โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรัชญาแห่ง ‘การให้ไปก่อน’ ของ ‘คุณก้อย-สลิลลา’ ซีอีโอหญิงผู้ขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรมด้วยหัวใจที่ยั่งยืน

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • HELLO! Magazine Thailand
ก้อย - สลิลลา อติการบดี

ภายใต้ท่วงท่าสง่างามที่ผสานไปกับความอ่อนโยน หากแต่ลึกลงไปในบทบาทของซีอีโอหญิง คุณก้อย-สลิลลา อติการบดี CEO Salil Hospitality Group คือตัวแทนของสุภาพสตรีนักบริหารผู้เก่งกาจรอบด้าน มองการณ์ไกลในเชิงธุรกิจ และพร้อมส่งต่อสิ่งดีงามเพื่อหล่อหลอมสังคมที่ยั่งยืน

เส้นทางสายธุรกิจของคุณก้อยนั้นเริ่มปูทางมานับแต่ยังเยาว์ ขณะศึกษาระดับชั้นมัธยมอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เธอพบว่าตัวเองทุ่มเทความหลงใหลให้กับศาสตร์ของตัวเลข จุดประกายให้เธอเลือกสอบเข้าคณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มาหาวิทยาลัย แล้วไปต่อระดับปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจจาก Saint Louis University ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาเริ่มต้นชีวิตการทำงานในสายการเงินและหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่เมืองไทยอยู่นานหลายปี

หลังจากมีครอบครัวเธอจึงเริ่มมองหาธุรกิจที่เป็นของตัวเอง ประกอบกับได้รับคำแนะนำและแรงสนับสนุนจากสามี (คุณวรพงษ์ อติการบดี) คุณก้อยจึงเริ่มต้นก้าวสู่งานด้านการโรงแรม โดยเปิดตัวแห่งแรกในซอยสุขุมวิท 8 ในชื่อ ‘Salil Hotel’ (สลิล โฮเทล) เมื่อกว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา

“ครอบครัวของสามีทำธุรกิจโรงแรมอยู่แล้ว แต่เราสองคนก็อยากทำธุรกิจที่เป็นของตัวเองจริงๆ แห่งแรกเป็นทาวเฮาส์เก่าขนาดใหญ่ในซอยสุขุมวิท 8 เราก็ปรับปรุงใหม่สร้างเป็นโรงแรม 30 ห้อง” คุณก้อยเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นนับแต่ก้าวแรก

“ด้วยความที่เป็นโรงแรมเล็กๆ เราก็ทำเองหมดทุกขั้นตอนเลยค่ะ ตั้งแต่การทำสัญญากับเอเจนต์ ไปจนถึงการบริหารจัดการระบบหลังบ้าน ซึ่งส่งผลดีให้เราเรียนรู้และเติบโตได้ไวในทุกกระบวนการ”

จากความสำเร็จแรก บวกกับการไม่ยอมหยุดนิ่งของคุณก้อย ปัจจุบันแบรนด์ ‘Salil Hotel’ ได้พัฒนาต่อยอดขยายตัวจนกลายเป็นอาณาจักรย่อมๆ ที่มีมากถึง 6 สาขา กระจายตัวอยู่ตามทำเลสำคัญๆ ของกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นที่ทองหล่อซอย 1 และสุขุมวิท 11 ในชื่อ La Petite Salil Hotel รวมไปถึง The Salil Hotel Sukhumvit 57 บูทีกโฮเต็ลสุดหรูในซอยสุขุมวิท 57 นอกจากนี้ยังมี Vince Hotel Pratunam โรงแรมในเครือย่านประตูน้ำ และล่าสุดที่เปิดตัวไปเมื่อสามปีที่แล้ว คือ The Salil Hotel Riverside – Bangkok โรงแรมที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์และงานศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างเปี่ยมเอกลักษณ์อันโดดเด่นลงตัว บนพื้นที่เลียบริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาย่านเจริญกรุง และในอนาคตอันใกล้ แบรนด์ The Salil Hotel วางแผนเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ใกล้ย่านช็อปปิ้งอย่างสยามสแควร์ โดยมุ่งเน้นทำเลศักยภาพใจกลางย่านธุรกิจและการท่องเที่ยว ภายใต้ความตั้งใจให้เป็นโรงแรมที่มีขนาดใหญ่กว่าทุกสาขาที่เคยสร้างสรรค์มา นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์ในการเติบโตไปสู่ความสำเร็จอย่างงดงามและต่อเนื่อง

