โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคำพิพากษา จำคุก ปู มัณฑนา 2 ปี ไม่รอลงอาญา ปมแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท ลูกหมี รัศมี

Khaosod

อัพเดต 55 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เปิดคำพิพากษา ศาลสั่งจำคุก ปู มัณฑณา 2 ปี ไม่รอลงอาญา ปมแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท ลูกหมี รัศมี เผยรู้สึกสบายใจและพ้นมลทินจากข้อหา

เปิดคำพิพากษา ศาลสั่งจำคุก ปู มัณฑนา 2 ปี ไม่รอลงอาญา ปมแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท ลูกหมี รัศมี เผยรู้สึกสบายใจและพ้นมลทินจากข้อหา

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2569 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ1446/2568 ที่ น.ส.รัศมี ทองสิริไพศรี หรือลูกหมี นางแบบชื่อดัง เป็นโจทก์ฟ้อง นางมัณฑนา หิมะทองคำ หรือ ปู มัณฑนา อดีตนักแสดง ในความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ความผิดต่อเจ้าพนักงาน หมิ่นประมาท

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2568 จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับโทษทางอาญา โดยเมื่อวันที่ 2 มี.ค.2567 จำเลยยืมเงินโจทก์ 2 ล้านบาท พร้อมสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ แต่เมื่อโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินธนาคารปฏิเสธการจ่าย เนื่องจากเงินในบัญชีของจำเลยไม่พอจ่าย

จากนั้นโจทก์ทวงถามเรื่องเงินกับจำเลยเรื่อยมา แต่ถูกจำเลยบ่ายเบี่ยง โดยโจทก์แจ้งให้จำเลยจ่ายเช็คจำนวนหลายฉบับหักดอกเบี้ยล่วงหน้าจากเงินต้น มีกำหนดชำระภายใน 3 เดือน ยอดเงินกู้ดังกล่าวคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อ 3 เดือน โดยเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

จำเลยขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญากับโจทก์ตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 ซึ่งจำเลยทราบดีว่าหนี้สินต่างๆ เป็นหนี้จากที่หลอกลวงให้โจทก์ร่วมลงทุน จำเลยไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนและได้จ่ายเช็คชำระหนี้หลายครั้ง ไม่ใช่เช็คค้ำปประกันแต่อย่างใด การคิดดอกเบี้ยระหว่างโจทก์กับจำเลยมีการตกลงหลังจากที่จำเลยผิดนัดชำระ และมีการตกลงทำสัญญากู้ยืมเงินในมูลหนี้ 2 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

จำเลยแจ้งความเท็จ เพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับโทษทางอาญา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสียชื่อ ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง เหตุเกิดที่ สน.ทองหล่อ โดยจำเลยให้การปฏิเสธ

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อปรากฎตามบันทึกการสนทนาผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ ปรากฏข้อความที่จำเลยชักชวนโจทก์ให้ร่วมลงทุน ข้อความที่จำเลยบอกเรื่องกำไรแต่ละครั้งที่จะได้รับ ประกอบกับพฤติการณ์การโอนเงินระหว่างโจทก์และจำเลยไปมาระหว่างกันหลายครั้ง จำเลยให้โจทก์หักกำไรไว้ก่อน จึงโอนเงินให้จำเลย

การพูดคุยดังกล่าวย่อมฟังได้ว่าเป็นการชักชวนให้ลงทุน พยานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่า โจทก์โอนเงินให้จำเลยเพื่อลงทุน ไม่ใช่การกู้ยืม การกระทำของจำเลย จึงเป็นการนำความเท็จอันเป็นสาระสำคัญแจ้งกับพนักงานสอบสวน เป็นความผิดเพื่อให้โจทก์ได้รับโทษทางอาญาตามฟ้องโจทก์ การกระทำของจำเลยยังเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อีกด้วย

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 173,174 วรรคสอง , 326 จำเลยทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อให้ต้องรับโทษซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามตรา 90 จำคุก 2 ปี นับโทษจำคุกจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ2313/2568 ของศาลแขวงพระนครใต้ที่ศาลพิพากษาจำคุกนางมัณฑณา 2 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีฉ้อโกง

ทนายกุ้ง เผยว่าว่า ศาลชี้หลักฐานชัดว่าเป็นการร่วมลงทุน ไม่ใช่กู้เงิน ศาลพิเคราะห์จากหลักฐานและแชตไลน์ พบว่าทั้งคู่คุยเรื่องการลงทุนธุรกิจ ไม่มีการกล่าวถึงดอกเบี้ยแบบการกู้ยืมเงิน จำเลยจึงทราบดีอยู่แล้วว่าไม่ใช่การกู้เงิน แต่ยังเจตนาแจ้งความเท็จและใส่ร้ายป้ายสีให้โจทก์ได้รับโทษ ศาลจึงสั่งจำคุก 2 ปี โดยไม่นับรวมกับคดีก่อนหน้านี้

ทนายกุ้ง เสริมว่า "คดีวันนี้ไม่ได้ทำการคัดค้านการประกันตัว ถ้ามีเงินก็สามารถประกันตัวไปได้เลย ส่วนวงเงินประกัน ศาลไม่ได้แจ้งในห้องพิจารณาคดี"

ด้าน ลูกหมี กล่าวด้วยความยิ้มแย้มว่า ดีใจที่พ้นมลทิน หลังฟังคำพิพากษา รู้สึกสบายใจและพ้นมลทินจากข้อหา การเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะตนทำอาชีพครูสอนเดินแบบมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม คาดว่าทางฝั่งคู่กรณีจะยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดคำพิพากษา จำคุก ปู มัณฑนา 2 ปี ไม่รอลงอาญา ปมแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท ลูกหมี รัศมี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...