โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อังกฤษ’ต้องหยุด’ฮาลันด์’ หากหวังเอาชนะ’นอร์เวย์’

ไทยโพสต์

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เข้าสู่วันที่ 3 ของการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ค่ำคืนวันที่ 11 กรกฎาคม หรือตรงกับเช้าตรู่วันที่ 12 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย มีเกมลงสนามกัน 2 คู่ 2 สนาม คู่แรก ที่ฮาร์ดร็อก สเตเดียม เมืองไมอามี ขุนพล "ไวกิ้ง" ทีมชาตินอร์เวย์ พบกับ "สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ เวลา 04.00 น.

นอร์เวย์ ภายใต้การคุมทีมของ สตาเล โซลบักเคน เรียกได้ว่าเป็น "ม้ามืด" ประจำทัวร์นาเมนต์ของแท้ หากมองจากฟีฟ่าแรงกิงที่รั้งอันดับ 31 ของโลก แถมเพิ่งคัมแบ็กกลับมาเตะฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายในรอบหลายปี แต่สามารถฝ่าฟันมาจนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะผลงานชิ้นโบแดงในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ปราบบราซิล 2-1 ซึ่งพวกเขาได้สองประตูจากหัวหอกตัวเก่ง เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์

สภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ได้รับข่าวดี ไรเออร์สัน ฟูลแบ็กตัวเก่ง หายเจ็บกลับมามีลุ้นลงสนามอีกครั้ง ส่วนตัวหลักคนอื่นๆ อยู่กันครบ นำทัพโดย เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ ที่ยิงไปแล้ว 7 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ กำลังมีลุ้นคว้ารางวัลดาวซัลโวร่วมกับ คีเลียน เอ็มบัปเป, แฮร์รี เคน และลิโอเนล เมสซี ส่วนคนอื่นๆ ก็มี มาร์ติน โอเดการ์ด, อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ, อันโตนิโอ นูซา โดยมี ซานเดอร์ เบอร์เก และพาทริก เบิร์ก คุมแดนกลาง

ทางฝั่ง อังกฤษ ของกุนซือโธมัส ทูเคิล แม้ฟอร์มการเล่นจะไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก มาแบบเรื่อยๆ แต่มีคุณภาพ เกมรอบที่แล้วเฉือนชนะเม็กซิโกเจ้าภาพมาแบบสุดมัน 3-2 โดย จูด เบลลิงแฮม ที่กำลังฟอร์มดี เหมาคนเดียวสองประตู เช่นเดียวกับแฮร์รี เคน ที่ยิงอีกหนึ่งลูก ก็กำลังมีลุ้นดาวซัลโวด้วยเช่นกัน

สภาพทีมในเกมนี้จะไม่สามารถใช้งาน จาร์เรลล์ ควอนซาห์ กองหลังที่โดนใบแดงในเกมที่แล้ว แถมยื่นอุทธรณ์ไปก็ทำให้เขาโดนโทษแบนเพิ่มเติมอีกต่างหาก จากเดิมโดน 1 นัด เพิ่มเป็น 2 นัด ขณะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างฉลองชัยชนะหลังปราบเม็กซิโก ก็จะไม่สามารถลงเล่นในเกมนี้ได้ แต่เขาไม่ใช่ตัวหลักอยู่แล้วจึงไม่ได้มีผลอะไรมากนัก คนอื่นๆ อยู่กันครบ แนวรุกมี แฮร์รี เคน ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ส่วนแอนโทนี กอร์ดอน, จูด เบลลิงแฮม และบูกาโย ซากา คอยปั้นเกมรุก โดยมี ดีแคลน ไรซ์ จับคู่แดนกลางกับเอลเลียต แอนเดอร์สัน

คู่นี้เคยดวลกันมาทั้งหมด 8 นัด เป็น "สิงโตคำราม" ที่เหนือกว่าเล็กน้อย เก็บชัยไป 3 นัด ขุนพล "ไวกิ้ง" ชนะ 2 นัด เสมอกันอีก 3 นัด แต่ดูแล้วเกมนี้อังกฤษดูเหนือกว่าเล็กน้อย โดยเฉพาะคุณภาพของนักเตะ ถ้าไม่ติดประมาท หรือเล่นผิดพลาดกันไปเอง น่าจะดีพอเอาชนะนอร์เวย์ไปได้ด้วยสกอร์ 3-1 แต่มีข้อแม้คือพวกเขาต้องหยุดฟอร์มอันร้อนแรงของเออร์ลิง ฮาลันด์ ให้ได้

ส่วนการแข่งขันอีกหนึ่งคู่ อาร์เจนตินา แชมป์เก่า จะลงเล่นที่แอร์โรว์เฮด สเตเดียม เมือง แคนซัส ซิตี พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ในเวลา 08.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งคู่นี้ช่องโมโนแม็กซ์ สปอร์ต หมายเลข 29 ถ่ายทอดสดให้แฟนๆ รับชมกันแบบฟรีๆ

ทัพ "ฟ้าขาว" ดูเหนือกว่าด้วยชื่อชั้น และฟอร์มการเล่น แต่ในหลายนัดที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสวิตเซอร์แลนด์เป็นทีมที่เล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น เสียประตูยาก อย่างรอบก่อนก็ยันเสมอโคลอมเบีย 0-0 จนไปเอาชนะในการดวลจุดโทษ ขณะที่อาร์เจนตินาเอง ฟอร์มในรอบน็อกเอาต์ ทั้ง 32 ทีม และ 16 ทีม ไม่โดดเด่นเท่าไหร่ เรียกได้ว่าจวนเจียนจะตกรอบด้วยซ้ำ เพราะเพิ่งพลิกนรกฝ่าด่านอียิปต์มาแบบหืดจับ เกมนี้อาจเป็นเกมที่ยากของแชมป์เก่า ดีไม่ดีใน 90 นาทีหรือ 120 นาทีอาจผลเสมอ จนลากยาวไปถึงการดวลจุดโทษตัดสิน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...