Journey of Dreams

ด้วยความที่ชื่อ ‘Salil Hospitality’ นั้นย่อมาจากชื่อจริงของคุณก้อย นั่นคือ ‘สลิลลา’ มีความหมายว่า น้ำ ให้ความรู้สึกที่เย็น สบาย เป็นชื่อที่เรียกง่ายจำได้ง่ายทั้งสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งประจวบเหมาะกับโรงแรมน้องใหม่ในเครือ The Salil Hotel Riverside – Bangkok ที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา จากโกดังเก่าได้รับการรังสรรค์ใหม่กลายเป็นบูทีกโฮเต็ลที่เน้นให้บริการระดับห้าดาว ภายใต้แนวคิด ‘Journey of Dreams’ นำเสนอผ่านการออกแบบที่ถูกวางไว้ให้เป็นเสมือน ‘เรือสำราญ’ (Cruise Ship) ลอยลำเลียบสายน้ำ ที่ซึ่งแขกสามารถใช้ชีวิตอยู่ในอาณาบริเวณของโรงแรมได้ตลอดเช้าจรดค่ำ ด้วยว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวก และร้านรวงเปิดให้บริการตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์มากกว่า 13 แห่ง ตลอดถึงการบอกเล่าเรื่องราวแห่งจินตนาการผ่านงานศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งผ่านการตีความถ่ายทอดโดยศิลปินและนักออกแบบแถวหน้า

“เรามองว่าโรงแรมจะสวยอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมี ‘เรื่องราว’ (Story) ที่ The Salil Hotel Riverside – Bangkok เรามีคอนเซปต์ว่า ‘Journey of Dreams’ คือการนำแรงบันดาลใจจากสถานที่ริมน้ำ มาผสมผสานร่วมกับดีเอ็นเอของโรงแรมที่ให้ความสำคัญกับศิลปะและวัฒนธรรม แล้วถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะที่เหมือนการผจญภัยเข้าไปในความฝัน สร้างสรรค์ออกมาเป็นสัตว์ในจินตนาการคล้ายๆ สัตว์ในวรรณคดี มีทั้งสัตว์น้ำ สัตว์บก และสัตว์ปีก ซึ่งเป็นผลงานที่หาชมได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

“เราได้รับเกียรติจากคุณเจ (นพณัฐ สุนทรสวัสดิ์) มาทำหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์ (Curator) คัดเลือกผลงานของศิลปินร่วมสมัยชื่อดังหลายคน เพื่อร่วมออกแบบและสร้างสรรค์เป็นพิเศษให้กับโรงแรม ในห้องพักทุกห้องจะตกแต่งด้วยผลงานของศิลปินที่แตกต่างกัน แต่ละชั้นก็จะมีภาพเขียนจัดแสดงไว้ไม่เหมือนกัน ในขณะที่แต่ละตึกก็จะออกแบบตกแต่งคนละสไตล์ อย่างตึกริมน้ำเป็นสไตล์โคโลเนียล (Colonial Style) อาคารกลางมีกลิ่นอายคอนเทมโพรารี (Contemporary Style) ขึ้นมาหน่อย ส่วนตึกแรกด้านหน้าก็ออกแนวโมเดิร์นร่วมสมัย (Modern Style)”

และด้วยความตั้งใจอยากจะให้แขกผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างเหนือความคาดหมาย คุณก้อยและทีมงานยังรังสรรค์กิจกรรมที่หลากหลายน่าสนใจ เช่น กิจกรรมตักบาตรเช้า กิจกรรมแต่งชุดไทยพร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ชวนแขกล่องเรือจ่ายตลาด เพื่อจับจ่ายวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารโดยมีเชฟคอยดูแลให้คำแนะนำ รวมถึงทางโรงแรมยังเป็นสถานที่ที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง (Pet Friendly) ยินดีต้อนรับแขกที่เช็กอินเข้าพักพร้อมเพื่อนสี่ขาตัวโปรด และมีกิจกรรมฝึกโยคะพร้อมสุนัขอีกด้วย

ปรัชญาว่าด้วย ‘การให้ไปก่อน

นอกเหนือจากความมุ่งมั่นพัฒนางานที่รักให้ไปสู่ความเป็นเลิศในทุกมิติแล้ว แนวคิดของคุณก้อยยังเปิดกว้างและก้าวไกลไปสู่การสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมเพื่อการเติบโตอันยั่งยืน ภายใต้ปรัชญาที่ว่าด้วย ‘การให้ไปก่อน’

“เคยมีผู้ใหญ่ที่เคารพสอนไว้ว่า ในการทำธุรกิจอย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่ให้มองถึงผลประโยชน์ต่อส่วนรวมและสังคม ถ้าเราอยากได้สิ่งไหน ก็ให้ทำสิ่งนั้นไปก่อน โดยอย่าเพิ่งคาดหวังสิ่งตอบแทนในทันที เพราะถ้าสิ่งที่เราทำลงไปนั้นมันเป็นเรื่องที่ดี และสามารถช่วยเหลือผู้คนได้ สุดท้ายแล้วมันก็จะดีกันทั้งสังคม เราก็จดจำคำแนะนำนั้นมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีการทำงานของเรา”

ด้วยการนำทีมของซีอีโอสาวคนเก่ง ทางโรงแรมได้ร่วมกับเขตและกรุงเทพมหานคร (กทม.) เข้าไปพัฒนาพื้นที่สาธารณะและทัศนียภาพโดยรอบโรงแรมหลายแห่ง ตลอดทั้งทางโรงแรมให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนพื้นที่ล่อแหลมให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย เช่น บริเวณที่เคยมีปัญหาเด็กมั่วสุมหรือแหล่งน้ำเน่าเสีย ทีมงานจะเข้าไปออกแบบจัดสรรพื้นที่ให้สว่าง โปร่งโล่ง และสวยงาม ด้วยการจัดสวน ปลูกต้นไม้ ขุดลอกคลอง ปรับปรุงพื้นผิวถนนให้มีคุณภาพและสะอาดสะอ้านขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นที่ลับตาคนสำหรับการทำสิ่งผิดกฎหมาย ช่วยให้ชุมชนปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น

