โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

“กองทัพภาคที่ 3” เร่งปิดจุดเสี่ยงแม่สาย! เสริมพนังกั้นน้ำลุล่วงกว่า 80% รับมือฤดูฝน ป้องกันน้ำท่วมซ้ำรอย

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กองทัพภาคที่ 3 เร่งเสริมความแข็งแกร่งพนังกั้นน้ำลำน้ำสายลุล่วงกว่าร้อยละ 80 เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและป้องกันอุทกภัยซ้ำรอย

กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 3 จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าดำเนินการปรับปรุงและซ่อมแซมแนวพนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อป้องกันปัญหาน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและบ้านเรือนประชาชนในห้วงฤดูฝน โดยเริ่มเข้าดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่อำเภอแม่สาย อันเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุยางิ เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนของประชาชนเป็นจำนวนมาก แม้ต่อมาในปี 2568 กรมการทหารช่างจะดำเนินการจัดสร้างแนวพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปแล้วบางส่วน แต่ในพื้นที่แนวป้องกันชั่วคราวเดิมที่ใช้ถุงกระสอบพลาสติกขนาดใหญ่ (Big Bag) เริ่มเสื่อมสภาพลง ประกอบกับฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมีการก่อสร้างกำแพงคอนกรีตถาวรตลอดแนวตลิ่ง ซึ่งอาจส่งผลให้แรงดันน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการกัดเซาะแนวป้องกันเดิมจนพังทลายหากเกิดน้ำหลาก จังหวัดเชียงรายจึงได้ขอรับการสนับสนุนจากกองทัพบกในการเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำอย่างเร่งด่วน

สำหรับการปฏิบัติงาน กองทัพภาคที่ 3 ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยจัดกำลังพลจากกองพลพัฒนาที่ 3 โดยมีกองพันทหารช่างที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 เป็นหน่วยหลัก กำลังพลรวม 60 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ 20 รายการ อาทิ รถบรรทุก, รถโกยตัก และรถตักบรรทุก ร่วมปฏิบัติงานกับกำลังพลจิตอาสาจากมณฑลทหารบกที่ 37, กองพลทหารราบที่ 7 โดยกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และเทศบาลตำบลแม่สาย โดยมีพื้นที่ปฏิบัติงานครอบคลุมตั้งแต่ชุมชนหัวฝายถึงชุมชนไม้ลุงขน รวมจุดที่ต้องเข้าดำเนินการทั้งสิ้น 13 จุด แบ่งออกเป็น 3 โซน รวมความยาว 1,189 เมตร

ปัจจุบันภาพรวมการดำเนินงานมีความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละ 80.74 จำแนกตามพื้นที่ปฏิบัติงาน โซน A (หน้าด่านพรมแดนไทย - เมียนมา ซอยสันลมจอย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย) มีความคืบหน้าร้อยละ 85.02 โซน B (พื้นที่สามแยก ซอยตลาดพลอย 2) มีความคืบหน้าร้อยละ 80.25 และโซน C (พื้นที่ท่าทรายหลังบ่อบำบัด) มีความคืบหน้าร้อยละ 90.36 ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ และคาดว่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลาปฏิบัติงานทั้งสิ้น 45 วัน

ในห้วงที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชาจากกองทัพบกและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าของโครงการ พร้อมให้กำลังใจกำลังพลผู้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและเน้นย้ำให้การก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรม เพื่อให้พนังกั้นน้ำมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดการปฏิบัติงานในพื้นที่ ภาคเอกชนและพี่น้องประชาชนในอำเภอแม่สาย รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง ได้ร่วมมอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุน และพร้อมเร่งดำเนินภารกิจให้แล้วเสร็จ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนและดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

#แม่สาย #เชียงราย #น้ำท่วมแม่สาย #พนังกั้นน้ำ #ลำน้ำสาย #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก #ทหารช่าง #ป้องกันน้ำท่วม #อุทกภัย #ฤดูฝน2569 #ข่าวเชียงราย #น้ำหลาก #พายุยางิ #ความปลอดภัยประชาชน #พัฒนาพื้นที่ #โครงการป้องกันน้ำท่วม #ข่าวภูมิภาค #ไทยเมียนมา #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก #แม่สายเชียงราย #น้ำท่วมภาคเหนือ #ข่าววันนี้ #สถานการณ์น้ำ #ข่าวด่วน #ภัยพิบัติ #ภาคเหนือ #ทบ #กองทัพไทย #ช่วยเหลือประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...