รัฐบาลไทยกักตัว จาง ซิ่นเยี่ยน นักกิจกรรมประชาธิปไตยชาวฮ่องกง นาทีสุดท้ายก่อนบินลี้ภัยแคนาดา เสี่ยงถูกส่งกลับจีน
10 กรกฎาคม 2569 สุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโสจากองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) โพสต์รายงานผ่านเฟซบุ๊กว่า จาง ซิ่นเยี่ยน (Zhang Xin Yan) นักกิจกรรมชาวฮ่องกงที่รัฐบาลจีนต้องการตัว ถูกสกัดกั้นในประเทศไทยไม่ให้ขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางลี้ภัยไปยังประเทศแคนาดา เสี่ยงถูกรัฐบาลไทยส่งตัวกลับให้จีน แม้ว่าเธอจะได้รับสถานะผู้ลี้ภัยที่รับรองโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (Office of the United Nations High Commissioner for Refugees : UNHCR) และได้รับการจัดสรรที่พักพิงฉุกเฉินจากรัฐบาลแคนาดาแล้วก็ตาม
จาง ซิ่นเยี่ยนเป็นนักกิจกรรมกลุ่มสภาฮ่องกง (Hong Kong Parliament) ลี้ภัยมายังประเทศไทยตั้งแต่ปี 2557 เธอเป็นหนึ่งใน 19 คนที่ถูกออกหมายจับและตั้งค่าหัวจำนวน 200,000 ดอลลาร์ฮ่องกงหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 833,483 บาท (จากอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเดือนมิถุนายน 2569) จากการมีส่วนร่วมกับกลุ่มดังกล่าวจัดให้มีการหยั่งเสียงอย่างไม่เป็นทางการทางออนไลน์เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเงาช่วงต้นปี 2568
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้จับกุมจางโดยอ้างอิงจากหมายจับที่ออกโดยประเทศฮ่องกง สุณัยรายงานว่าขณะนี้จางถูกคุมขังอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู กรุงเทพมหานคร
10 กรกฎาคม 2569 เซิ่ง เสวี่ย (Sheng Xue) นักข่าวและนักสิทธิมนุษยชน ชาวแคนาดาเชื้อสายจีน โพสต์ผ่านบัญชีเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์เดิม) ว่าเธอได้รับสายโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากจาง ซิ่นเยี่ยนในเช้าวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 จางเล่าว่าเธอถูกตำรวจไทยเข้ามาแทรกแซงและบังคับขัดขวางไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศในนาทีสุดท้ายก่อนการเดินทางด้วยเที่ยวบินจากกรุงเทพมหานครไปยังเมืองแวนคูเวอร์ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้การเดินทางไปแคนาดาของเธอต้องถูกยกเลิก
เซิ่ง เสวี่ยยังระบุเพิ่มเติมว่า จางแสดงความหวาดกลัวอย่างยิ่งในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์และแสดงความกังวลว่ารัฐบาลไทยอาจกำลังเตรียมการที่จะใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำในเร็วๆ นี้ เพื่อส่งตัวนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวจีนที่อยู่ในประเทศไทยกลับประเทศจีนเป็นกลุ่ม และอาจจะต้องเผชิญกับการประหัตประหารอย่างรุนแรงจากรัฐบาลจีน
ส่งกลับผู้ลี้ภัยขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และพ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและการอุ้มหายฯ
การส่งตัวผู้ลี้ยภัยกลับไปเผชิญโทษประหัตประหารขัดต่ออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้สูญหาย (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance : CED) ที่รัฐไทยเป็นภาคี อนุสัญญานี้ภาระผูกพันให้รัฐต้องป้องกันการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย การบังคับให้สูญหาย และการคุมขังโดยพลการ ตลอดจนรับประกันสิทธิในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และสิทธิในชีวิตและเสรีภาพ
เมื่อพิจารณากฎหมายภายใน พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 13 ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐขับไล่ ส่งกลับ หรือส่งบุคคลที่เป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังรัฐที่มีมูลเหตุอันเชื่อได้ว่าบุคคลดังกล่าวจะเผชิญความเสี่ยงโดยที่จะถูกกระทำทรมาน ถูกกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือถูกกระทำให้สูญหาย
ตั้งแต่ปี 2557 รัฐบาลไทยได้มีการส่งผู้ลี้ภัยที่เป็นที่ต้องการตัวของรัฐบาลจีนเป็นจำนวนมากกว่า 150 คน กลับไปยังประเทศจีน อ่านบันทึกการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศจีนโดยรัฐบาลไทย https://www.ilaw.or.th/articles/58191