ในส่วนของตัวโรงแรมเอง ยังมีการดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เช่น โครงการ Green Plus และการขอมาตรฐานระดับ Green Globe และ GSTC เพื่อยืนยันถึงความรับผิดชอบต่อโลกและสังคมรอบข้าง

“สิ่งที่เราตั้งใจทำส่งผลลัพธ์เป็นวงจรบวก พอชุมชนและสภาพแวดล้อมโดยรอบสวยงามและปลอดภัย ผลดีก็สะท้อนกลับมาสู่โรงแรมเอง เพราะทำให้แขกที่มาพักรู้สึกประทับใจและอยากกลับมาใช้บริการซ้ำ นอกจากนี้ยังสร้างความภาคภูมิใจให้แก่พนักงานในองค์กรที่ได้เห็นว่าสิ่งที่พวกเขาทำมีส่วนช่วยให้สังคมดีขึ้น”

VisionaryLeaderและหลักธรรมประจำใจ

ในบทบาทผู้นำหญิงที่ต้องเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ในขณะที่โลกยุคปัจจุบันล้วนเปี่ยมไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วสุดขีดขั้น คุณก้อยมองว่าวิสัยทัศน์และคุณสมบัติสำคัญที่คนระดับผู้นำแถวหน้าต้องมี นั่นคือ สายตาที่ก้าวไกลและมองเห็นภาพรวมอย่างชัดแจ้ง

“ต้องมองให้ไกลถึงภาพรวมขององค์กร รวมถึงสังคมส่วนรวมด้วยคะ ว่าเราทำอะไรแล้วมันสะท้อนไปถึงสังคมได้มากแค่ไหน และต้องตระหนักอยู่เสมอว่าโลกทุกวันนี้หมุนเร็วมาก ทุกอย่างไม่มีความแน่นอน เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้ในการปรับตัวตามโลกและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้อย่างถูกจังหวะและเหมาะสม”

ส่วนต้นแบบในการทำงานของคุณก้อย เธอขอยกให้คุณชฎาทิพ จูตระกูล ผู้บริหารหญิงเก่งและแกร่งแห่งกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์

“การที่คุณแป๋มเธอสร้างไอคอนสยามขึ้นมา มันคือวิสัยทัศน์ที่ต้องการสร้างให้เป็นจุดหมายปลายทาง (World Destination) ระดับโลก คือมันไม่ได้ดีแค่กับองค์กรของเธอ แต่มันส่งผลดีและสร้างแรงกระเพื่อมเป็นทอดๆ ให้แก่วิถีชีวิตย่านเลียบริมฝั่งเจ้าพระยา ทั้งคนทำธุรกิจรายเล็กรายใหญ่ และชุมชนแวดล้อมต่างๆ ให้มีโอกาสได้เติบโตไปด้วยกัน”

ในขณะที่ต้นแบบการใช้ชีวิต คุณก้อยยึดหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาเป็นแก่นแกนนำทางอย่างที่เรียกว่าผู้รู้สติ

“คุณแม่ปลูกฝังธรรมะมาตั้งแต่เด็กค่ะ โดยเฉพาะเรื่องการเป็นที่พึ่งแห่งตน ทุกวันนี้ตื่นเช้ามาก็จะแบ่งเวลาฝึกสมาธิเจริญสติเพื่อมองดูตัวเอง ดูลมหายใจ ดูความคิดในทุกๆ วัน ถือเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดีๆ ที่เราทำได้ด้วยตัวเอง ส่วนสุดสัปดาห์ทุกวันอาทิตย์จะไปสวดมนต์ฟังธรรมที่วัดประมาณสามชั่วโมง ถือว่าเป็นช่วงเวลาคุณภาพที่ได้มีสมาธิอยู่กับตัวเองจริงๆ

“อย่างที่บอกว่าโลกสมัยนี้หมุนเร็ว ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน การได้ปลีกตัวถอยออกห่างความวุ่นวายไปอยู่กับตัวเองอย่างสงบสักพัก มันช่วยเติมเต็มความสุขให้แก่เราได้ เราอยากเป็นผู้นำที่นอกจากจะผลักดันองค์กรและทีมงานให้พัฒนาเติบโตไปอย่างแข็งแกร่งแล้ว ก็อยากเป็นผู้นำที่ส่งต่อความสุขด้วย และด้วยงานโรงแรมที่เชื่อมโยงกับผู้คนหลากหลาย ถ้าคนทำงานมีความสุข ก็จะสะท้อนถึงคุณภาพของการบริการที่ส่งมอบให้แก่ลูกค้าได้ด้วย รวมถึงสามารถแบ่งปันและส่งต่อความสุขให้กับแขกที่มาเข้าพักได้อย่างเป็นธรรมชาติ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...