โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“วิกฤติอิหร่าน” กับเดิมพันทางการเมืองของ “เจ.ดี. แวนซ์”

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มิถุนายน 2569 เวลา 18.31 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
การรับมือกับอิหร่านกำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดของนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ผู้ซึ่งถูกจับตาในฐานะดาวรุ่งของพรรครีพับลิกัน ว่าเขาจะสามารถสร้างสมดุลระหว่างการใช้แรงกดดันกับการทูต พิสูจน์วิสัยทัศน์ที่เป็นอิสระจากเงาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเปลี่ยนวิกฤติในตะวันออกกลาง ให้เป็นโอกาสทางการเมืองได้หรือไม่

ในภูมิทัศน์การเมืองระหว่างประเทศยุคปัจจุบัน ชื่อของ นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพียงเพราะแวนซ์คือหนึ่งในผู้นำรุ่นใหม่ของพรรครีพับลิกัน แต่เพราะบทบาทของเขาต่อวิกฤติการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "การเจรจาหรือท่าทีต่ออิหร่าน" กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า แวนซ์ วัย 41 ปี พร้อมก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำโลกในอนาคตหรือไม่

แวนซ์สร้างชื่อเสียงทางการเมืองขึ้นมา จากแนวคิดประชานิยมขวาจัดและการยึดมั่นในนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" ซึ่งเน้นย้ำการลดการพึ่งพิงต่างประเทศและการหลีกเลี่ยงสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดรอบใหม่กับอิหร่าน ท่าทีที่เคยเป็นแนวคิดแบบโดดเดี่ยวตัวเองของแวนซ์ จำเป็นต้องได้รับการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบริบทโลก

สำหรับแวนซ์ วิกฤติการณ์อิหร่านไม่ใช่แค่ปัญหาความมั่นคง แต่มันคือ "โอกาสทองทางการเมือง" ในการแสดงให้ฐานเสียงเห็นว่า เขาสามารถเป็นผู้ควบคุมเกมการทูตที่แข็งกร้าวแต่ชาญฉลาดได้ การเจรจาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกดดันผ่านการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจขั้นสูงสุด หรือการเปิดช่องทางลับเพื่อควบคุมไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ จะเป็นเวทีหลักที่แวนซ์ใช้สร้างความน่าเชื่อถือในฐานะ "รัฐบุรุษ" ด้านนโยบายต่างประเทศ

สิ่งที่เป็นความท้าทายที่สุดของแวนซ์คือ การก้าวข้ามร่มเงาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในการขับเคลื่อนนโยบายต่ออิหร่านอย่างมีกลยุทธ์ ซึ่งจะช่วยให้แวนซ์พิสูจน์ตัวเองได้ว่า เขามีวิสัยทัศน์ที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องของความสมดุลระหว่างความเด็ดขาดกับการทูต ซึ่งแวนซ์ต้องแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถส่งสัญญาณข่มขู่ทางทหารต่ออิหร่านเพื่อปกป้องพันธมิตรอย่างอิสราเอล ขณะเดียวกันก็ต้องมีความยืดหยุ่นพอที่จะใช้การเจรจาเพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐ ต้องถลำลึกเข้าสู่สงครามขนาดใหญ่ ซึ่งขัดกับหลักการพื้นฐานของฐานเสียงเขา

หากแวนซ์สามารถแสดงบทบาทนำในการคลี่คลายหรือควบคุมวิกฤติอิหร่านได้โดยไม่สูญเสียผลประโยชน์ของสหรัฐ เขาจะได้รับการยอมรับจากทั้งกลุ่มอนุรักษนิยมดั้งเดิม และกลุ่มคนรุ่นใหม่ในพรรครีพับลิกัน

"ความสำเร็จในนโยบายต่างประเทศ ไม่ได้วัดกันที่การเริ่มสงคราม แต่วัดกันที่ความสามารถในการใช้ทั้งไม้นวมและไม้แข็งเพื่อรักษาเสถียรภาพโดยที่อเมริกาไม่ต้องจ่ายราคาแพง" หากแวนซ์สามารถบริหารจัดการประเด็นอิหร่านได้อย่างราบรื่น สามารถลดภัยคุกคามนิวเคลียร์และจำกัดอิทธิพลของกลุ่มตัวแทนของอิหร่านได้สำเร็จ เรื่องนี้จะเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ที่ส่งให้เขาเป็นตัวเต็งแถวหน้าของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในอนาคต

ในทางกลับกัน หากนโยบายผิดพลาด เรื่องนี้จะนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารโดยตรง หรือทำให้อเมริกาดูล้มเหลวในสายตาพันธมิตร อนาคตทางการเมืองของแวนซ์ก็อาจสะดุดลงทันที

กล่าวได้ว่า อิหร่านอาจไม่ได้เป็นเพียงแค่โจทย์ความมั่นคงของโลก แต่เป็น "เครื่องมือหล่อหลอม" เส้นทางและบารมีทางการเมืองของแวนซ์ ว่าเขาจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลระดับโลกในทศวรรษหน้าได้หรือไม่.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...