนินคดีตอบโต้กัน ก่อนที่มารดาจะยื่นฟ้องคดีนี้ โดยเห็นว่าการใช้สิทธิทางกฎหมายควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง พร้อมแสดงความหวังว่าคดีจะเป็นตัวอย่างให้เกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัดอ่านคำพิพากษา ปรากฏว่ามีเพียงฝ่ายโจทก์และทนายความฝ่ายโจทก์เดินทางมาศาล ขณะที่จำเลยไม่ได้เดินทางมาศาล แม้ได้รับหมายแจ้งนัดโดยชอบแล้ว
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยไม่มาศาลตามกำหนดและไม่สามารถติดต่อได้ จึงมีคำสั่งออกหมายจับ พร้อมสั่งปรับนายประกันเต็มจำนวน และเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปเป็นวันที่ 7 ส.ค. 2569 เวลา 09.00 น. เพื่อรอฟังผลการติดตามตัวจำเลยมาศาลก่อนดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไป
นายอัครกิตติ์ กล่าวภายหลังศาลเลื่อนว่า ในวันนี้จำเลยไม่มาตามนัดเพื่อฟังคำพิพากษาในวันนี้ศาลจึงออกหมายจับและริบเงินประกันก่อนเลื่อนนัดเป็นวันที่ 7 ส.ค. 2569 ตนมองว่าในวันนี้เจ้าตัวไม่มาก็คิดว่าน่าจะหลบหนีไปแล้ว อยากฝากว่าตอนที่ตั้งใจที่หลอกลวงยังกล้าทำ แต่สุดท้ายวันที่คดีสิ้นสุดกลับไม่กล้ามาฟังคำพิพากษา ก็อยากฝากไปถึงเจ้าตัวให้เข้ามาฟังคำพิพากษาในนัดหน้าด้วย.