โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"ดร.ธนพร" ชื่นชมรัฐบาล "อนุทิน" ผลักดันเป็นผลสำเร็จ "พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ" เชื่้อทำจริงนโยบายปฏิรูปราชการ-ปราบทุจิต

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ กล่าวถึงกรณีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 ว่า ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่สามารถผลักดันนโยบายซึ่งแถลงต่อรัฐสภาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม นายธนพร กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญในการปฏิรูประบบราชการให้ทันสมัย ลดขั้นตอนการอนุญาตและการให้บริการประชาชน เพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงลดดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ อันเป็นช่องทางสำคัญของการทุจริตคอร์รัปชัน "นี่คือสิ่งที่รัฐบาลเคยประกาศไว้ตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วันนี้สามารถผลักดันจนประกาศใช้เป็นกฎหมายได้แล้ว สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้มีเพียงนโยบายบนกระดาษ แต่มีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนให้เกิดผลจริง" นายธนพร กล่าว นายธนพร ระบุว่า ก่อนหน้านี้ รัฐสภามีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 435 เสียง ก่อนผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา และล่าสุดได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพของภาครัฐ พร้อมกล่าวว่าหากพิจารณาจากการดำเนินงานของรัฐบาลที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีการเดินหน้าปฏิรูประบบราชการควบคู่กับการปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเร่งพัฒนาระบบบริการภาครัฐ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มความโปร่งใส รวมถึงการดำเนินการอย่างจริงจังกับปัญหาการทุจริตในหน่วยงานของรัฐ

"กฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่เพียงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างระบบราชการที่โปร่งใส ลดโอกาสการเรียกรับผลประโยชน์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว" นายธนพร กล่าวทิ้งท้ายว่าการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นตัวอย่างของการบริหารงานแบบ "พูดแล้วทำ" ที่รัฐบาลสามารถผลักดันนโยบายสำคัญจนเกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะใน 2 มิติหลัก คือ การปฏิรูประบบราชการ และ การลดการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการยกระดับการบริหารประเทศในอนาคต.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...