ไทยเข้า OECD แล้วได้อะไร ยั่งยืนก่อน…หรือเข้าแล้วยั่งยืน
เรืองราวของ ไก่ กับ ไข่
เมื่อรัฐบาลไทยส่ง “หนังสือแสดงเจตจำนง” สมัครเป็นสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และสภาคณะมนตรีของ OECD อ้าแขนรับแล้ว ตั้งแต่ปี 2567 เราได้รับ พิมพ์เขียว(Accession Roadmap) ว่าต้องเตรียมตัว ปรับปรุงกฎหมาย นโยบาย และมาตรฐานอะไรบ้าง เช่น ระบบภาษี นโยบายสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจสีเขียว มาตรการกำจัดคอร์รัปชัน และมาตรฐานธรรมาภิบาล
ทำไมเราต้องเข้าOECD … เพื่อก้าวข้ามประเทศกำลังพัฒนา สู่สโมสรประเทศที่พัฒนาแล้ว
ดังคำกล่าวที่ว่า “ถ้าคุณไม่ได้นั่งที่โต๊ะอาหาร คุณก็คือเมนูอาหาร” ตอนนี้เรากำลังจะเปลี่ยนตัวเองจากอาหารโอชะบนโต๊ะ เป็นผู้นั่งร่วมโต๊ะ ซึ่งมีอำนาจ มีสิทธิมีเสียง ร่วมกำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ และผลประโยชน์ได้
การเข้าสู่สโมสรประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาดูที่ “คุณภาพของความยั่งยืน” ว่าเท่าเทียมกฎเกณฑ์ของพวกเขาหรือไม่
โดยไทยเราต้องเร่งปรับปรุงพัฒนา3 ด้านเรื่องใหญ่ ได้แก่
1.มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและการปกป้องภูมิอากาศ ต้องมีกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เน้นการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การปลดปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ เศรษฐกิจหมุนเวียน และ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
2.มาตรฐานธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการต่อต้านปราบปรามคอร์รัปชัน ต้องไต่อันดับโลก CPI ให้อยู่ต้น ๆ ไม่ร่วงรั้งท้ายแบบปัจจุบัน ไม่สามารถเอาคะแนน ITA ที่เราได้เกือบ 100 ไปหลอก OECD ได้
3.มาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของการประกอบธุรกิจ ตลอดห่วงโซ่กิจการ ต้องเคารพสิทธิมนุษยชน ไม่ใช้แรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเด็ก ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ เป็นเศรษฐกิจสีเขียวรักษ์โลก
เราคงคิดหนักว่าจะเร่งพัฒนาความยั่งยืนทั้ง 3 มิตินี้เพื่อเข้าสโมสรให้ได้ หรืออยู่แบบเดิมเป็นประเทศกำลังพัฒนาไม่ไปไหน แต่ถ้าเราไม่ไป ระเบียบโลกใหม่ก็บังคับให้เราต้องปรับมาตรฐานความยั่งยืนอยู่ดี ไม่อย่างนั้นจะค้าขายกับเขาลำบาก เจอกำแพงภาษีสูง และไม่มีนักลงทุนสนใจเราก็เป็นแค่เมนูเดิม ๆ ที่หมดอายุ ต้องเอาออกจากโต๊ะอาหาร
ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่ ยั่งยืนก่อนเข้าสโมสร หรือเข้าสโมสรเพื่อความยั่งยืน คงไม่ใช่ข้อถกเถียงอีกต่อไป.