หนุ่มจีนกินเห็ดพิษควบเหล้าจนหลอน ปีนตึกสูงชั้น 27 อ้าง “สวรรค์เรียกขึ้นไปเป็นเซียน”
วานนี้ (15 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุระทึกขวัญที่มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน เมื่อชายรายหนึ่งซึ่งรายงานข่าวระบุเพียงชื่อสกุลว่า นายเซวีย เกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรงหลังจากนำ "เห็ดเจี้ยนโส่วชิง" ซึ่งเป็นเห็ดป่าชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท มาปรุงอาหารกินที่บ้าน เขาเห็นภาพลวงตาและปักใจเชื่อว่า ครอบครัวของเขากำลังส่งสัญญาณเชิญชวนให้ตัวเขาออกไป "ฝึกฝนตนเองเพื่อฝ่าด่านเคราะห์และสำเร็จวิชาเป็นเซียนอมตะ" ซึ่งเป็นแนวคิดที่มักพบเห็นได้ทั่วไปในนวนิยายแฟนตาซีและกำลังภายในของจีน
ขณะเกิดภาพหลอน นายเซวียได้ปีนออกทางหน้าต่างห้องพักบนชั้นที่ 27 แล้วพยายามปีนไต่ลงมาตามแนวท่อระบายน้ำหน้าท้องถูกครูดเป็นแผล แต่โชคดีอย่างยิ่งที่เพื่อนของเขาซึ่งพักอยู่บนชั้นที่ 26 ได้ยินเสียงผิดปกติและออกมาดู จึงรีบคว้าตัวเขาและลากกลับเข้ามาในอาคารได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่นายเซวียจะหมดสติและตกอยู่ในอาการโคม่าจนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
แพทย์ประจำโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยยูนนานเปิดเผยว่า ทีมแพทย์ต้องเร่งทำการล้างท้องและทำหัตถการฉุกเฉินในระบบทางเดินอาหารหลายขั้นตอนเพื่อรักษานายเซวีย ซึ่งต้องใช้เวลาหลายวันกว่าเขาจะฟื้นตัวและได้สติกลับมาอย่างสมบูรณ์
เมื่อเห็ดเจี้ยนโส่วชิงโดนสัมผัส เนื้อเห็ดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน
ผลจากการสืบสวนโรคพบว่า นายเซวียนซึ่งอาศัยอยู่ในยูนนานมานานกว่า 40 ปี มักจะนำเห็ดป่ามาทำอาหารกินเองทุกปี แต่ครั้งนี้เขาทำพลาดครั้งใหญ่ด้วยการนำเห็ดเจี้ยนโส่วชิงที่เหลือจากการผัดในวันแรกและแช่ตู้เย็นไว้ ออกมาผัดซ้ำในวันที่สองเพื่อรับประทานร่วมกับการดื่มสุรา ซึ่งแพทย์ระบุว่าสาเหตุการเกิดพิษมาจากความร้อนในการอุ่นอาหารไม่สูงพอที่จะทำลายพิษในเห็ดที่ทิ้งไว้ข้ามคืน ประกอบกับมีการดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นพิษต่อร่างกาย
ทั้งนี้ ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปีถือเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวและช่วงพีคของเห็ดป่าในมณฑลยูนนาน ซึ่งดึงดูดทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาลิ้มลองรสชาติที่สดใหม่ของเห็ด ทว่าแฝงไว้ด้วยอันตราย โดยเฉพาะ "เห็ดเจี้ยนโส่วชิง" ที่แปลได้ว่า "จับแล้วเป็นสีน้ำเงิน" เนื่องจากเนื้อเห็ดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินทันทีเมื่อถูกสัมผัสหรือเด็ดออกมา
เห็ดชนิดนี้เป็นเห็ดตระกูลตับเต่าที่มีสารหลอนประสาท และจำเป็นต้องปรุงสุกด้วยความร้อนที่สูงกว่า 120 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานอย่างน้อย 15 นาที จึงจะปลอดภัย
คดีการกินเห็ดแล้วหลอนจนเป็นข่าวดังเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในยูนนาน แม้กระทั่งแพทย์ในโรงพยาบาลเองยังยอมรับว่าตนและครอบครัวก็เคยป่วยติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน เพราะนำเห็ดมีพิษชนิดนี้มาปรุงอาหาร แต่ใช้ความร้อนไม่สูงพอที่จะทำลายพิษ
หลังจากรอดตายมาได้ นายเซวียเปิดเผยด้วยความหวาดผวาว่า เหตุการณ์นี้ทำให้เขาเข็ดขยาดและตัดสินใจเลิกทั้งเหล้า บุหรี่ และการกินเห็ดป่า ซึ่งเป็นของโปรดสามสิ่งแรกในชีวิตไปโดยปริยาย
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Instagram / laughter_therapists